ฉบับที่ 891 วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว พ่อจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนนี้ได้รับการตอบรับจากพี่น้องเป็นอย่างดี มีเด็กสมัครมาเรียนคำสอนประมาณเจ็ดสิบกว่าคน พ่อหวังว่าปีนี้คงได้รับการตอบรับจากพี่น้องอีกเช่นเคย ความจริงแล้วการส่งลูกมาเรียนคำสอนเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ เวลาพ่ออบรมเตรียมตัวก่อนแต่งงานจะมีหัวข้อหนึ่งกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “พ่อแม่มีหน้าให้การศึกษาอบรมลูกทั้งในด้านทางโลกและทางธรรม” และพระศาสนจักรก็ย้ำอยู่เสมอว่าต้องให้การศึกษาอบรมให้ครบทุกด้าน การให้การศึกษาอบรมไม่ครบจะเกิดอันตรายต่อตัวเด็กเองและสังคมในอนาคต

ด้านทางโลกแน่นอนที่สุดพ่อแม่ต้องพยายามทำให้ลูกได้รับการศึกษาดีที่สุด และเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในโลก ในวัยเด็กพ่อแม่ต้องพยายามสรรหาโรงเรียนที่ดีที่สุดให้ลูกเรียน ที่ว่าดีที่สุดนั้นพ่อไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโรงเรียนที่ดังๆมีชื่อเสียงเสมอไป แต่พ่อหมายความถึงความพยายามของพ่อแม่สุดความสามารถของตน ที่จะสรรหาโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีปลอดภัย มีคุณครูที่คอยดูแลเอาใจใส่ในการสอน และอบรมเด็กทั้งด้านคุณธรรมและความรู้ พี่น้องทราบไหมว่ามีหลายๆโรงเรียนเน้นพียงด้านเดียวคือความรู้ และใช้ลูกของเราเป็นเครื่องมือทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียน โดยให้เด็กที่เรียนดีๆเรียนห้องพิเศษสอนพิเศษ พ่อแม่ก็ต้องจ่ายเงินค่าเล่าเรียนเป็นพิเศษด้วย แล้วทางโรงเรียนก็จะส่งเด็กไปสอบแข่งขันวิชานั้นวิชานี้ไปเรื่อยๆเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน เด็กจะเครียดจะเหนื่อยอย่างไรไม่มีใครสนใจ พ่อแม่ก็มีหน้าที่หาเงินมาจ่ายกันไป โดยทางโรงเรียนจะบอกกับพ่อแม่เป็นคำหรูๆว่า “ความรู้ก็จะติดตัวลูกของคุณไปตลอดชีวิต” ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่อาจโตแย้งได้ แต่ในอนาคตข้างหน้าเด็กจะเป็นอย่างไรไม่มีใครคำนึงถึง คงเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ทำงานรอบจัดตลอดเวลาอายุการใช้งานมันก็สั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่เราก็รู้อยู่แล้ว

ด้านทางธรรมเป็นเรื่องศาสนาพระธรรมคำสอนคุณธรรมต่างๆ ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ ไม่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอด ไม่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน แต่ความจริงกลับเป็นเรื่องที่สำคัญลำดับต้น พระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า “จะมีประโยชน์อะไรที่เราจะได้โลกทั้งมาเป็นกรรมสิทธิ์แต่ต้องเสียวิญญาณ” การกล่าวเช่นนี้ก็เป็นเรื่องพระธรรมคำสอนอีกนั่นแหละ แต่ถ้าเราลองคิดให้ดีเราจะพบสัจธรรม เพราะปัญญาเป็นอาวุธที่สำคัญและร้ายแรงที่สุดของมนุษย์ ถ้ามนุษย์มีอาวุธในมือแต่ใช้ไม่เป็น ใช้ในทางที่ผิด เพราะไม่มีสิ่งที่ควบคุมการใช้อาวุธนั้นจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สามารถควบคุมการใช้อาวุธทางปัญญาก็คือ “คุณธรรมนั่นเอง” พ่อเชื่อว่าในปัจจุบันเราเริ่มเข้าใจสัจธรรมประการนี้กันแล้ว เราจึงเรียกร้องให้ผู้ปกครองบ้านเมืองเป็นผู้มีคุณธรรม เพราะพวกที่โกงกินบ้านเมืองก็เป็นคนฉลาดมีความรู้กันทั้งแหละ พ่อก็เพียงหวังว่าสิ่งที่พ่อเล่าให้ฟังน่าจะเตือนสติของพวกเราให้เห็นความสำคัญของการเรียนคำสอนได้บ้าง

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระบัญญัติและเสรีภาพของมนุษย์

พระบัญญัติและเสรีภาพของมนุษย์ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกัน เพราะพระบัญญัติเป็นดังคำสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ และห้ามไม่ให้ไม่ให้ทำโน้นทำนี่ แต่ถ้าเราพิจารณาเจตนารมณ์ของพระบัญญัติอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบว่า “พระบัญญัติเป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าที่อธิบายว่า อะไรควรปฏิบัติ อะไรไม่ควรปฏิบัติเพื่อความดีงามสำหรับชีวิตของเรานั่นเอง” ในหนังสือปฐมกาลพระเป็นเจ้าทรงกระทำเช่นนี้ตั้งแต่ต้น โดยอธิบายคุณและโทษของสรรพสิ่งให้มนุษย์ฟัง ในรูปแบบของสัญลักษณ์แห่งผลของต้นไม้ในสวน แต่พระองค์ไม่ได้จำกัดเสรีภาพของมนุษย์ด้วยวิธีการใดๆ ไม่ได้สร้างสิ่งกีดขวางหรือล้อมรั้วต้นไม้ต้องห้ามนั้น เพราะพระองค์ทรงเคารพเสรีภาพของมนุษย์ แสดงให้เห็นความหมายของเสรีภาพที่แท้จริง ซึ่งหมายถึงการเลือกปฏิบัติได้ด้วยความรับผิดชอบ เราเลือกปฏิบัติสิ่งใดเราต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาของสิ่งนั้น “ขึ้นอยู่กับท่าน พระองค์ทรงวางน้ำกับไฟไว้ต่อหน้าท่าน ท่านต้องการสิ่งใดก็จงยื่นมือหยิบด้วยตนเอง”(บสร.15:15-16) พระบัญญัติจึงเป็นการชี้แจงสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติให้เราทราบ

พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติหรือคำสอนของบรรดาประกาศก เรามิได้มาเพื่อลบล้าง แต่มาปรับปรุงให้สมบูรณ์”(มธ.5:17) สิ่งที่พระองค์ปรับปรุงให้สมบูรณ์ก็คือ พระองค์ทรงสอนให้เรารู้จักวิธีการปฏิบัติพระบัญญัติอย่างถูกต้อง โดยไม่เป็นทาสพระบัญญัติตามตัวอักษรแต่เข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้ของพระบัญญัตินั้น ไม่ปฏิบัติแบบพักชีโรยหน้าแต่ปฏิบัติด้วยความรักและจริงใจ ด้วยเหตุนี้นักบุญเปาโลจึงสอนว่า “เราหลุดพ้นจากการเป็นทาสของพระธรรมบัญญัติแล้ว” เพราะเมื่อเราเข้าใจเจตนารมณ์ของพระบัญญัติเราก็จะไม่ปฏิบัติด้วยความกลัว วิตกกังวลตามตัวอักษรอีกต่อไป แต่เราจะปฏิบัติด้วยความรักและความจริงใจ

ประโยคที่เราได้ยินกันจนคุ้นหู “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้” เป็นประโยคที่แสดงถึงเสรีภาพในการเลือกประพฤติปฏิบัติของเรามนุษย์ พระบัญญัติจึงเป็นสิ่งช่วยเราให้เห็นชัดเจนว่าการเป็นคนดีควรปฏิบัติประพฤติตนอย่างไร ควรละเว้นเรื่องอะไร ดังนั้นคนจะดีหรือไม่ดีจึงไม่ได้อยู่ที่กฎเกณฑ์หรือพระบัญญัติ แต่มันขึ้นกับตัวคนนั้นเองว่าเขาใฝ่ใจในทางดีหรือไม่ คนที่ใฝ่ใจในทางดีแม้ไม่มีพระบัญญัติหรือกฎเกณฑ์ใดๆ เขาก็ปรารถนาประพฤติดีประพฤติชอบอยู่แล้ว พระบัญญัติจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนเหล่านี้ชัดเจนในการปฏิบัติมากขึ้นเท่านั้น นักบุญเปาโลเรียกคนเหล่านี้ว่า “ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามการดลใจขององค์พระจิตเจ้า” ถ้าเราเป็นคนใฝ่ใจในทางดีการนับถือศาสนา การถือพระบัญญัติก็จะไม่เป็นภาระสำหรับเราอีกต่อไป แต่จะทำให้เรามีความสุขในการดำเนินชีวิต เพราะเราจะสามารถดำเนินชีวิตอย่างอิสระชัดเจนในหนทางของพระเป็นเจ้า โดยมีพระบัญญัติเป็นเครื่องนำทาง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันที่ 28 มีนาคม-สิ้นเดือนเมษายน 2011 ทางวัดจะเปิดค่ายสอนคำสอนภาคฤดูร้อน สำหรับเด็กๆเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผู้ปกครองที่ต้องการส่งเด็กมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และต้องการรถรับส่งหรือไม่ให้ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์ที่ 20 ก.พ. 2011 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน พบปะกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อแบ่งปันพระวาจาและประสบการณ์ในการอ่านบทอ่าน หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  3. ประกาศแต่งงานระหว่าง ยอแซฟ วรวัช เลิศธนาผล บุตรของ ยอแซฟ เป้งเฮี้ยง แซ่โล้ว และ เทเรซา ซ่อซัง แซ่ลิ้ม กับ นางสาว สายรุ้ง ปาสวัสดิ์ บุตรีของ นาย สุพจน์ ปาสวัสดิ์ และ นาง ชวนพิศ ปาสวัสดิ์ ผู้ใดพบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆที่ทำให้แต่งงานไม่ได้ ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ ไม่แจ้งมีความผิดตามกฏหมายพระศาสนจักร

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.