ฉบับที่ 13019 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2013 สมโภชพระเยซูเจ้า เสด็จสู่สวรรค์

บอกเล่าให้ฟัง

ความดีบริบูรณ์เป็นคุณลักษณะของพระเจ้า ความปรารถนาที่จะดีบริบูรณ์เป็นคุณลักษณะของมนุษย์ทั่วไป ด้วยเหตุนี้เราจึงพบว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับการดิ้นรนต่อสู้ เพื่อจะได้มีชีวิตรอดเจริญเติบโตก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา เมื่อมนุษย์ออกจากครรภ์มารดาก็จะเริ่มร้องไห้ การร้องไห้เป็นเครื่องหมายของการดิ้นรนต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอด เพราะในเวลานั้นเองทารกเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาต้องหายใจ ต้องทานอาหารด้วยตัวเองแล้ว อันที่จริงการดิ้นรนต่อสู้เริ่มต้นตั้งแต่การปฏิสนธิในครรภ์มารดา และพัฒนาเรื่อยมาจนชีวิตนั้นถึงพร้อม แล้วจะค่อยๆเป็นอิสระจากมารดามากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นกระบวน
การเจริญเติบโตของชีวิตมนุษย์ ชีวิตที่แท้จึงเป็นกระบวนการที่จะต้องดิ้นรนต่อสู้ พัฒนาก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ จะเป็นสภาพที่อยู่นิ่งๆไม่ได้ เหมือนกับน้ำถ้าน้ำนิ่งไม่ไหลเวียนน้ำจะเน่า เรียกว่า “น้ำตาย” น้ำดีต้องมีการไหลเวียน

เมื่อธรรมชาติของชีวิตเป็นอย่างนี้จึงมีนักปราชญ์หลายท่านกล่าวในทำนองที่ว่า ชีวิตคือการเดินทางก้าวไปข้างหน้า โยฮันน์ วอลฟ์กัง ฟอน เกอเทอ ให้ข้อคิดว่า “เพื่อที่จะก้าวต่อไป ท่านต้องรู้ว่าจะไปที่ไหน ทั้งในการก้าวไปในแต่ละวันและตลอดชีวิต ทั้งนี้ก็เพื่อการมีชีวิตที่ดี ท่านต้องรู้ว่าชีวิตจะนำพาไปสู่ที่ใด” ข้อคิดที่นักปราชญ์ท่านนี้ให้ไว้ทำให้เรารู้ว่าชีวิตต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายของชีวิตจะทำให้เรามุ่งหน้าไปอย่างมีทิศทางไม่เปะปะไปเรื่อยๆ และทำให้มนุษย์เกิดความมานะพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายปลายทาง เพราะฉะนั้นผู้ที่ชาญฉลาดไม่ว่าจะทำอะไรเขาจะต้องตั้งเป้าหมาย ซึ่งอาจจะเป็นทั้งระยะสั้นระยะยาว ถ้าจะให้ดีบางคนเขาจะตั้งเป้าหมายไว้ทุกวัน วันนี้จะทำอะไรบ้างทำให้ได้แค่ไหน พระเยซูคริสตเจ้าทรงไขแสดงให้เรารู้ว่าชีวิตของเราจะต้องเดินทางไปถึงไหน เดินไปอย่างไร “พวกท่านจงเป็นคนดีบริบูรณ์ อย่างที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงความดีบริบูรณ์” “ผู้ใดอยากติดตามเรา ต้องเลิกคิดถึงตนเอง แบกกางเขนของตนและตามเรามา”ทุกๆชีวิตต้องเดินทางก้าวหน้าพัฒนาเติบโตและดิ้นรนต่อสู้อยู่เสมอ เพราะชีวิตต้องพัฒนาเติบโตมีการเปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งในโลกเปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน มีขาวและมีดำ มีดีและมีชั่ว มีถูกต้องและมีสิ่งผิดฯลฯ ไม่ว่าเราจะอยู่ฝ่ายไหนการดำเนินชีวิตของเราจะต้องต่อสู้ขัดแย้งกับอีกฝ่ายหนึ่ง จะเห็นได้ว่าชีวิตไม่ได้ถูกมอบไว้ในความเกียจคร้านนิ่งๆอยู่ไปวันๆโดยไม่ทำอะไร ชีวิตมนุษย์จึงต้องมีการเลือกอยู่เสมอ เราจะอยู่ฝ่ายไหน และสิ่งที่เราต้องเลือกก็คือความดีและความถูกต้อง ถ้าเราต้องการไปถึงความบริบูรณ์ของชีวิตซึ่งต้องเป็นความดีอย่างที่พระเจ้าทรงเป็น ความดีควรต่อสู้กับความชั่ว ความจริงควรต่อสู้กับความเท็จ อิสรภาพควรต่อสู้กับการเป็นทาส ความรักควรต่อสู้กับความความเกลียดชัง ความถูกต้องเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการยืนยัน เพื่อขจัดความผิดหลงทั้งหลาย ที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะนี่เป็นดั่งแสงสว่างนำทาง ที่จะทำให้เป้าหมายของชีวิตหรืออุดมคติอันงดงามที่เราตั้งไว้เป็นจริงได้ ถ้าชีวิตของคนที่เลือกอยู่ฝ่ายความดีความถูกต้อง ปรารถนาที่จะเป็นคนดีบริบูรณ์อย่างที่พระบิดาทรงเป็นความดีบริบูรณ์ เราจะต้องพิสูจน์ความดีของเราให้เห็นประจักษ์ จงให้ความดีของท่านส่องแสงเพื่อคนที่เห็นจะได้สรรเสริญพระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน คนดีๆจึงนิ่งเงียบทำตัวไม่อยากไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดๆไม่ได้ เพราะที่สังคมมันแย่ลงเพราะคนดีๆต่างเงียบเสียงไม่ย่อมเป็นพยานถึงความดีนั่นเอง

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

นานาทัศนะเกี่ยวกับสวรรค์

การสมโภชพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ เป็นความหวังเป็นกำลังใจสำหรับพวกเราทุกๆคน ที่กำลังเดินทางในโลกแห่งเหวน้ำตานี้ ในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น พระเยซูคริสตเจ้าทรงตรัสเป็นคำสัญญาว่า “ในบ้านของพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังกลับไปเตรียมที่ให้ท่าน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย”(ยน.14:2-3) ในบทภาวนาแรกของประธานให้ความหวังไว้ว่า “เมื่อพระเยซูเจ้าซึ่งเป็นศีรษะได้ทรงรับพระเกียรติ เราซึ่งเป็นส่วนต่างๆของพระกายทิพย์ก็มีความหวังว่า การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์จะนำเราเข้าสู่สวรรค์ด้วย” การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าแสดงถึงความเชื่อมั่นและทัศนะของพระศาสนจักรอย่างชัดเจนเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย

บางคนคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างสรุปจบลงเพียงชีวิตบนโลกใบนี้ คนพวกนี้คิดว่าชีวิตนี้เป็นทุกสิ่งไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก เมื่อมนุษย์คนหนึ่งตายก็แสดงว่าทุกสิ่งถึงที่สิ้นสุดในวันนั้น คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่อันตรายเพราะเขาจะไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต้องพยายามตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุด คนที่ทำความดีเป็นคนโง่ในสายตาของพวกเขา ศาสนาจริยธรรมศีลธรรมเป็นเพียงกลลวงเพื่อให้คนไม่กล้าทำผิด เพราะกลัวบาปกลัวตกนรกแต่แท้ที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่มีจริง คนพวกนี้น่ากลัวมากเพราะพวกเขาพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อทำให้พวกเขามีความสุข ในช่วงเวลาสั้นๆบนโลกใบนี้

คนที่เชื่อเรื่องสวรรค์แต่สวรรค์เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความสุขของผู้ที่มีบุญมากๆหลังจากที่เขาสิ้นสุดชีวิตบนโลกใบนี้แล้ว คนพวกนี้จะเป็นนักสะสมบุญไม่สนใจเรื่องหน้าที่การงานทางโลกแบบสุดโต่ง จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อสะสมบุญไว้มากๆ เช่นต้องทำบุญ 9 วัด ต้องสวดภาวนาทำนพวารกี่ครั้งต่อเนื่องแล้วจะได้รับความรอดพ้นแน่นอน พวกเขาจะมุ่งแสวงหาวิธีการทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อตายไปแล้วจะได้ไปสวรรค์แน่นนอน บางคนขอมิสซาให้ตนเองเผื่อไว้สะสมไว้เพราะกลัวลูกหลานจะไม่ขอมิสซาให้เมื่อตนเองลาจากโลกนี้ไปแล้ว คนกลุ่มนี้ดูเหมือนเป็นคนศรัทธาแต่เป็นความศรัทธาที่เห็นแก่ตัว พวกเขาอาจจะไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครมากนัก แต่อาจจะบกพร่องเกี่ยวกับหน้าที่การงานทางโลก และอาจจะสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น อยากจะให้ผู้อื่นทำโน้นทำนี่เพื่อจะได้ไปสวรรค์ ในที่สุดจะจบลงด้วยความเชื่อแปลกๆผิดเพี้ยนไปจากคำสอนของพระศาสนจักร

สวรรค์ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้ามีอยู่จริงแน่นอน เป็นพระอาณาจักรของพระเจ้าที่เริ่มต้นบนแผ่นดินนี้แล้ว ด้วยการดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติแห่งความรัก สวรรค์จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวการสะสมบุญไว้มากๆเพื่อตนเองจะได้ไปสวรรค์มีความสุข ตรงกันข้ามสวรรค์ในทัศนะของพระเยซูคริสเจ้า เป็นสิ่งต้องร่วมกันสร้างทำให้เกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินนี้ พระองค์เสด็จมาสถาปนาพระอาณาจักรสวรรค์ โดยการรับทนทรมานสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพไถ่บาปมนุษยชาติเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นพวกเราที่เชื่อในพระองค์จะต้องสืบสานต่อไปตามคำสั่งของพระองค์ “จะต้องประกาศในพระนามของพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับการอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม”(ลก.24:47)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

  1. ขอเด็กตั้งแต่ ป.2 – ป.5 เป็นจิตอาสาโปรยดอกไม้ในวันสมโภชพระคริสต์กายา ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด ซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์เดือนพฤษภาคม
  2. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  3. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพงจวนจะเสร็จแล้ว กำลังทำหินล้าง ตกแต่งภายใน และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  4. วันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ต้องการมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและจัดตารางเวลา
  5. วันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 2013 มีพิธีบวชพระสงฆ์ที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน สังฆานุกรที่จะได้รับศีลบวช มีดังนี้  1. สังฆานุกร ยออากิม ธนายุทธ ผลาผล  2. สังฆานุกร อันตน วิทยา เลิศทนงศักดิ์ ผู้ใดต้องการไปงานบวชพระสงฆ์ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด และผู้ได้ทราบว่าสังฆานุกรทั้งสองมีความไม่เหมาะสมประการใดต้องแจ้งให้พระสังฆราชหรือคุณพ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 12-05-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.