เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 814 วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

Saturday, August 22nd, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ความกตัญญูรู้คุณเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ใครที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมประการนี้ ก็เป็นผู้ที่เจริญแล้วด้วยพระพร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลายคนคงจะมีโอกาส ไปร่วมพิธีครั้งประวัติศาสตร์ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ การขึ้นดำรงตำแหน่งของพระอัครสังฆราชใหม่ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ต่อจากนี้ไปพระคุณเจ้าใหม่จะมีสิทธิหน้าที่เต็ม ในฐานะพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ส่วนพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชูจะไปอยู่บ้านอับราฮัมเพราะท่านเกษียณอายุแล้ว แต่ท่านก็ยังคงเป็นพระคาร์ดินัลพระอัครสังฆราชตลอดไป และพวกเราต้องให้ความเคารพรักท่านต่อไป เพราะท่านได้สร้างความดีงามไว้ในอัครสังฆมณฑลกรุงฯ และในจิตใจของผู้คนมากมาย ในฐานะที่ท่านเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ย่อมมีความอ่อนแอความผิดพลั้งได้ถ้าเกิดแก่ผู้ใดก็จงอภัยให้แก่กันและกัน ส่านพระอัครสังฆราชใหม่พวกเราต้องนบนอบ ให้ความร่วมมือกับพระคุณเจ้าที่จะนำพาอัครสังฆมณฑลของเรา ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อย่าลืมสวดภาวนาขอบคุณพระเป็นเจ้าที่ประทานนายชุมพาบาลที่ดีให้กับเรา อย่าลืมสวดภาวนาให้พระคุณเจ้าทั้งสองต่อไป

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 813 วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 20 สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

Saturday, August 15th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

นานาทัศนะเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกที่ ที่มีการดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นชุมชน ทำงานร่วมกันเป็นคณะกรรมการ เป็นกลุ่ม เป็นองค์กร เราจะคาดหวังให้คนทุกๆคนมีความคิดเห็นเหมือนกันได้อย่างไร เพราะคนทุกคนมีความแตกต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราอยู่ในสภาพแวดล้อม การอบรม ครอบครัวที่แตกต่างกัน แม้คนในครอบครัวเดียวกันพี่น้องกันแท้ๆก็ยังมีทัศนคติที่แตกต่างกัน พระเป็นเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาให้มีความแตกต่างแต่ไม่ประสงค์ให้มนุษย์เกิดความแตกแยก ตรงกันข้ามพระองค์ประสงค์ให้มนุษย์ใช้ความแตกต่างนั้นแสดงความรักและช่วยเหลือกันและกัน ถ้ามนุษย์เหมือนกันทุกอย่างการช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้นความแตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดี แต่กลับกลายเป็นพลังส่งเสริมกันและกัน เป็นความรอบคอบ เป็นความสวยงามของโลกใบนี้ ถ้าทัศนียภาพของโลกใบนี้มองไปที่ไหนก็มีสีเดียวไปหมดจะมีความสวยงามได้อย่างไร

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 812 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

Saturday, August 8th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

เราหว่านอะไรก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้นนี่เป็นสัจธรรมความจริงของชีวิตอย่างหนึ่งที่เราต้องนำมาพิจารณาไตร่ตรอง อันที่จริงสัจธรรมความจริงเรื่องนี้ก็ถูกถ่ายทอดเป็นคำพูดหลายๆรูปแบบอยู่เหมือนกัน อาทิ You are what you eat. ลูกไม้ตกไม่ไกลต้น ฯลฯ ที่พ่อนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพราะว่าหลายๆครั้งที่มีเรื่องราวต่างๆนาๆเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่พึงประสงค์ก็ดีไปแต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เมื่อไรเรามักจะโทษโน่นโทษนี่ และที่สุดก็จะไปลงที่พระเป็นเจ้าว่าทำไมพระองค์ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้ จะมีสักกี่คนที่หันไปทบทวนถึงการกระทำของตนเองหรือการกระทำของมนุษย์ ว่าเราทำอะไรลงไปเราใช้อิสรภาพที่พระเป็นเจ้าประทานให้ถูกต้องหรือไม่ พระเป็นเจ้าทรงสร้างเรามาพร้อมกับประทานอิสรภาพให้และพระองค์ทรงเคารพอิสรภาพนั้น มนุษย์จะทำชั่วก็มาจากการตัดสินใจของตนเอง มนุษย์จะไปสวรรค์ทำความดีเขาก็เลือกที่จะทำด้วยตนเอง

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 811 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

Sunday, August 2nd, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

การพูดจาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ที่เราต้องนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเราจะได้สามารถนำมาเป็นข้อคิดพิจารณา เพื่อปรับปรุงชีวิตของเราให้ดีขึ้น การพูดสิ่งที่ดีงามเป็นสิ่งที่นำสิริมงคลมาให้กับตัวผู้พูดเอง จึงมีคำพูดเป็นสุภาษิตว่า “พูดดีเป็นศรีแก่ตัว” เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามฝึกฝนตนเอง ให้เป็นผู้ที่จะคิดก่อนจะพูดเสมอ พระบัญญัติของพระเป็นเจ้าประการที่แปด สอนเราว่า “อย่าใส่ความนินทา” คริสตชนหลายคนยังเข้าใจพระบัญญัติประการนี้ ไม่ลึกซึ้งเพียงพอจึงมีคนแก้ตัวบ่อยๆว่า “ฉันไม่เคยนินทาใครเพราะสิ่งที่ฉันพูดเป็นความจริงทั้งสิ้น” อันที่จริงพระบัญญัติประการที่แปดแยกแยะเป็นสองประเด็น ประเด็นแรก ใส่ความหมายถึงการพูดใส่ร้ายคนอื่นเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่เราบอกว่าเขาเป็นอย่างนั้นหรือทำอย่างนั้น และทำให้ผู้อื่นเสียหายถือว่าเป็นการใส่ความ ประเด็นที่สอง นินทาหมายถึงการเอาเรื่องของผู้อื่นไปพูด แล้วทำให้เขาเสียหายแม้เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง ก็ถือเป็นการนินทา แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงเราก็ทำผิดสองกระทง คือใส่ความ และนินทา

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 810 วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2552 อาทิตย์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

Saturday, July 25th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว พ่อหายหน้าไปไม่ได้กลับมาทำหน้าที่ผู้เลี้ยงแกะที่ดีสมดังตั้งใจ เพราะพ่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสฯที่ 16 ตอนบ่ายรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว พ่อเริ่มทานยาลดไข้ทุก 4 ชั่วโมงทานยาลดไข้ไปประมาณ 10 เม็ด เมื่อเห็นว่าทานยาลดไข้ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมงแล้วไข้ไม่ลดพ่อจึงขับรถมาโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ครั้งแรกวัดไข้ได้ 38.5 องศาเซลเซียส พอมาถึงห้องพักคนไข้เพื่อพักและรอผลตรวจน้ำมูกวัดไข้อีกครั้งได้ 39 องศาเซลเซียส และ 39.5 …ต่อจากนี้พยาบาลก็ไม่ได้วัดอีกเพราะพ่อเริ่มหนาวจับจิต คาดว่าอุณหภูมิคงอยู่ประมาณ 39.5 – 40 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นแพทย์ก็มาบอกผลว่าตรวจน้ำมูกแล้วเป็น A POSITIVE แพทย์บอกพ่อว่าไม่ต้องส่งพิสูจน์ว่าเป็นสายพันธุ์อะไรเพราะการรักษาเหมือนกันทุกชนิดทุกสายพันธุ์ การส่งตรวจยังผลทำให้เกิดความกังวลและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 3,000 – 4,000 บาท แพทย์จึงสั่งยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ และที่ขาดไม่ได้คือยาต้านไวรัส TAMIFLU เพียงแค่ 2 – 3 วันอาการก็ดีขึ้นทันที

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 809 วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2552 อาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

Saturday, July 18th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ชีวิตคริสตชนเปรียบเหมือนวงล้อห้าแฉกที่ต้องพยายามหมุนให้ครบรอบนั่นก็คือ การสวดภาวนา การอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ ชีวิตกลุ่ม การรับใช้พระศาสนจักร ศีลศักดิ์สิทธิ์ พ่อคิดว่าวงล้อห้าแฉกนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตคริสตชน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคย คลุกคลี วนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้จนทำให้ทุกสิ่งที่กล่าวถึงนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา

การสวดภาวนา เป็นการยกจิตใจขึ้นหาพระเป็นเจ้าสนทนากับพระองค์ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับพระองค์อย่างใกล้ชิดสนิทกันอยู่เสมอ ถ้าเราพิจารณาความจริงในชีวิตเราจะพบว่า ครอบครัวใดมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ครอบครัวนั้น พ่อแม่และลูก จะมีการสนทนาพูดคุยกันอยู่เสมอ ต่อให้อยู่ไกลแสนไกล ระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรคตราบใดที่ยังมีคลื่นโทรศัพท์พวกเขาก็จะโทรศัพท์คุยกัน ความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ถ้ายามใดความความสัมพันธ์ที่ดีจืดจางการสนทนาจะน้อยลง พูดเท่าที่จำเป็น หรืออาจไม่พูดกันเลยก็มี เสียงโทรศัพท์ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เวลาคนไม่ถูกกันเราจึงเรียกอาการเช่นนั้นว่า “เขาไม่พูดกัน”

(more…)