ฉบับที่ 14018 วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

หนังสือประกาศกเป็นหนึ่งในพระคัมภีร์ 73 ฉบับ ที่พระศาสนจักรรับรอง ถ้าพี่น้องเคยอ่านพระคัมภีร์หรือเคยได้ฟังพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมอยู่บ้าง พี่น้องก็พอที่จะทราบว่าประกาศกมีหน้าที่อะไร ประกาศกมีหน้าที่ที่จะนำเอาพระประสงค์ของพระเจ้ามาแจ้งให้ประชากรของพระองค์ทราบ พระประสงค์ของพระเจ้าที่เป็นคำแนะนำหรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ถ้าประกาศกพูดเรื่องทำนองนี้เราเรียกว่า “การสอน” ถ้าเทศน์สอนเรื่องที่ประชากรของพระเจ้าทำผิดพลาดและเชิญชวนให้เปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินชีวิตเราเรียกว่า “การตักเตือน” และเมื่อประกาศกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเราเรียกว่า “การทำนาย”

พระสงฆ์ในปัจจุบันมีหน้าที่ 3 ประการ ประการแรกคือหน้าที่สงฆ์ ที่ต้องบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้กับประชากรของพระเจ้า โดยโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ถวายบูชาขอบพระคุณ เสกและอวยพร อีกทั้งต้องพยายามทำให้ชุมชนแห่งความเชื่อมีความสงบและสันติสุข หน้าที่ประการที่สองคือหน้าที่ประกาศก เป็นหน้าที่ในการเทศน์สอนตักเตือนประชากรของพระเจ้า หน้าที่ประการที่สามคือหน้าที่ในการปกครองดูแลวัดและชุมชนแห่งความเชื่อ หรือที่ใดก็ตามที่พระสังฆราชมอบหมายให้ไปดูแล โดยเนื้อหาของหน้าที่สงฆ์สามประการนั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันจนแทบจะแยกกันไม่ได้ อาทิในการปกครองดูแลวัดถ้าพระสงฆ์ไม่สามารถตักเตือนสัตบุรุษ หรือไม่บันดาลความศักดิ์สิทธิ์โดยทำให้สังคมนั้นสงบสุขทั่วหน้าอยู่ อย่างนี้จะเรียกว่าการปกครองดูแลได้อย่างไรพ่อเป็นพระสงฆ์มายี่สิบปี มีประสบการณ์พอสมควรเกี่ยวกับชีวิตสงฆ์ หลายๆครั้งก็โดนต่อว่าร้องเรียนจากสัตบุรุษว่า “ชอบเทศน์ด่าสัตบุรุษ” ไม่ทราบว่าสัตบุรุษวัดของเรารู้สึกอย่างนี้หรือไม่ แต่วิธีการเทศน์ของพ่อก็เป็นเช่นนี้มาแต่ต้น เพราะฉะนั้นพ่อคิดว่าเราน่าจะมานิยามคำว่า “ด่า” และคำว่า “ตักเตือน” ให้ชัดเจนและเข้าใจให้ตรงกัน สมมุติว่ามีคนบางคนบางกลุ่มบางพวกดำเนินชีวิตไม่ชอบธรรม เอาเปรียบชาวบ้าน โกงวัด โกงความดีของผู้อื่น สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้วัดและชุมชน และพระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเรื่องเหล่านั้นพอดี ถ้าคุณพ่อท่านเทศน์สอนเรื่องนี้ถือเป็นการ “ด่า” อย่างนั้นหรือ หรือเราจะเรียกว่าเป็นการตักเตือน ถ้าผู้มีหน้าที่ตักเตือนทำเรื่องนี้ไม่ได้เพราะถูกกล่าวหาว่า “ชอบด่า” จะให้เขาทำอย่างไรนิ่งดูดายเพื่อรักษาภาพพจน์ของตนให้ดูดี ปล่อยให้คนถูกเอาเปรียบ ถูกโกงความดี ยอมให้สังคมและวัดถูกทำร้ายต่อไปอย่างนั้นหรือ ในทางกลับกันอาจจะมีพระสงฆ์บางองค์เทศน์แล้วต้องไปเชิญเจ้าหน้าที่สวนสัตว์มาที่วัด เพราะมีสัตว์เลื้อยคลานสัตว์สี่เท้าออกมาเต็มไปหมด หรือใช้คำหยาบคายเกินกว่าพี่น้องจะรับได้ พ่อคิดว่านี่แหละเขาเรียกว่า “ด่า” ถ้าเป็นเช่นนี้พี่น้องมีสิทธิ์ร้องเรียน และบอกกล่าวกับพระสงฆ์ เพราะนี่ไม่ใช่การเทศน์สอน ที่พ่อเขียนเรื่องนี้ขึ้นไม่ใช่เพราะวัดเรามีปัญหาอย่างนี้ แต่เป็นเพราะว่าพ่อต้องการให้พี่น้องมีวิจารณญาณชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ต่างหาก.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

การหล่อเลี้ยงความเชื่อด้วยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์

การเดินทางกลับไปหมู่บ้านเอมมาอูสของศิษย์ทั้งสองของพระเยซูคริสตเจ้า ให้ข้อคิดมากมายสำหรับการดำเนินชีวิตคริสตชน การดำเนินชีวิตบนโลกใบนี้เป็นการเดินทางชีวิตที่เราต้องเผชิญกับกระแสทางโลกหลายกระแสที่ไม่ตรงกับคุณค่าพระวรสาร จากเรื่องที่เล่าในพระคัมภีร์ ศิษย์สองคนนั้นเป็นผู้ติดตามพระเยซูคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิดพอสมควร พวกเขาน่าจะเคยเห็นการอัศจรรย์หลายอย่างที่พระองค์กระทำ และต้องเคยได้ยินได้ฟังคำเทศน์สอนของพระองค์ รวมทั้งจะต้องเคยเรียนรู้เรื่องคำทำนายของบรรดาประกาศกเกี่ยวกับพระผู้ไถ่ การกล่าวล่วงหน้าถึงการรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าเอง แต่เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์ ทำไมพวกเขาจึงไม่นึกถึงสิ่งที่พวกเขาเคยได้เห็นและได้ยินมา คำตอบที่ชัดเจนที่สุดก็คือความต้องการและความคิดทางโลกมันบดบังตาบดบังใจของพวกเขา “พระเยซูเจ้าเสด็จมาร่วมทางด้วย แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้” (ลก.24:15-16) นี่เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้พวกเขาผิดหวังและเดินทางกลับบ้านเมื่อเห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว

พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงสภาพความอ่อนแอของบรรดาศิษย์เวลานั้นอย่างถ่องแท้ พระองค์จึงเสด็จมาร่วมทางและอธิบายพระคัมภีร์เพื่อเตือนใจและปลุกเร้าความเชื่อของพวกเขา “พระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสสจนถึงบรรดาประกาศก” (ลก.24:27) พระวาจาของพระเจ้าทำให้ใจของพวกเขาเร่าร้อน “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือ เมื่อพระองค์……อธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง” (ลก.24:32) และในที่สุดพวกเขาจำพระองค์ได้ตอนบิขนมปัง “พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและยื่นให้เขา เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้” (ลก.24:30) การบิขนมปังหมายถึงศีลมหาสนิทนั้นเอง สิ่งที่เกิดขึ้นกับศิษย์ทั้งสองทำให้เราเห็นอานุภาพยิ่งใหญ่ของพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถปลุกเร้าจิตวิญญาณของเราทำให้เราจำองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ และมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระองค์ นี่คือความปลอดภัยและเป็นพลังที่สำคัญในการเดินทางในโลกแห่งเหวน้ำตานี้

ในเมื่อพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์มีอานุภาพยิ่งใหญ่ สามารถช่วยให้เราเติบโตในความเชื่อถึงเพียงนี้ พระศาสนจักรจึงย้ำเตือนเราคริสตชนเสมอว่า เราต้องหล่อเลี้ยงและฟื้นฟูชีวิตคริสตชนด้วยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ ความคิดเช่นนี้ปรากฏชัดเจนในมิสซาบูชาขอบพระคุณ ซึ่งพระเป็นเจ้าทรงจัดงานเลี้ยงให้เราด้วยอาหารที่ดีเลิศสองโต๊ะ โต๊ะแรกพระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงเราด้วยพระวาจาของพระองค์ โต๊ะที่สองคือพระแท่นบูชา พระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงเราด้วยศีลมหาสนิทซึ่งเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า ด้วยเหตุนี้เองเราคริสตชนจึงต้องเอาใจใส่ในเรื่องของจิตวิญญาณ โดยหล่อเลี้ยงชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของตนด้วยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงตั้งขึ้น เพื่อประทานพระหรรษทานให้กับเรา และช่วยเราให้สามารถเดินทางแห่งชีวิตจนบรรลุเป้าหมายปลายทาง.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. บวชพระสงฆ์ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ อนุญาตให้ สังฆานุกรยอแซฟ ดิษพล รุ่งโรจน์วรวัฒนา 2. สังฆานุกรยอแซฟ ยุทธนา วิทยานุลักษณ์ 3. สังฆานุกรสเตเฟน วีรยุทธ เกียรติสกุลชัย บวชเป็นพระสงฆ์ในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. 2014 ผู้ใดทราบว่าสังฆานุกรมีข้อขัดขวางใดๆในการบวชเป็นพระสงฆ์ ต้องแจ้งให้พระอัครสังฆราชทราบ
  2. วันศุกร์ที่ 9 พ.ค. 2014 มีบรรยายพิเศษ หัวข้อ “สองบิดาพระสันตะปาปาผู้ศักดิ์สิทธิ์” ที่ ศาลาเซนต์ไมเกิ้ล บ้านผู้หว่าน สามพราน เวลา 9.30 – 12.00 น. ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังบรรยาย รายละเอียดติดตามได้ที่หน้าวัด
  3. วันเสาร์ที่ 10 พ.ค. 2014 มีงานฉลองนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 และ ยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา และมีพิธีบวชพระสงฆ์ ที่ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน เวลา 9.00 น. มีพิธีแห่พระธาตุ เวลา 10.15 น. เริ่มมิสซาบูชาขอบพระคุณ บวชพระสงฆ์ ผู้สนใจจะไปกับทางวัด ลงชื่อได้ที่หน้าวัด เพื่อทางวัดจะได้จัดรถให้
  4. วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. 2014 ขอให้ผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้สามารถดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑลต่อไปเพื่อใช้ในงานเมตตาจิตช่วยผู้รอโอกาส
  6. ขอรับอาสาสมัครเด็กโปรยดอกไม้วันสมโภชศีลมหาสนิท รับตั้งแต่ ป. 2 – ป. 5 ลงชื่อได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมในเดือนพฤษภาคม

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 04-05-2014

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.