เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 820 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 อาทิตย์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

Saturday, October 3rd, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่ที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าประมาณ 4 เดือนกว่าแล้ว ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องเราผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาหลายเหตุการณ์ พ่อได้สัมผัสถึงความรักความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องที่มีต่อวัดชุมชนแห่งความเชื่อแห่งนี้อย่างแท้จริง การแสดงออกเช่นนี้เป็นการเผยแผ่สันติสุขและความรักของพระเป็นเจ้าไปสู่ผู้อื่น พ่อเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้เขาจะได้สัมผัสสันติสุขและความรักของพระเป็นเจ้าที่ประทับอยู่ท่ามกลางเรา พี่น้องต้องพยายามรักษาความดีงามอย่างนี้ให้อยู่กับวัดของเราและพยายามเพิ่มพูนพัฒนาให้เด่นชัดและดีขึ้นเรื่อยๆไป ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ถ้าจะเปรียบวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าเป็นภาพจิกซอ พี่น้องก็เป็นจิกซอแต่ละตัวที่เป็นองค์ประกอบของภาพวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าที่มีความสำคัญทุกตัว จิกซอบางตัวอาจยังไม่เข้ารูปเข้ารอยคงต้องขยับให้มันเข้ารูปเข้ารอย จิกซอบางตัวอาจจะเปื้อนๆหมองๆด้วยฝุ่นหรืออะไรที่ทำให้มันแสดงภาพตรงนั้นไม่ชัดเจน เราก็ปัดๆทำความสะอาดมันเสีย ความเปื้อนหมองที่กล่าวถึงอาจเป็นนิสัยหรือเป็นการกระทำบางอย่างของเราแต่ละคนก็เป็นได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเราเป็นมนุษย์สามัญชนคนธรรมดาจึงมีข้อจำกัดอันเป็นวิสัยของมนุษย์อยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ถ้าเราพยายามที่จะพิจารณาตนเองอย่างจริงจังและแก้ไข

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 819 วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

Saturday, September 26th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ความปรีชาฉลาดเป็นฤทธิ์กุศลเกี่ยวกับความประพฤติอีกประการหนึ่ง ที่โน้มนำเราให้รู้จักหาวิธีการทำความดีหนีความชั่ว เพื่อสามารถเอาตัวรอดพ้นไปสวรรค์ คิดแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าความปรีชาฉลาดจะเป็นฤทธิ์กุศล ดูๆแล้วมันน่าจะเป็นเพียงความสามารถทางสติปัญญา ที่พระเป็นเจ้าประทานให้ เพื่อให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคอยู่ได้ในโลกนี้มากกว่า แต่เมื่อพระศาสนจักรสอนเช่นนี้แสดงว่าต้องเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เราจึงต้องแยกแยะให้ได้ ว่าอะไรเป็นความปรีชาฉลาดทางโลก อะไรเป็นความปรีชาฉลาดทางธรรม ความปรีชาฉลาดทางโลกอย่างเดียวไม่สามารถช่วยเราให้เอาตัวรอดพ้นไปสวรรค์ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะมีความปรีชาฉลาดทั้งทางโลก และทางธรรม พระเยซูคริสตเจ้าเคยตรัสสอนไว้ว่า “มนุษย์เอ๋ยพวกท่านสามารถหยั่งรู้เรื่องดินฟ้าอากาศฤดูกาลต่างๆได้ แต่ทำไมไม่เข้าใจเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเป็นเจ้าประทานให้” สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนก็เป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะหลายๆครั้งทีเดียวเราจะพบว่า พ่อแม่เอาใจใส่ให้ลูกๆได้มีการศึกษานานาชนิด ส่งเสียให้ลูกได้เรียนสูงๆ แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป็นเรื่องนิรันดรภาพ พ่อแม่กลับละเลยไม่สนใจ พูดกันง่ายๆก็คือให้เวลาให้ลูกเรียนรู้ได้ทุกเรื่องแต่ไม่เคยเอาใจใส่ให้ลูกๆได้เรียนคำสอน และบางคนเมื่อพูดถึงเรื่องพระเป็นเจ้า เรื่องการเรียนคำสอนก็อ้างว่าไม่มีเวลา แต่มีเวลาไปทำอย่างอื่น ทั้งที่การเรียนคำสอนดีๆจะเป็นหนทางนำเราไปสู่สวรรค์นิรันดรกับพระเป็นเจ้า “จงเอาใจใส่พากเพียรเรียนขยันแต่สวรรค์ดีกว่าเราอย่าลืม”

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 818 วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

Sunday, September 20th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ความเข้มแข็งหรือความอดทนเป็นฤทธิ์กุศลที่โน้มนำเราให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆตามหน้าที่ของเรา มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ล้วนมีบทบาทหน้าที่ของตนที่จะกระทำคุณประโยชน์เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้อื่น และในการดำเนินชีวิตที่ซื่อตรงต่อบทบาทและหน้าที่ของตนนี่เองอาจก่อให้เกิดความยากลำบากและอุปสรรค์ต่างๆขึ้นได้ในชีวิต พระเยซูคริสตเจ้าจึงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเรามีกางเขนต้องแบก “ใครอยากเป็นศิษย์ติดตามเรา ก็ให้คนนั้นเลิกคิดถึงตนเองแบกกางเขนของตนแล้วตามเรามา” กางเขนหรือความยากลำบากจึงเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่แล้วหลังจากที่มนุษย์ตกในบาปตัดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า แต่จะเป็นอะไร แบบไหน เมื่อไร อย่างไร ก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้อย่างไรเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาไตร่ตรอง พระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า “ใครเพียรทนจะถึงที่สุดก็จะได้รับความรอดพ้น”

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 817 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

Saturday, September 12th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ เป็นฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมที่เกี่ยวกับความประพฤติ ซึ่งหลายๆคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการประหยัดในเรื่องการใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น แต่ความจริงแล้วฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ หมายถึงการรู้จักยับยั้งควบคุมความสนุกทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั่นก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตั้งแต่สมัยโบราณเขาถือกันว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นทางเข้าออกของความดีความชั่วเพราะฉะนั้นเราจึงต้องควบคุมมันไว้ให้อยู่ในร่องในรอยไม่ปล่อยไปตามความต้องการของกิเลสตัณหา ไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสของเราก็อาจจะทำให้เราตกในบาปได้เหมือนกัน อาทิ ตาของเราชอบมองดูอะไร หูของเราชอบฟังเรื่องอะไร ปากของเราชอบพูดเรื่องอะไรดีหรือชั่ว สิ่งเหล่านี้อาจจะนำมาซึ่งความโลภความฟุ้งเฟ้อ ความโกรธ ความหลง ความลามก และการปลงใจในความอุลามกก็ได้ฯลฯ ด้วยเหตุนี้สมัยก่อนเวลาโปรดศีลเจิมคนไข้ พระสงฆ์จะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง อาทิ ศีรษะ ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า เพราะอวัยวะเหล่ามีส่วนทำให้เราตกในบาป

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 816 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

Saturday, September 5th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ความบริสุทธิ์เป็นคุณธรรมประการหนึ่งที่สำคัญของมนุษย์ การถือความบริสุทธิ์เป็นการปฏิบัติตามจริยธรรมเกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือการปฏิบัติตามพระบัญญัติประการที่ 6 อย่าทำอุลามกและประการที่ 9 อย่าปลงใจในความอุลามก การปฏิบัติตามและการฝ่าฝืนต้องพิจารณาทั้งความคิด วาจา และ กิจการ อันตรายที่ทำให้เกิดการละเลยคุณธรรมประการนี้คือ ในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มที่จะถือตามกระแสของสังคม ยึดเอาความประพฤติของคนส่วนใหญ่มาเป็นมาตรฐานทางศีลธรรม นั่นก็คือใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทำได้ไม่ผิด อาทิ การอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาก่อนแต่งงานอย่างถูกต้อง การมีเพศสัมพันธ์อย่างเสรี ฯลฯ

(more…)

สารวัด ฉบับที่ 815 วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

Saturday, August 29th, 2009

บอกเล่าให้ฟัง

ความจริงใจถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้มนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ความจริงใจภาษาอังกฤษใช้คำว่า “sincere” มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า “sine + cera” sine แปลว่าไม่มีหรือปราศจาก cera แปลว่าขี้ผึ้ง คนในสมัยโบราณใช้ขี้ผึ้งทำหน้ากากเมื่อเอาคำสองคำมาบวกกันจึงแปลว่าไม่มีหน้ากาก เพราะคนที่มีความจริงใจก็คือคนที่ไม่สวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น ไม่หน้าไหว้หลังหลอก ปากตรงกับใจคิดอย่างก็พูดอย่างนั้น ชีวิตไม่ใช่ละครแต่เป็นความเป็นจริงในความสัมพันธ์ที่เรามีต่อผู้อื่น เพราะฉะนั้นการเล่นละครตบตาผู้คนจึงทำได้ไม่นาน ยิ่งกับพระเป็นเจ้าแล้วยิ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เลยเพราะพระองค์ทรงหยั่งรู้ถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจเรา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “ทุกสิ่งที่อยู่ในที่ลับจะปรากฏแจ้ง การพูดในที่ลับจะถูกประกาศบนหลังคาเรือน” “อะไร ใช่ ก็บอกว่า ใช่ อะไร ไม่ใช่ ก็บอกว่า ไม่ใช่ นอกนั้นมาจากปีศาจ” สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสสอนเรานี้เป็นเรื่องของความจริงใจทั้งสิ้น

(more…)