ฉบับที่ 13048 วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2013 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

เดือนพฤศจิกายนซึ่งเราระลึกถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งเดือน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะเลิกระลึกถึงผู้ล่วงลับในคำภาวนา ในการขอมิสซาบูชาขอบพระคุณอุทิศให้ จริงอยู่พ่อเคยอธิบายให้พี่น้องอ่านแล้วว่า พระศาสนจักรสวดภาวนาให้กับทุกคนทั้งที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วในมิสซาบูชาขอบพระคุณอยู่เสมอ เพื่อเราจะได้ไม่ต้องกังวลใจจนเกินไปว่าจะไม่มีคนสวดภาวนาให้กับเรา แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความรัก ความผูกพัน ความกตัญญูรู้คุณ เราก็ต้องคิดถึงบรรดาผู้ล่วงลับในคำภาวนาและในกิจการอื่นๆ เช่นเดียวกันตามที่พระศาสนจักรสอน ที่พระศาสนจักรย้ำเตือนเราให้ระลึกถึงบรรดาผู้ล่วงลับอยู่เสมอนั้น เพราะพระศาสนจักรปรารถนาจะย้ำเตือนเราถึงความจริงบางประการ อาทิ มนุษย์ทุกคนเป็นคนอ่อนแอมีข้อบกพร่อง พระยุติธรรมของพระเป็นเจ้า โทษของบาปต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม ฯลฯ

เนื่องจากพระศาสนจักรเชื่อมั่นในพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้า เข้าใจความอ่อนแอตามประสามนุษย์ และการชดเชยใช้โทษบาปตามความยุติธรรม พระศาสนจักรจึงแน่ใจว่าหลังจากที่มนุษย์ตายแล้ว มีวิญญาณจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดต้องโทษนิรันดร แต่ก็ไม่ดีพอที่จะไปสวรรค์ วิญญาณเหล่านี้จะต้องชำระวิญญาณของตนให้บริสุทธิ์เสียก่อน เพื่อจะได้ไปสวรรค์ เป็นการชดเชยตามความยุติธรรมของโทษบาปที่วิญญาณเหล่านั้นเคยทำมานั่นเอง สภาพที่ต้องชำระให้บริสุทธิ์อย่างนี้ เราเรียกโดยทั่วไปว่า “วิญญาณในไฟชำระ” การชดเชยใช้โทษบาปตามความยุติธรรม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บรรดาคริสตชนต้องพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพราะเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจศรัทธา และสิ่งต่างๆที่พระศาสนจักรแนะนำให้เราปฏิบัติหลายเรื่อง อาทิ การทำพลีกรรม กิจใช้โทษบาปที่พระสงฆ์สั่งให้เราทำหลังจากที่เราไปสารภาพบาป การสวดภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ ฯลฯการทำพลีกรรมทุกๆวันศุกร์และในเทศกาลมหาพรต ถือเป็นส่วนหนึ่งในการชดเชยใช้โทษบาปของเราแต่ละคน เพื่อให้โทษบาปของเราน้อยลง เพราะกิจการไม่ดีต่างๆที่เราทำทุกเรื่องต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม พวกเราหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิกพูดว่า “เป็นคริสต์ดีเหลือเกินนะ ทำบาปแล้วก็ไปแก้ได้ แก้แล้วได้รับการอภัย” คำพูดเช่นนี้ดูเหมือนว่า การรับศีลอภัยบาปเป็นสิ่งที่ส่งเสริมทำให้เราทำบาปกันง่ายๆ เพราะทำบาปแล้วก็มาแก้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากการรับศีลอภัยบาปจะเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างเต็มที่ต่อเมื่อ ผู้ไปรับศีลอภัยบาปจะต้องปฏิบัติสิ่งที่เป็นแก่นสำคัญของศีลอภัยบาปอย่างครบครันพอสมควรด้วย อาทิ การเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างบริบูรณ์ การไปสารภาพบาปอย่างครบถ้วน ความตั้งใจที่จะไม่ทำอีก การชดเชยใช้โทษบาปตามความยุติธรรม ฯลฯ เมื่อเป็นเช่นนี้ศีลอภัยบาปจะเกิดผลตามความหมาย ก็ต่อเมื่อผู้รับต้องมีความจริงจังและจริงใจในการเตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดี สำหรับกิจใช้โทษบาปที่พระสงฆ์ให้ในการรับศีลอภัยบาป ถือเป็นการย้ำเตือนว่าเราต้องทำกิจใช้โทษบาปอยู่เสมอ เพราะโทษบาปต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม ในโอกาสที่เดือนพฤศจิกายนซึ่งเราระลึกถึงผู้ล่วงลับผ่านพ้นไป พ่อจึงขอนำเสนอบทความนี้ เพื่อเราจะได้ทำพลีกรรมใช้โทษบาปเพื่อผู้ล่วงลับและเพื่อกันและกันอย่างต่อเนื่อง.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

จงตื่นเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมไว้

พระศาสนจักรเริ่มต้นเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ด้วยพระวาจาที่ว่า “จงตื่นเฝ้าระวังเถิด………..จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย” (มธ.24:42-44) แน่นอนที่สุดพระวาจาตอนนี้ ย้ำเตือนเราในการต้อนรับการเสด็จมาขององค์พระคริสตเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะพระมหาตุลาการที่จะมาแยกคนดีออกจากคนชั่ว แต่อีกนัยหนึ่ง พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ก็กระตุ้นเตือนเรา ให้เรามีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต รู้จักอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ดังที่นักบุญเปาโลได้เตือนชาวโรมว่า “บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องตื่นขึ้นจากความหลับ……..กลางคืนล่วงไปมากแล้วกลางวันก็ใกล้จะมาถึง………..เราจงดำเนินชีวิตอย่างมีเกียรติเหมือนกับเวลากลางวัน” (รม.13:11-13) ในพระวรสารนักบุญมัทธิว พระเยซูคริสตเจ้าทรงยกเหตุการณ์น้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ในสมัยของโนอาห์มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจประชากรของพระองค์ มีข้อสังเกตว่าการเล่าเรื่องในหนังสือปฐมกาล ผู้เล่าได้เน้นถึงความชั่วช้าสามานย์ของมนุษย์ในสมัยนั้น เป็นต้นเรื่องศีลธรรมทางเพศ จนพระเจ้าต้องลงพระอาชญาทำให้เกิดน้ำมหาวินาศ ส่วนตอนที่พระเยซูคริสตเจ้ายกขึ้นมากล่าวอ้างถึง พระองค์มิได้ทรงตรัสเกี่ยวกับความเสื่อมทางศีลธรรมของมนุษย์ มิได้ทรงตำหนิเรื่องเกี่ยวกับความวิปลาสทางเพศ แต่พระองค์ทรงตรัสเกี่ยวกับมนุษย์ที่มัวแต่หาความสนุกสนาน สะดวกสบาย หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องฝ่ายโลกจนลืมสาระสำคัญที่แท้จริงของชีวิต จนกระทั่งถึงวันที่เหตุการณ์เกิดขึ้นบุคคลเหล่านี้จึงต้องพินาศสิ้น

สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้ายกขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์ ยังคงเป็นสิ่งที่ทันสมัยอยู่เสมอ เพราะมนุษย์ในปัจจุบันก็เป็นเช่นเดียวกัน ความเจริญทางด้านวัตถุ ด้านเทคโนโลยี ปิดหูปิดตามนุษย์ทำให้มนุษย์ไม่สนใจความเป็นจริงของสรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่สนใจอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา หลายๆคนคิดไปว่าโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่และสรรพสิ่งบนโลกมีเสถียรภาพมั่นคง แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เจริญ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา สภาพความหลงใหลของมนุษย์เช่นนี้เป็นสภาพที่น่ากลัว เพราะมนุษย์กำลังดำเนินชีวิตอยู่ในความประมาทไม่รอบคอบ เช่นเดียวกับมนุษย์ในสมัยโนอาห์ ด้วยเหตุนี้มนุษย์ในปัจจุบันจะมีสภาพเช่นเดียวกันในวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง เราจึงต้องฟังพระดำรัสเตือนของพระเยซูคริสตเจ้า โดยพยายามดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบและอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้กับเราผ่านทางเหตุการณ์ต่างๆอยู่เสมอ

การเตรียมรับเสด็จองค์พระคริสตเจ้ามิได้หมายถึง การเตรียมตัวเตรียมจิตใจเพื่ออยู่ต่อหน้าองค์พระเยซูคริสตเจ้าในวันสิ้นพิภพเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเตรียมตัวตายด้วย ทั้งสองเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันเวลาที่เราไม่ได้คาดหมาย “บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย” (มธ.24:44) ขอให้การเข้าสู่เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เตือนใจเราให้พร้อมอยู่เสมอในการต้อนรับพระองค์ในวันที่พระองค์เสด็จมา เพื่อว่าเมื่อวันนั้นมาถึงเราจะสามารถยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี เพราะเราพร้อมที่จะต้อนรับพระองค์ทุกเวลา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันรณรงค์เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ เชิญพี่น้องบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอจิตอาสาเด็กและผู้ใหญ่เล่นละครคริสตมาส ซ้อมทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆ ที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานข้างๆตู้ขอมิสซา
  5. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  6. วันอาทิตย์ที่ 8 ธ.ค. 2013 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ต้องการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  7. ประกาศแต่งงานระหว่าง นาย เคนซึเกะ คูโบตะ บุตร นาย คิอิชิ และ นาง มากิโกะ คูโบตะ กับ มารีอา ศันสนีย พิมพาหุ บุตรี เปโตร โสภณ และ มารีอา สุทธินี พิมพาหุ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 1-12-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.