ฉบับที่ 13013 วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2013 สมโภชปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

ความจริงอันยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นคือสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด (ชอง ดาลองแบร์) พระเป็นเจ้าเป็นองค์ความดี เป็นองค์ความจริง และเป็นองค์ความรักอันหาขอบเขตมิได้ เพราะฉะนั้นเราจึงอนุมานได้ว่าในพระองค์จะต้องเป็นความเรียบง่าย จากประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตของเรา ถ้าเราสังเกตให้ดีๆเราจะพบว่าความเรียบง่ายมักจะอยู่คู่กับความงดงาม และความดีแห่งชีวิตเสมอ เราคงเคยได้ยินบ่อยๆว่าคนดีปากต้องตรงกับใจ คือคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น หรือพูดและทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเงื่อนงำซับซ้อน พระเยซูคริสตเจ้าจึงทรงสอนว่าอะไรที่ใช่ก็บอกว่าใช่ อะไรที่ไม่ใช่ก็บอกว่าไม่ใช่ นอกนั้นมาจากมาร “เมื่อใดคนที่พูดจาด้วยการประดิดประดอยถ้อยคำและอ้อมค้อม เมื่อนั้นแหละแสดงว่าเขากล่าวคำเท็จ หรือไม่ก็กำลังยกย่องตัวเอง ท่านไม่ควรเชื่อถือคนเช่นนี้ คำพูดที่ดีนั้นจะชัดเจน แหลมคม และทุกคนเข้าใจได้เสมอ” (ชอง ดาลองแบร์)

เมื่อเรามองไปยังพระแท่นบูชาซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของวัด เราจะพบว่าพระแท่นบูชาของเราช่างเรียบง่าย เป็นแท่นบูชาที่มีเพียงผ้าขาวสะอาดปูไว้ ถ้าจะมีอะไรตบแต่งบ้างก็ขอให้น้อยที่สุด นี่เป็นเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรที่สั่งให้ปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด เพราะพระศาสนจักรต้องการให้พระแท่นบูชาซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์แสดงถึง องค์พระเยซูคริสตเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ทำให้ทุกคนที่มองไปยังพระแท่นบูชาที่เรียบง่าย ได้สัมผัสและเข้าใจว่า พระเป็นเจ้าของเรานั้นสะอาดบริสุทธิ์ เรียบร้อยน่ารัก เรียบง่ายไม่ซับซ้อน พระองค์เป็นพระเป็นเจ้าที่เข้าไปพบไปหาได้ง่ายๆ พระองค์ไม่น่ากลัวอะไรเลย ซึ่งเมื่อเราลองเอาไปเปรียบเทียบกับแท่นบูชาของพ่อมดหมดผี ก็จะเห็นว่าต่างกันราวกับฟ้าดิน เพราะแท่นบูชาของพ่อมดหมอผีเหล่านี้ต้องการประกาศความน่ากลัว ความขลังเพื่อสยบให้ทุกคนกลัว แสดงถึงความลึกลับการมีพลังอำนาจ เพื่อทำให้คนที่พบเห็นไม่กล้าลบหลู่ และต้องปฏิบัติตามคำสั่งซึ่งเป็นความต้องการของสิ่งเหล่านั้นสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดถ้าใครลองไตร่ตรองดูก็จะรู้ว่า ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาจากความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมนุษย์ทั้งสิ้น คนดีๆพิจารณาได้อย่างง่ายดายเพราะเขามีชีวิตที่เปิดเผย ไม่มีอะไรซ่อนเร้นแอบแฝง ส่วนคนชั่วมักจะมีชีวิตที่ซับซ้อนมีเงื่อนงำ เพราะเขามีสิ่งลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ จึงต้องสร้างกลไกป้องตนเองเพื่อปกปิดสิ่งที่ลึกลับซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยคิด พูด และกระทำทุกสิ่งด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายเข้าใจยาก ความดีที่แท้จริง ความศรัทธาที่แท้จริง จึงเป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย เพราะมันเป็นสิ่งที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนไม่ต้องแต่งแต้มสีสัน วิถีชีวิตของคนดีย่อมขึ้นกับความดีและความศรัทธาอย่างนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดสิ่งต่างๆเหล่านี้ยิ่งปรากฏชัดขึ้นเท่านั้น เพราะนี่เป็นการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติวิสัยอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่เกิดจากการประดิดประดอยจริตจะก้านการสร้างภาพ ใครก็ตามที่มีวิถีชีวิตอิงอยู่กับความดีและความศรัทธาเที่ยงแท้ เขาจะมีชีวิตก้าวไปข้างหน้าเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกวัน นั่นหมายความว่าเขาจะมีชีวิตชิดสนิทสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าจนเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ เพราะพระองค์เป็นองค์แห่งความดี เป็นองค์แห่งความรัก และเป็นองค์แห่งความจริงสูงสุดหนึ่.งเดียว

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

พระธรรมล้ำลึกปัสกาหมายถึง การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่บาปช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้นของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของข้อความเชื่อทั้งหมดของเรา ถ้าพระเยซูคริสตเจ้า ไม่ได้รับทนทรมาน ไม่ได้สิ้นพระชนม์ และไม่ได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของเราจะเป็นความเท็จเป็นการโกหกทั้งสิ้น เพราะข้อความเชื่อของเราทั้งหมดล้วนมีความสัมพันธ์กับพระธรรมล้ำลึกปัสกา พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อและยอมรับตามประสามนุษย์ จากสิ่งที่บรรดาศิษย์และอัครสาวกประสบ คือคนๆหนึ่งถูกทรมาน ตอกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นเรี่ยวแรง และถูกหอกแทงที่สีข้างเลือดและน้ำไหลหลั่งออกมามากมาย ซึ่งแสดงว่าคนๆนั้นตาย แล้วจะให้พวกเขาเชื่อว่าคนที่เห็นด้วยตาว่าตายแล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากตามประสามนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับและเชื่อยากอย่างนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงต้องแสดงเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง พระคูหาว่างเปล่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ “เห็นผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง” (ยน.20:6-7) หลายๆคนได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้รับทานอาหารร่วมกับพระองค์ เพื่อกระตุ้นเตือนบรรดาศิษย์และอัครสาวก ให้คิดถึงการทำนายล่วงหน้าของพระองค์ถึงเหตุการณ์นี้ เพื่อพวกเขาจะได้สามารถก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพ ตามประสามนุษย์ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเชื่อในพระองค์ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ยิน ได้เห็น จะก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพและมีความเชื่อ เขายังคงไม่เชื่อและดำเนินชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง มีพยานจำนวนมากมายที่มีประสบการณ์รู้เห็นเหตุการณ์ ไปเป็นพยานไปบอกเล่า พาไปดูหลักฐาน “ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา…ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา” (ยน.6:44-45)

ความเชื่อจึงไม่ได้เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ และการจำนนด้วยหลักฐานหรือเหตุผล แต่เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ อาทิ การมาร่วมบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆอย่างดี การสวดภาวนา การอ่าน ฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม ฯลฯ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว หลักฐานและเหตุผลต่างๆก็จะเป็นเรื่องรองๆลงมาที่ช่วยเสริมให้เขามีความเชื่อมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเขาประสบปัญหาความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความเชื่อของเขาก็จะไม่คลอนแคลนหวั่นไหวง่ายๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในการประทับอยู่และพยานสอดส่องของพระเจ้า

แม้พยานหลักฐานในการกลับคืนพระชนมชีพจะไม่เพียงพอ และพวกเจ้าคณะสงฆ์จะจ้างคนไปประกาศว่า “อัครสาวกมาขโมยพระศพไป” และเบียดเบียนลงโทษ แต่บรรดาอัครสาวกและสาวกที่มีประสบการณ์ความเชื่อทั้งหลาย ก็ยังคงยืนยันด้วยชีวิตและประกาศความเชื่อ เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าต่อไป เหตุว่าพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อเรื่องนี้จริง และนี่คือพยานหลักฐานที่หนักแน่นที่สุด เพราะเป็นการยืนยันด้วยการยอมพลีชีวิต.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 50-60 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. วันเสาร์ที่ 6 เม.ย. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุมาสวดภาวนาและร่วมมิสซา เวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและรับศีบอภัยบาป
  4. วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก พี่น้องท่านใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันรับศีลล้างบาป
  5. สัมมนาประจำปีของพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ วันจันทร์ที่ 8 – วันพฤหัสฯ 11 เม.ย. 2013 มีสัมมนาประจำปีของพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ขอให้พี่น้องสวดภาวนาให้พระสงฆ์ และของดมิสซาในวันดังกล่าว

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 31-03-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.