ประมวลภาพการเดินรูป 14 ภาค ในช่วงเทศกาลมหาพรต 2013

March 17th, 2013

ประมวลภาพการเดินรูป 14 ภาค ในช่วงเทศกาลมหาพรต 2013 บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างเชิญชมได้จากใน gallery ด้านล่างนี้ครับ

ฉบับที่ 13011 วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2013 อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

March 14th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

รากฐานของการศึกษาทั้งมวล คือการสร้างความสัมพันธ์ของเรากับจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง(พระเจ้า) และข้อสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของเราก็ได้มาจากตรงนี้ การศึกษาศาสนาคือรากฐานของการศึกษาทั้งมวล นักวิชาการรู้จักหนังสือมากมาย ผู้มีการศึกษาดีมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ส่วนปราชญ์ผู้รู้แจ้งจะเข้าใจความหมายและเป้าหมายของชีวิต ศาสตร์ต่างๆมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ถ้าปราศจากศาสตร์พื้นฐานที่ว่าด้วยความหมายของชีวิตและความดีงามของผู้คน บรรดาความรู้และศิลปะอื่นใดก็จะกลายเป็นสูญเปล่าและสิ่งเริงรมย์ที่น่าอันตรายไป เรามีชีวิตที่ไร้ความหมาย ตรงข้ามกับที่ปราชญ์ทุกยุคทุกสมัยเข้าใจถึงชีวิต นี่เป็นเพราะคนรุ่นใหม่ของเราได้รับการศึกษามาผิดทาง คือถูกสอนให้เรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ แต่กลับไม่มีใครสอนให้รู้ถึงความหมายของชีวิต ศาสตร์ที่แท้จริงคือความรู้ที่บอกว่า คนเราควรใช้ชีวิตอย่างไร และความรู้นี้ก็เปิดกว้างแก่ทุกๆคน (จากหนังสือ A Calendar of Wisdom)

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13010 วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2013 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

March 7th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

เรื่องบอกเล่าในสารวัดฉบับนี้พ่อขอยกเอาความคิดของนักคิดบางท่านมานำเสนอ ซึ่งพ่อคิดว่าถ้าใครก็ตามที่ได้ไตร่ตรองความเป็นจริงเกี่ยวกับชีวิต และสรรพสิ่งอย่างลึกซึ้งเขาจะพบกับสัจธรรม ถ้าความจริงเที่ยงแท้มีเพียงหนึ่งเดียวตามความเชื่อของเรา ทุกคนที่ทำเช่นนี้จะเข้าถึงเป้าหมายเดียวกัน อองรี อาเมียล กล่าวว่า “ชีวิตคนเราจะดีได้ ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามเจตจำนงที่พระเจ้ามุ่งหวังไว้เท่านั้น ความชั่วร้ายในรูปความทุกข์ทรมาน และความตายจะปรากฏให้เห็นได้ในทุกแห่ง ต่อบุคคลผู้ยอมรับบัญญัติของโลกวัตถุ ถือเอาโลกของสัตว์เป็นบัญญัติหลักของชีวิต เพียงเมื่อเขาลดตัวลงไปอยู่ในภาวะของสัตว์เท่านั้น เขาจึงบังเกิดความกลัวตายและกลัวทุกข์ หนทางเดียวที่จะหลีกหนีความกลัวนี้ได้ ก็คือปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้าที่แสดงออกในความรัก ความกลัวตายและความกลัวทุกข์ทรมานย่อมไม่มี ในผู้ที่ใช้ชีวิตตามพระบัญญัติของพระเจ้า จงเป็นอย่างที่ท่านเป็น และอย่างที่ท่านต้องเป็น ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของพระเจ้า”

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13009 วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2013 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

March 1st, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

ใกล้ๆวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรามีมหาวิทยาลัยอยู่หลายแห่ง และมีโรงเรียนอยู่มากมาย ในมหาวิทยาลัยและบรรดาโรงเรียนเหล่านี้ บางแห่งมาเชิญพ่อไปสอนจริยธรรมในโรงเรียน แต่ส่วนใหญ่อาจารย์ที่สอนจริยธรรมและศาสนาเปรียบเทียบก็มักจะมอบงานให้นักเรียน หรือนักศึกษาออกมาสัมภาษณ์บรรดาผู้นำศาสนาในประเด็นต่างๆทางจริยธรรม และคำสอนของศาสนา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สำหรับพ่อแล้วพ่อไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนัก เพราะประเทศของเราได้รับบทเรียนมาหลายครั้งแล้วว่า จริยธรรมคุณธรรมต่างๆมีความสำคัญในการสร้างคนให้เป็นคนที่บริบูรณ์ สามารถทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม สังคมวันนี้ต้องการคนดีมีคุณธรรมมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งแต่ขาดคุณธรรมความดีเป็นตัวกำกับให้ดำเนินชีวิตอยู่ในร่องในรอย ก็มักจะเป็นผู้ทำลายสร้างความเสียหาย หาผลประโยชน์มากกว่าช่วยพัฒนาสังคม ทำให้คนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ด้วยเหตุนี้นักการศึกษาจึงพยายามจัดให้มีการสอนหรืออบรมจริยธรรมและศาสนาในโรงเรียน

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13008 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2013 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

February 22nd, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

“การกระทำของมนุษย์ทุกอย่างต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม” อาทิ คนดีเมื่อตายแล้วต้องไปสวรรค์ คนชั่วต้องตกนรก แล้วคนไม่ได้ชั่วช้าถึงขนาดต้องตกนรก แต่ก็ไม่ดีพอที่จะไปสวรรค์ คนเหล่านี้เมื่อตายไปแล้วจะไปไหน พระศาสนจักรสอนว่าคนเหล่านี้ต้องชำระจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์เสียก่อนจึงไปสวรรค์ได้ ถามว่าทำไม คำตอบก็คือพวกท่านจะต้องชดเชยการกระทำของพวกท่านตามความยุติธรรมนั่นเอง

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13007 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

February 14th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

มโนธรรมของสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยเยียวยาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมได้ แต่น่าเสียดายหลายๆครั้งมโนธรรมทางสังคมกลับเงียบเสียงไป ท่านผู้รู้ทางสังคมวิทยาหลายท่านกล่าวว่า “สังคมเสียหายเพราะคนดีเงียบเสียง” ถามว่าทำไมคนดีๆจึงเงียบเสียง การที่คนดีเงียบเสียงไปนั้นอาจมาจากสาเหตุหลายประการ บางคนอาจจะคิดว่าสังคมจะเป็นอย่างไรไม่ใช่ธุระของฉัน เราจะแกว่งเท้าไปหาเสี้ยนทำไมกัน อีกหลายคนไม่กล้าพอที่จะเผชิญกับปัญหา จึงประนีประนอมกับทุกเรื่องเพื่อจะได้ไม่ต้องไปข้องแวะกับปัญหา ฯลฯ ความคิดเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดที่อันตราย ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามโนธรรมของสังคมถูกทำให้เงียบเสียงลง โดยอิทธิพลบางอย่างก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหายหนัก อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ดีๆ สื่อมวลชนต่างๆที่กล้าพูดตีแผ่ความจริง เพราะถ้าอิทธิพลมืดสามารถปิดเสียงมโนธรรมของสังคมเมื่อไร เมื่อนั้นความชั่วจะครองเมือง เนื่องจากเราแต่ละคนเป็นสมาชิกของสังคม เราจึงต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของเราในสังคมนั้นๆในการปกป้องสังคมที่เราอยู่ ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้ความรุนแรง เพียงแต่เราต้องไม่นิ่งเฉย ไม่เออออห่อหมก ต้องแสดงความไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ไม่ดีและความผิดทั้งหลาย พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า “ใครที่อยู่ฝ่ายความจริง ความถูกต้องก็อยู่ฝ่ายพระเจ้าด้วย” นักบุญเปาโลจึงสอนชาวโครินธ์ว่า “ความรักแท้ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง”(1คร.13:5)

อ่านต่อ »