ฉบับที่ 13018 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2013 อาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

ฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมคือความโน้มเอียงในทางที่ดี และมันจะเกิดขึ้นเองไม่ได้ถ้าเราไม่พยายามเพาะเลี้ยงขึ้นมาในชีวิตของเรา เวลาที่เราเห็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาเก่งๆเล่นจนเหมือนกับว่า สิ่งที่เขากำลังเล่นอยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะของร่างกายที่เขาสามารถจะสั่งให้มันไปซ้ายไปขวา ไปข้างหน้าหรือมาข้างหลังได้ตามใจชอบ หรือนักดนตรีที่เขาเล่นดนตรีชิ้นเอกของเขาจนชำนาญไหลลื่นไปตามจังหวะทำนอง ถ้าเราลองไปสืบประวัติของคนเหล่านี้เราจะพบว่า พวกเขาใช้เวลาคลุกคลีฝึกฝนกับสิ่งที่เขาชอบมากทีเดียว พ่อเป็นคนที่เล่นดนตรีกีตาร์และกีฬาหลายชนิดแบบงูๆปลาๆ ดนตรีก็พอเล่นเป็นเพลง กีฬาก็พอเล่นเอามันส์เอาเหงื่อได้ แต่ถ้าจะเล่นกันแบบจริงจังเป็นทางการก็คงใช้การไม่ได้ เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะพ่อไม่เคยทุ่มเทเอาจริงเอาจังกับเรื่องเหล่านี้นั่นเอง มีเด็กหลายๆคนเห็นพ่อเล่นกีตาร์จึงมาขอให้พ่อสอนให้ พ่อก็สอนให้และจะเริ่มสอนตั้งแต่การทำความสะอาด การรักษากีตาร์ การตั้งสาย การรู้จักองค์ประกอบ และเรียกสายแต่ละสายได้อย่างถูกต้อง พอเริ่มมาเรียนพ่อรู้ได้ทันทีว่าเด็กคนไหนจะมีอนาคตไกลแค่ไหน เพราะคนไหนรักกีตาร์และเล่นมันบ่อยๆจับมันขึ้นมาเล่นทุกวันคนนั้นจะเป็นคนที่อนาคตไกลแน่นอน

นักคิดท่านหนึ่ง ฟรองซัว เดอ ลา รอชฟูโก กล่าวว่า “การพูดความจริงเป็นเหมือนกับการเป็นนักเดินเรือที่เก่งกาจ ชาวนาเก่งๆ หรือนักเขียนที่ประสบความสำเร็จดีเลิศในงานเขียน ที่พวกเขาประความสำเร็จเพราะพวกเขาฝึกฝน การที่มนุษย์จะชำนาญหรือเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งต้องอาศัยการฝึกฝน พวกเขาไม่สามารถเก่งได้เองถ้าไม่ได้ทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นเพื่อให้คุ้นเคยกับการพูดความจริง ท่านควรจะพูดแต่ความจริง แม้แต่ในเรื่องเล็กน้อยที่สุดก็ตามที” ความดีที่ทำซ้ำๆจะกลายเป็นคุณธรรมประจำชีวิต ตรงกันข้ามสิ่งที่ไม่ดีถ้ามีการทำซ้ำๆบ่อยๆจะกลายเป็นพยศชั่วนิสัยสันดานที่ไม่ดีติดตัวไป คนไทยจึงเขียนเป็นสุภาษิตไว้เตือนใจคนชั่วลูกชั่วหลานว่า “สันดอนขุดง่าย แต่สันดานขุดยาก”ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนจบลงไปแล้วด้วยความร่วมมือของพวกเราทุกฝ่ายๆ เด็กๆที่มาค่ายคำสอนคงจะได้อะไรไปบ้าง จากค่ายคำสอนที่ผ่านๆมาพ่อเห็นพัฒนาการหลายอย่างของเด็กๆที่มาค่าย บางคนมาแรกๆเหมือนคุณหนูทำอะไรไม่เป็นเลยต่อมาเริ่มช่วยเก็บจาน สามารถอยู่กับเพื่อนๆ ช่วยเหลือตัวเอง เริ่มซักผ้า ตากผ้า เก็บและพับอย่างเป็นระเบียบ ตื่นนอนแต่เช้า พอตื่นแล้วก็เก็บที่นอน พูดคำหยาบน้อยลง เด็กหลายๆคนมาสวดภาวนาช่วยมิสซา ฯลฯ พ่อจึงคิดว่าค่ายคำสอนไม่ได้เป็นเพียงแค่เวลาเตรียมเด็กรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่เป็นโรงเรียนแห่งชีวิต ทำให้เด็กแกร่ง มีทักษะในการดำเนินชีวิต มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นและพระศาสนจักร ในงานที่พวกเด็กๆพอจะทำได้ แค่นี้ก็คุ้มสุดคุ้มแล้วครับ สิ่งที่พ่อห่วงใยและปรารถนาที่จะบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครอง คือเมล็ดพันธ์ดีได้ถูกหว่านลงแล้ว มันตายได้ถ้าไม่มีคนคอยดูแลรักษา เราจึงต้องถือเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องส่งเสริมความดีงามที่เกิดขึ้น พยายามดูแลรักษาไว้ให้เด็กได้ฝึกฝนปฏิบัติจนกลายเป็นนิสัย จนในที่สุดก็จะเป็นคุณธรรมติดตัวพวกเขาไป กลายเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม เป็นพลัง เป็นความหวังของพระศาสนจักรในอนาคต พ่อจึงขอฝากข้อคิดสิ่งดีๆเหล่านี้ไว้เพื่อเราจะได้ช่วยกันพัฒนาคลื่นลูกใหม่ของชุมชนแห่งความเชื่อนี้ให้เข้มแข็งต่อไป.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

ความรักแท้ต้องมีกิจการ

กิจการที่เรากระทำเป็นบทพิสูจน์หลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในใจของเรา พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า “คนที่กล่าวแก่เราว่า พระเจ้าข้า พระเจ้าข้านั้น มิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้” (มธ.7:21) พระองค์ตรัสเช่นนี้แสดงให้เราเห็นว่า ความรักไม่ใช่การพูดหวานหูฟังแล้วชื่นใจ แต่ความรักแท้นั้นต้องพิสูจน์ด้วยกิจการและกิจการนั้นต้องเป็นกิจการที่ถูกต้อง และมาจากความจริงใจ ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้าจะทรงรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงย้ำเตือนบรรดาศิษย์ไว้หลายครั้ง “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา” (ยน.14:15) บทบัญญัติที่พระองค์มอบไว้คือบทบัญญัติแห่งความรัก “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลายให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไรท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” (ยน.13:34) “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน.14:22) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าที่นำมาอ้างอิงในข้างต้นทั้งหมด ทำให้เราแน่ใจว่าความรักแท้เป็นความรักที่ต้องมีกิจการ คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าไม่ใช่เป็นเพียงอุดมการณ์หรูๆที่เลื่อนลอย หรือเป็นเพียงทฤษฎี แต่เป็นสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติและพิสูจน์ด้วยชีวิตของพระองค์มาแล้ว โดยยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และจึงเชิญชวนให้เราปฏิบัติตามแบบอย่างที่พระองค์ทรงมอบให้ “เราอย่ารักกันแต่ปากเพียงด้วยคำพูดเท่านั้น แต่เราจงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง” (1 ยน.3:18)

บทบัญญัติแห่งความรักดูเหมือนว่ามีสองประการ คือรักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์ แต่สำหรับพระเยซูคริสตเจ้าทั้งสองประการรวมเป็นหนึ่งเดียวคือ ความรัก นักบุญยอห์นท่านได้อธิบายเรื่องนี้ว่า “ถ้าผู้ใดพูดว่า “ฉันรักพระเจ้า” แต่เกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นย่อมเป็นคนพูดเท็จ เพราะผู้ไม่รักพี่น้องที่เขาแลเห็นได้ ย่อมไม่รักพระเจ้าที่เขาแลเห็นไม่ได้” (1ยน.4:20) สิ่งที่นักบุญยอห์นกล่าวไว้เป็นบทพิสูจน์อีกบทหนึ่งทางความเชื่อ ซึ่งทำให้เราเข้าใจได้ว่าถ้าเราเชื่อในพระเจ้าจริงเราต้องพิสูจน์ด้วยการแสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ความรักที่เราปฏิบัติต่อทุกคนที่อยู่รอบข้างจึงบทพิสูจน์ความเชื่อของเราต่อพระเจ้า “ผู้ที่เชื่อในเราก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่ด้วย” (ยน.14:12) กิจการที่พระองค์ทรงกระทำคือกิจการแห่งความรัก ทรงยอมสละทุกสิ่งเพื่อช่วยมนุษย์ให้ได้รับความรอดพ้น

ปัญหาใหญ่ที่พบในครอบครัวในสังคมปัจจุบัน คือความรักที่ขาดบทพิสูจน์ทางการกระทำ พ่อแม่หลายท่านบอกว่ารักลูก สามีบอกว่ารักภรรยา ภรรยาบอกว่ารักสามี แต่เขาไม่เคยเอ่ยคำว่ารักหรือแม้แต่คำชมเชยคำพูดดีๆ กับคนที่เขาบอกว่ารักอีกทั้งยังคิดไปว่า “บุคคลเหล่านั้นจะต้องรู้เอง เขาต้องรู้อยู่แล้ว” จากการทำงานหนักตรากตรำเพื่อดูแลครอบครัว แต่ความจริงบุคคลเหล่านั้นเขาไม่รู้เขาสัมผัสไม่ได้ เพราะมนุษย์ต้องการสิ่งเป็นรูปธรรมตรงไปตรงมา นั่นก็คือถ้าเรารักเขาเราต้องบอกเขา ต้องมีเวลาให้เขา ดูแลเอาใจใส่ถามไถ่ทุกข์สุขกันบ้าง ไม่ใช่บ้าทำแต่งานจนลืมทุกคนในครอบครัว เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการครอบครัวที่มีความรักความอบอุ่น เราต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำพยายามใช้เวลาที่มีอยู่อย่างมีคุณภาพที่สุด เพื่อแสดงความรักความเข้าใจกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง และนี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเรารักทุกคนจริง.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอเด็กตั้งแต่ ป.2 – ป.5 เป็นจิตอาสาโปรยดอกไม้ในวันสมโภชพระคริสต์กายา ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป
  2. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  3. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืนหน้าไปเรื่อยๆ กำแพงจวนจะเสร็จแล้ว กำลังทำหินล้าง ตบแต่งภายใน และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  4. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น.ขอเชิญคณะกรรมการทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพียงกันด้วย
  5. พิธีบวชพระสงฆ์ วันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 2013 มีพิธีบวชพระสงฆ์ ที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน สังฆานุกรที่จะได้รับศีลบวช มีดังนี้
    • สังฆานุกร ยออากิม ธนายุทธ ผลาผล
    • สังฆานุกร อันตน วิทยา เลิศทนงศักดิ์

    ผู้ใดต้องการไปงานบวชพระสงฆ์ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด และผู้ได้ทราบว่าสังฆานุกรทั้งสองมีความไม่เหมาะสมประการใดต้องแจ้งให้พระสังฆราชหรือคุณพ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 05-05-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.