บอกเล่าให้ฟัง
การเป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรต่างๆและกลุ่มกิจกรรมต่างๆของวัด ถือว่าเป็นการช่วยเหลือพระศาสนจักรทางหนึ่งเหมือนกัน ในบทบัญญัติของพระศาสนจักรระบุไว้ว่า “จงบำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ” ในวัดของเรามี สภาภิบาล พลมารี ชมรมผู้สูงอายุ และเยาวชน กลุ่มกิจกรรมต่างๆก็มี ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ช่วยมิสซา นักขับร้อง ฯลฯ พ่อรู้สึกว่ากลุ่มต่างๆ ต้องการสมาชิกใหม่อยู่เสมอ ที่จริงการสังกัดเป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรและกิจกรรมต่างๆเป็นสิ่งที่ดี เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งทำให้เรามีแนวทางในการดำเนินชีวิตคริสตชน และปฏิบัติตามกระแสเรียก เพราะในกลุ่มองค์กรและกิจกรรมต่างๆจะมีจิตตารมณ์และแนวทางดำเนินชีวิตที่ชัดเจน สิ่งต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยในการดำเนินชีวิตของเราได้มาก
พี่น้องพระศาสนจักรยังต้องการผู้มีน้ำใจดีอีกมาก พระศาสนจักรหมายถึงพวกเราทุกคนที่รับศีลล้างบาปแล้วรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าพวกเราไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจริงๆพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไร องค์กรต่างๆกลุ่มกิจกรรมต่างๆของพระศาสนจักรจะอยู่ได้อย่างไรถ้าพวกเราไม่เกื้อหนุน ตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต พ่อยังไม่ทราบเลยว่าจะต้องขอบคุณในน้ำใจดีของพี่น้องสักกี่ครั้ง ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง ก็คงยังไม่สาสม แต่พี่น้องต้องจดจำไว้อย่างหนึ่งว่าวัดและชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าเป็นของพี่น้องทุกคน พระสงฆ์ท่านมาแล้วไม่นานหมดหน้าที่ท่านก็ต้องไป แต่สำหรับพ่อแล้วพ่ออยู่ที่ไหนพ่อก็รักที่นั่นและรักคนที่นั่นด้วย
จากพ่อคนเดิม
ของของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ และของของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด
ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ก็คือ มนุษย์มักจะหลงไปในเรื่องสิทธิ์ในการครอบครอง คิดว่าทุกสิ่งที่ตนเองเป็นและมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน จะใช้อย่างไรหรือจะทำอะไรกับมันก็ได้ “ใครเล่าเป็นผู้ที่แบ่งเขตแดนว่าส่วนนี้เป็นของประเทศนี้ ส่วนนั้นเป็นของประเทศนั้น” แม่น้ำสายเดียวกันไหลผ่านหลายประเทศเขตแดน ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาลครอบคลุมหลายเขตแดน สัตว์ป่านกกาในอากาศมันหากินเดินทางข้ามไปข้ามมามันไม่ต้องขอวีซาหรือขออนุญาตใคร แต่มนุษย์ทำเช่นนั้นไม่ได้ แม่น้ำผืนป่าอยู่ในเขตแดนของใครเขาก็คิดว่าเป็นของเขาจะทำอะไรกับมันก็ได้โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนความเสียหายของส่วนรวม บางประเทศสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อประโยชน์ของประเทศของตน โดยไม่คำนึงถึงประเทศที่อยู่หัวน้ำท้ายน้ำ ถ้าเราพิจารณาสิ่งเหล่านี้อย่างถ่องแท้แล้วเราจะพบว่า “ทุกสิ่งมาจากพระเจ้า และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์แต่ผู้เดียว” มนุษย์นี่แหละเป็นผู้ขีดคั่นแบ่งเขตออกกฎเกณฑ์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และเอาเปรียบผู้อื่น
ในการสร้างโลกและสรรพสิ่งพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่ง และมอบหมายให้มนุษย์ปกครองดูแล ด้วยเหตุนี้มนุษย์ทุกคนจึงมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะใช้สิ่งสร้างเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ของตนในขอบเขตอันสมควร จึงไม่มีใครหรือประเทศใดมีสิทธิ์ขาดในการครอบครองและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเห็นแก่ตัว แต่ทุกสิ่งจะต้องใช้ด้วยจิตตารมณ์แห่งความรัก การแบ่งปันและช่วยเหลือเกื้อกูล การแบ่งเขตแดนเพื่อปกครองดูแล การมีระเบียบกฎเกณฑ์ก็เป็นเรื่องที่ดีและทำได้ เพื่อมนุษย์จะได้มีความชัดเจนในสิทธิและหน้าที่ของตน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของมนุษยธรรมและเมตตาธรรม เพื่อทุกสิ่งจะได้ดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในการสร้างความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดีให้กับมนุษยชาติ
หลายๆครั้งมนุษย์ทวงถามความยุติธรรมจากพระเจ้า “ทำไมฉันต้องลำบากอย่างนี้ ทำไมฉันต้องป่วยเป็นโรคร้ายรักษาไม่ได้ และทำไม….แล้วก็ทำไม” เหมือนโยบที่ไม่เข้าใจว่าทำไมความทุกข์ยากลำบากต้องเกิดขึ้นกับตน แต่ในความเชื่อศรัทธาที่ท่านมีทำให้ท่านเข้าใจสัจธรรมว่าท่านไม่มีสิทธิ์ทวงถาม “ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดา….ตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า”(โยบ 1:21) ในบทรำพึงของโยบท่านรำพึงเพียงแค่สิ่งของอนิจจังภายนอกเท่านั้น สำหรับเราคริสตชนเนื่องจากการเผยแสดงสมัยของเราชัดเจนและลึกซึ้งกว่า เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบังเกิดเป็นมนุษย์มาเผยแสดงด้วยพระองค์เอง เราจึงต้องรำพึงลึกให้ซึ้งมากกว่า “ชีวิตของเรามาจากไหน ร่างกายของเรามาจากไหน ทุกสิ่งบนโลกใบนี้มาจากไหน” คำตอบก็คือล้วนมาจากพระเจ้า ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เป็นของเรา เมื่อมนุษย์ทวงถามความยุติธรรมจากพระเจ้า พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนเราว่า “ของของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ ของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้า”(มธ.22:21) ในเมื่อทุกสิ่งเป็นของพระเจ้าซึ่งมอบหมายให้เราปกครองดูแล สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนจึงเตือนให้เราสำนึกอยู่เสมอว่า เราจะต้องใช้ทุกสิ่งที่เราเป็นและมีในการตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมมนุษย์ด้วยความยุติธรรมและความรัก โดยการรักและรับใช้ผู้อื่นเป็นการถวายคืนแด่พระเจ้า ไม่ใช่ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ครอบครองไว้เสียฝ่ายเดียวอย่างเห็นแก่ตัว
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้เป็นวันแพร่ธรรมสากล ขอเชิญพี่น้องร่วมบริจาคเพื่อช่วยงานแพร่ธรรมได้ที่ตู้ทานกลางวัด
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ต้องการมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- ปีนี้ครบรอบ 90 ปี แห่งการประจักษ์ของแม่พระที่ฟาติมา จึงขอเชิญพี่น้องมาสวดสายประคำที่วัด มีการตั้งศีล สวดสายประคำ อวยพรศีล ต่อด้วยมิสซาตลอดทั้งเดือน เริ่มเวลา 18.30 น. วันจันทร์-วันเสาร์ วันเสาร์ที่ 25 ต.ค. 2014 เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมมีแห่แม่พระ
- วันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. 2014 ขอเชิญเยาวชนและผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชน ประชุมกันที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์
- วันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- ประกาศแต่งงาน ระหว่าง ฟรังซิสโก ภูวดล รุ่งเรือง บุตรของ ยอห์น ชาญชัย และนาง สุภาพ รุ่งเรือง กับ นางสาว กิรติ โตสวัสดิ์ บุตรีของนาย บุญฤทธิ์ และนาง นิสารัตน์ โตสวัสดิ์ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้เจ้าอาวาสทราบ
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 19-10-2014
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สมโภชพระจิตเจ้า, สารวัด