สารวัด ฉบับที่ 843 วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

พระศาสนจักรถือว่าพิธีกรรมเป็นการนมัสการ สรรเสริญ โมทนาคุณ ขอโทษ และวอนขอพระพรพระเป็นเจ้า พิธีกรรมเป็นสัญลักษณ์ภายนอกซึ่งมนุษย์แสดงออกเพื่อสิ่งต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ด้วยเหตุนี้พระศาสนจักรจึงพยายามจัดเตรียมพิธีกรรมอย่างสง่างามสมพระเกียรติพระเป็นเจ้า การกระทำหรือสัญลักษณ์ต่างที่พระศาสนจักรแสดงออกทางพิธีกรรมต้องถือว่าเป็นสิ่งที่พระศาสนจักรคัดเลือกมาแล้วเป็นอย่างดี เพื่อความหมายและความสง่างามในการประกอบพิธีกรรม แต่หลายๆครั้งพิธีกรรมที่ประกอบขึ้นนั้นลดความหมายและความสง่างามลง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่เข้าใจไม่รู้หรือการกระทำที่คิดขึ้นเองของบรรดาศาสนบริกรและบรรดาสัตบุรุษ

เข้าเงียบประเดือนกุมภาพันธ์พ่อได้มีโอกาสไปรับฟังเรื่องเกี่ยวกับความสง่างาม และกฎเกณฑ์ทางพิธีกรรม ทำให้พ่อต้องกลับมานั่งทบทวนดูเหมือนกันว่าสิ่งที่พวกเราปฏิบัติกันอยู่นั้นถูกต้อง ตรงกับกฏเกณฑ์และแสดงออกถึงความหมายทางพิธีกรรมหรือไม่ อาทิ เวลาที่พระสงฆ์กำลังสวดบทเสกศีลมหาสนิท ถือว่าบทเสกนี้สำคัญต้องทำอย่างสง่าและชัดเจน ดังนั้นผู้ช่วยมิสซาห้ามสั่นกระดิ่งระหว่างพระสงฆ์กล่าวบทเสก ถ้าจะสั่นกระดิ่งเพื่อเตือนให้รู้ว่าถึงตอนสำคัญต้องสั่นทันทีหลังจากบทเพลงศักดิ์สิทธิ์จบลง และสั่นกระดิ่งอีก ตอนพระสงฆ์ชูแผ่นศีลมหาสนิทและจอกกาลิกส์ขึ้น นอกนั้นพระสงฆ์ไม่ต้องบิแผ่นปังระหว่างเสกศีลแม้ดูเหมือนว่าคำพูดตอนนั้นบอกให้บิก็ตาม เพราะบทเสกนี้เป็นเพียงการกล่าวถึงสิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยกระทำ พระสงฆ์จะบิแผ่นศีลมหาสนิทตอนก่อนรับศีลในช่วงบทชุมพาพระเจ้า เป็นการบิแล้วนำไปแจกให้สัตบุรุษ ในตอนนี้พระสงฆ์จะชูศีลมหาสนิทให้สัตบุรุษมองเห็น และกล่าวว่า “นี่คือลูกแกะพระเจ้า….” พระสงฆ์หลายท่านรวมทั้งพ่อด้วยมักจะนำแผ่นศีลที่บิแล้วมาต่อกันเป็นทรงกลมอย่างมีระเบียบแล้งจึงชูขึ้น ความจริงแล้วต้องชูแผ่นศีลแบบที่ถูกบิแล้วไม่ต้องจัดให้เป็นทรงกลม เพื่อแสดงว่าลูกแกะของพระเจ้าได้สละชีวิตตายเพื่อเราเหมือนแผ่นศีลถูกบิออกแจกจ่ายแก่สัตบุรุษ การรับศีลมหาสนิท เราต้องรับด้วยความเคารพจะรับด้วยปากหรือด้วยมือซ้ายทับขาว ยืนหรือคุกเข่าก็ได้ พระสงฆ์ต้องส่งให้ ยกเว้นถ้ามีเหตุผลในการอภิบาลเป็นอย่างอื่นพระสงฆ์สามารถกำหนดได้ตามความเหมาะสม เมื่อพระสงฆ์ชูศีลกล่าวว่า “พระกายพระคริสตเจ้า” ผู้รับตอบว่า “อาแมน” แล้วต้องแสดงความเคารพต่อศีลมหาสนิทอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจึงรับศีลได้ และการรับศีลด้วยมือต้องรับเข้าปากต่อหน้าพระสงฆ์ ห้ามนำไปรับที่ไกลจากสายตาพระสงฆ์หรือนำกลับไปรับที่ที่นั่งของตน ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังเพราะคิดว่าอะไรที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงทำให้ถูกต้องได้ทันที พ่อและพวกเราทุกคนต้องพยายามปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อความหมายและความสง่างามทางพิธีกรรม

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความรอดพ้นไม่ได้มาจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน

คริสตชนหลายๆคนเข้าใจผิดว่าการได้ไปสวรรค์หรือไม่นั้น มาจากการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณบ่อยแค่ไหน ทำบุญและทำความดีมากน้อยเพียงใด ความจริงสวรรค์หรือความรอดพ้น เป็นของประทานที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้เราเปล่าๆ ผู้ที่มีความเชื่อคงทราบดีว่า พระเป็นเจ้าทรงปฏิบัติต่อเรามนุษย์อย่างไร ทรงรักและเมตตาเรามากแค่ไหน ดังนั้นการปฏิบัติศาสนกิจ การทำบุญ การทำคุณงามความดีของเราจึงไม่ได้ทำเพื่อหวังผลตอบแทน คือได้รับความรอดพ้นหรือไปสวรรค์ แต่การทำสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการตอบสนองความดี ความรักความเมตตาที่พระเป็นเจ้าปฏิบัติต่อเรามนุษย์ก่อนแล้วเท่านั้น พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนชัดเจนอยู่แล้วว่า “การทำความดีที่แท้จริงต้องเป็นการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน” ถ้าเราพิจารณาด้วยมุมมองนี้ความรอดพ้น หรือสวรรค์ก็น่าจะเป็นผลพลอยได้ของคนหนึ่งที่ตอบสนองความรักของพระเป็นเจ้า ด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา เมื่อพระเป็นเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นความซื่อสัตย์ความน่ารักของเขา พระองค์จึงประทานความรอดพ้นให้ด้วยความรักเมตตา

ความรอดพ้นไม่ได้มาจากการชื้อขายแลกเปลี่ยน แรงจูงใจในการปฏิบัติศาสนกิจ การทำความดีไม่ใช่มากจากการคำนวณผลประโยชน์หรือความกลัว แต่ต้องมาจากความรักและการรู้คุณพระเป็นเจ้า ในพระวรสารพระเยซูคริสตเจ้าทรงประณาม การทำความดี การปฏิบัติศาสนกิจ การปฏิบัติพระธรรมบัญญัติอย่างเคร่งครัดของพวกฟาริสี และธรรมาจารย์บ่อยๆ ไม่ใช่เพราะกิจการที่พวกเขาทำไม่ดี แต่เพราะกิจการที่เขาทำมีอะไรหลายอย่างแอบแฝงซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่พวกเขาปรารถนา อาทิ เอาหน้าอวดชาวบ้าน รักษาไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี ต่อหน้าสังคมดำรงไว้ซึ่งความชอบธรรมต่อหน้าคนอื่น หรือแม้กระทั่งหวังว่าพระเป็นเจ้าจะประทานความรอดพ้นให้ โดยการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ฯลฯ การกระทำอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นบาปด้วย แต่เป็นบาปแบบลูกชายคนโต ซึ่งพยายามทำตนเป็นลูกที่ดีอยู่บ้านช่วยคุณพ่อ เพื่อรักษาสิทธิลูกหัวปีและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากพ่อของตนไว้ แต่ภายในจิตใจก็อยากทำชั่วเหมือนกัน “ลูกรับใช้พ่อมานานหลายปีไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่งพ่อเลย แต่พ่อไม่เคยให้ลูกแพะแม้แต่ตัวเดียวแก่ลูกเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อน”(ลก.15:29) การปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพียงภายนอกของพวกฟาริสี และธรรมาจารย์จึงเป็นแค่ความพยายามที่จะซื้อหรือแลกเปลี่ยนความรอดพ้นกับการแสดงตนเป็นคนดีเท่านั้น

พี่น้องสิ่งที่เราควรพิจารณาไม่ใช่เรื่องลูกคนเล็ก และลูกคนโตใครทำผิดมากว่ากัน ความจริงก็เป็นคนบาปทั้งคู่ แต่เป็นคนบาปคนละแบบ เราควรพิจารณาถึงการปฏิบัติของเราดูซิว่า อะไรเป็นแรงจูงใจให้เราปฏิบัติสิ่งนั้นๆ ถ้าการปฏิบัตินั้นมาจากความรักและความรู้คุณพระเป็นเจ้า เราก็เป็นผู้ชอบธรรม แต่ถ้ามีอะไรแอบแฝงเราคงเป็นอะไรไม่ต่างกับลูกคนโต ฟาริสี และธรรมาจารย์แน่นอน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันจันทร์ที่ 22 มี.ค. – ประมาณสิ้นเดือนเม.ย. 2010 ทางวัดจะเปิดสอนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผู้ที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์อย่างชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. ปลายเดือนมี.ค. – ต้นเดือนเม.ย. 2010 เป็นช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และสมโภชปัสกา ทางวัดต้องเตรียมอุปกรณ์หลายอย่าง ขอเชิญผู้ที่มีเวลาว่างวันเสาร์และวันอาทิตย์ในระหว่างเดือน มี.ค.นี้ ช่วยเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในวันต่างๆด้วย
  3. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดโครงการ “ศีลมหาสนิท ศูนย์กลางชีวิตครอบครัวและชีวิตพระสงฆ์” วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2010 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัน ขอเชิญคู่สมรสที่ต้องการรื้อฟื้นการสมรส ครบ 50 ปี (1960) ครบ 40 ปี (1970) ครบ 25 ปี (1985) และ คู่ที่ประสงค์ที่จะสมรสกัน และสามารถขออนุญาตยกเว้นข้อขัดขวางได้ทันกำหนดเวลา แจ้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด รายละเอียดและเอกสารติดต่อสอบถามได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด
  4. วันอังคารที่ 30 มี.ค. 2010 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมารับศีลอภัยบาป และร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันดังกล่าวด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.