ฉบับที่ 13012 วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2013 อาทิตย์มหาทรมาน (แห่ใบลาน)

บอกเล่าให้ฟัง

เมื่อเริ่มต้นเรียนคำสอนเรื่องบาป เราจะเรียนรู้เรื่องความหมาย จนกระทั่งเราจะได้เรียนรู้รากเหง้าของบาปทั้ง 7 ประการ ถ้าเราสังเกตเราจะพบว่าบาปต้น 7 ประการหรือรากเหง้าของบาปนั้น ในตัวมันเองไม่ใช่ความผิดที่ใหญ่โตอะไร แต่มันจะเป็นสาเหตุหรือชนวนที่ทำให้เราทำบาปหนักมากขึ้น เพราะเรามักจะเห็นมันเป็นเรื่องเล็กๆและมองข้าม ไม่ตระหนักว่ามันจะสามารถทำร้ายจิตวิญญาณของเราได้ นักเทววิทยาหลายท่านในยุคปัจจุบันได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ว่า มนุษย์ในยุคปัจจุบันไม่ตระหนักถึงผลร้ายของบาป เพราะฉะนั้นการพิจารณามโนธรรม การรับศีลอภัยบาปจึงน้อยลง เนื่องจากมนุษย์ไม่กลัวบาปจึงทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างโดยขาดความยั้งคิด

อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้เองนักเทววิทยายุคปัจจุบัน จึงเรียบเรียงบาปหนักของมนุษย์ขึ้นมาอีก 7 ประการ ทั้ง 7 ประการล้วนเตือนใจเราทุกคนให้รู้จักยั้งคิดในกิจการต่างๆที่เราจะกระทำ กำลังกระทำ หรือกระทำไปแล้ว

  1. มลภาวะด้านสภาพแวดล้อม มนุษย์ใช้วัตถุดิบอย่างไม่บันยะบันยัง ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จนเป็นเหตุทำให้ธรรมชาติแปรปรวน มลภาวะเป็นพิษ ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกๆวัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสรรพชีวิตบนโลกใบนี้ รวมทั้งมนุษย์เองด้วย
  2. การตัดต่อยีนของมนุษย์ สัตว์ และพืช ในทางผิดศีลธรรม ทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม ขัดต่อธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้าง จึงกลายเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงของมนุษยชาติ
  3. ความร่ำรวยขึ้นจนเกินเลยของคนเพียงบางกลุ่ม สาเหตุของความร่ำรวยเกิดจากการแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว โดยไม่คำนึงถึงเรื่องจริยธรรมความเดือดร้อนของผู้อื่น อ้างสิทธิในการครอบครองทุกสิ่ง
  4. การทำให้เกิดความยากจนทวีขึ้นทั่วไป สาเหตุหลักน่าจะมาจากบาปประการที่ 3 เมื่อคนส่วนใหญ่ยากจน การแย่งชิง จลาจล สงครามจะค่อยๆเกิดมากขึ้นและทวีความรุนแรงเป็นลำดับ
  5. การมีส่วนในการผลิต การค้า และการเสพยาเสพติด ยาเสพติดถือว่าเป็นมหันตภัยของมนุษยชาติในยุคปัจจุบัน จนกระทั่งติดลำดับหนึ่งในบาปหนัก 7 ประการของยุคปัจจุบัน
  6. การค้นคว้าทดลองที่ไม่ได้ผ่านการประเมินว่าผิดศีลธรรมหรือไม่ เป็นการค้นคว้าทดลองที่ยังไม่มีข้อสรุปทางศีลธรรม นักวิทยาศาสตร์หลายๆคนแอบทดลอง ทำให้เกิดภัยพิบัติต่อมนุษยชาติ
  7. การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานตามธรรมชาติของมนุษย์ พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ เพราะฉะนั้นมนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เป็นสิ่งที่ต้องเคารพลบหลู่ไม่ได้ การกระทำทุกชนิดที่ขาดความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ถือว่าเป็นบาปหนัก เป็นต้น กับเด็ก สตรี และผู้ที่อ่อนแอ

ถ้าเราสังเกตบาปหนักในยุคปัจจุบัน เราจะพบว่ามันก็เกิดจากเรื่องเล็กๆอีกนั้นแหละ นั่นก็คือ “ความเห็นแก่ตัว” ขอให้สิ่งเหล่านี้เตือนใจเราให้เห็นแก่ตัวน้อยลง รักผู้อื่นมากขึ้น และโลกของเราจะมีสันติสุขอย่างแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เราแห่ใบลาน เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราคริสตชนจะรำพึงถึงพระมหาทรมานเป็นพิเศษ พระศาสนจักรให้คริสตชนทั่วโลกทำการระลึกถึง การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงชัยชนะ พระศาสนจักรให้เราคริสตชนระลึกถึงเหตุการณ์นี้เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ต้องการจะย้ำเตือนบรรดาคริสตชนว่าพระธรรมล้ำลึกปัสกา มีองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นก็คือ การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ การเข้ามีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงต้องเป็นการเข้ามีส่วนร่วมทั้งครบ ไม่ใช่น้อมรับเข้าเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระองค์พร้อม พระองค์ยินดีที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ที่จะยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษยชาติ การกระทำเช่นนี้ในสายตาของมนุษย์ทั่วไปเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญา เป็นความอัปยศ เป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับพระเจ้านี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และชัยชนะนี้จะปรากฏผลในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเราจะทำการสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ปัสกา การน้อมรับพระประสงค์ของพระเยซูคริสตเจ้า โดยการยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี่แหละ ทำให้เราหยั่งรู้เกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อความทุกข์ยากลำบากเข้ามากล้ำกรายชีวิตของเรา เราจะสามารถจัดการกับชีวิตอย่างถูกต้อง

พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นหนทางแห่งความรอดพ้น ซึ่งการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าเพื่อน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่านี้เป็นหนทางเดียวที่มนุษย์ต้องเดิน เพื่อจะได้รับความรอดพ้นไม่มีทางอื่น เป็นเงื่อนไขในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้า “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนเองและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร”(มธ.16:24-25) นี่เป็นเคล็ดลับในการดำเนินชีวิตของเราคริสตชน ซึ่งทำให้เราสามารถพบกับความสงบในการดำเนินชีวิต ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากต่างๆซึ่งเป็นกางเขนแห่งชีวิต เพราะเรารู้ว่าเราสามารถเข้าร่วมส่วนกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า โดยอาศัยความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเราน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดี ความทุกข์ลำบากต่างๆที่เราได้เรารับ ก็จะกลายเป็นหนทางสร้างบุญสร้างกุศล นำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย

ขอให้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์สัปดาห์แห่งพระมหาทรมานที่เริ่มต้นขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าใจความหมายของชีวิต ความทุกข์ทรมานต่างๆที่เกิดขึ้น และพระธรรมล้ำลึกปัสกา จนกระทั่งสามารถมองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เข้าใจและน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดีเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า และเราจะได้ชัยชนะเช่นเดียวกับพระองค์

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจะเปิดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน วันจันทร์ที่ 25 มีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ค่ายคำสอนเริ่มเวลา 8.30 น. ทางรถรับส่งอาจจะติดต่อสอบถามเส้นทางไปยังบางบ้าน
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอังคารที่ที่ 26 มี.ค. 2013 มีวจนะพิธีกรรมศีลอภัยบาปเตรียมสมโภชปัสกาเวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องมาเตรียมจิตใจรับศีลอภัยบาปและร่วมมิสซา ในวันดังกล่าวนี้
  5. ตารางเวลาสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ มิสซาล้างเท้าอัครสาวก วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์นมัสการกางเขน วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์พิธีตื่นเฝ้า เสกไฟ เสกเทียน เสกน้ำ พิธีเริ่มเวลา 19.00 น. วันอาทิตย์สมโภชปัสกา มิสซาเวลา 8.30 น.
  6. วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัด เวลา 15.00 น. ในวันนี้คริสตชนที่มีอายุ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องทำพลีกรรมใช้โทษบาป หรือ อดเนื้อถ้าการอดเนื้อเป็นการทำพลีกรรม ผู้ที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องจำศีลอดอาหาร การจำศีลอดอาหารหมายถึงทานอิ่มได้ 1 มื้อ อีก 2 มื้อทานพออยู่ได้

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 24-03-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.