บอกเล่าให้ฟัง
เทศกาลคริสต์มาสเป็นที่รู้จักมากขึ้นทุกๆวันในประเทศไทย ในลักษณะเทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริง ความสุข ความชื่นชมยินดี ซึ่งคงเป็นเหมือนกับวันหรือเทศกาลอื่นๆ อาทิ วันวาเลนไทม์ วันฮาโลวีน ที่เกิดจากการโปรโมทแผนการตลาดเชิงธุรกิจทั้งหลาย เป้าหมายก็คือทำให้เกิดความนิยมชมชอบเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจในการผลิตและจำหน่ายสินค้า แต่จะมีสักกี่คนรู้และเข้าใจความ หมายที่แท้จริงของการฉลองคริสต์มาสนี้
สำหรับเราคริสตชน จะเข้าใจและฉลองคริสต์มาสเป็นเพียงแค่งานรื่นเริงสนุกสนานประจำปี มีการส่ง ส.ค.ส. หรือส่งความสุขผ่านสังคมออนไลน์ มีการแลกของขวัญ สอยดาว บิงโก เกมส์ และกิจกรรมอื่นๆเท่านั้นไม่ได้ เราจะต้องฉลองคริสต์มาสอย่างเข้าใจความหมายถึงแก่นแท้ของการบังเกิดมาของพระกุมารเยซู เพื่อการฉลองคริสต์มาสทุกๆปีจะได้ช่วยเพิ่มพูนความเชื่อ ความหวัง และความรักในพระเจ้าของเราเมื่อเทศกาลคริสต์มาสใกล้เข้ามา เราจะเห็นสิ่งตกแต่งและสัญลักษณ์ประจำเทศกาลปรากฏขึ้นอยู่มากมาย สิ่งตกแต่งและสัญลักษณ์เหล่านี้ หลายสิ่งหลายอย่างเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจความหมายของการฉลองคริสต์มาสมากขึ้น เพราะผู้ที่คิดค้นขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ สิ่งตกแต่งได้พยายามแฝงความหมายการบังเกิดมาของพระกุมารเยซูไว้เบื้องหลังสิ่งตกแต่งและสัญลักษณ์ที่งดงามเหล่านั้น
ถ้ำพระกุมาร คอกสัตว์ ที่บังเกิดของพระเยซู ตามวัดต่างๆจะเริ่มทำถ้ำพระกุมารในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า และประดับอย่างสวยงาม ถ้ำพระกุมาร คอกสัตว์ ซึ่งเป็นที่บังเกิดมาของพระเยซู แสดงถึงความรักสุดพรรณนาของพระเจ้าที่ยอมสละพระเทวภาพลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ดุจเรา การที่พระองค์ทรงบังเกิดมาในสถานที่ต่ำต้อยลำบากยากจนเช่นนี้ เพื่อต้องการจะบอกกับเรามนุษย์ทุกคนว่าพระองค์ยินดีเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ทั้งหลาย ไม่มีชนชั้นสำหรับพระองค์ ไมว่ารวยหรือจน ไม่ว่าจะต่ำต้อยแค่ไหน เมื่อมองไปยังพระองค์ผู้บังเกิดในถ้ำเลี้ยงสัตว์ เขาจะมีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ
ต้นคริสต์มาส เป็นสิ่งประดับอีกสิ่งหนึ่งที่แทบจะขาดไม่ได้ในการฉลองคริสต์มาส สำหรับต้นคริสต์มาสนี้ตามความเชื่อของเราคริสตชนคงไม่ใช่ไม้ประดับเมืองหนาวที่บังเอิญมีคนเอามาตั้งไว้ แต่เป็นการตั้งไว้อย่างจงใจเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเราคริสตชนให้คิดถึงต้นไม้ต้นเก่า มนุษย์ต้องถึงความพินาศที่ต้นไม้ต้นนั้นฉันใด มนุษย์ก็จะได้รับความรอดพ้นที่ต้นไม้ใหม่คือไม้กางเขนฉันนั้น ต้นคริสต์มาสจึงเป็นเครื่องหมายถึงต้นไม้ใหม่ที่ทำให้มนษย์ได้รับความรอดพ้น ซึ่งเราต้องขอบคุณพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาเสด็จมาช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น
ดวงดาว และไฟประดับ หมายถึงแสงสว่างใหม่ที่ส่องเข้ามาในโลกคือองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้ซึ่งเสด็จมาช่วยเราให้พ้นจากความมืดมนแห่งชีวิต พระองค์ทรงเป็นประทีปนำทางเรา เป็นชีวิตใหม่ และเป็นอรุณใหม่สำหรับเรา
ที่พ่อนำเอาเรื่องต่างๆเหล่านี้มาเขียนเล่าให้พวกเราฟัง โดยหวังว่าเมื่อเราเห็นสัญลักษณ์ สิ่งตกแต่ง และสิ่งประดับในเทศกาลคริสต์มาส จะช่วยเราให้ฉลองคริสต์มาสอย่างเข้าใจความหมายลึกซึ้งมากขึ้น
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
ความเชื่อมั่นในพันธสัญญาของพระเจ้า
ความเชื่อ คือความหวังใจในพระเจ้า ในสิ่งที่มองไม่เห็น ยังไม่บรรลุถึง ยังไม่ปรากฏจริง หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปพระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งมนุษย์ พระองค์ทรงให้ความหวังกับมนุษย์โดยทำพันธสัญญากับมนุษย์ว่า วันหนึ่งพระองค์จะทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความมืดมนแห่งชีวิต ความทุกขเวทนา และความตาย พันธสัญญาอันเป็นความหวังของประชากรนี้ได้รับการประกาศเรื่อยมา โดยผ่านทางคำทำนายของบรรดาประกาศก ประมาณ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพระศาสนจักรค่อยๆเตรียมจิตใจเราในการต้อนรับองค์พระคริสตเจ้าผู้กำลังจะเสด็จมา โดยอาศัยคำทำนายของบรรดาประกาศกและเสียงตะโกนก้องจากถิ่นธุรกันดารของบอห์นบัปติสตา ที่เตือนให้ประชากรของพระเจ้ากลับใจใช้โทษบาป เพราะพระศาสนจักรเชื่อมั่นว่า “พันธสัญญาของพระเจ้า จะเป็นจริงตามคำทำนายของบรรดาประกาศกทุกประการ” ในช่วงสุดท้ายก่อนวันพระคริสตสมภพ พระวาจาของพระเจ้าได้กล่าวถึงเรื่องราวการประสูติของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาของพระองค์ เพราะพันธสัญญาของพระองค์สำเร็จเป็นจริงในองค์พระเยซูคริสตเจ้าทุกประการ “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสผ่านประกาศกจะเป็นความจริงว่า “หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตรชาย ซึ่งจะได้รับนามว่า “อิมมานูเอล” แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา” (มธ.1:22-23)
พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ย้ำเตือนเราทั้งหลายว่า คำทำนายของบรรดาประกาศกเกี่ยวกับการบังเกิดมาของพระแมสซิยาห์สำเร็จเป็นจริงในการบังเกิดมาขององค์พระเยซูคริสตเจ้าทุกประการ พระศาสนจักรได้บอกกับเราอย่างชัดเจนในบทนำขอบพระคุณประจำเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าว่า “เมื่อเสด็จมาครั้งแรกพระองค์บังเกิดเป็นมนุษย์ ทรงปฎิบัติภารกิจตามที่ได้ทรงสัญญาไว้ให้สำเร็จลุล่วงไป เบิกทางให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รอดตลอดกาล เมื่อจะเสด็จมาอีกอย่างรุ่งโรจน์ ข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้รับพระหรรษทานตามที่ทรงสัญญาไว้ ดังที่กำลังตั้งใจรอคอยอยู่นี้” นั่นก็หมายความว่า การเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งของพระเยซูคริสตเจ้าในฐานะพระตุลาการแห่งมนุษยชาติก็ต้องเป็นจริงด้วยเช่นกัน เทศ กาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงไม่ใช่การระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าบังเกิดมาเป็นมนุษย์ตามพันธสัญญาที่ทำไว้กับมนุษยชาติเท่านั้น แต่เรากำลังรอคอยด้วยความชื่นชมยินดี ด้วยความหวัง ถึงการเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งของพระองค์ด้วย
การฉลองพระคริสตสมภพ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในอดีตเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องฉลองขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงเสด็จมาช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย การฉลองนี้เป็นการฉลองด้วยความกตัญญูรู้คุณ เพราะพันธสัญญาที่พระเจ้าทำกับเรานั้นสำเร็จเป็นจริงทุกประการ แต่พระศาสนจักรก็ยังเน้นอยู่เสมอว่า การฉลองนี้เราไม่ได้ฉลองเหตุการณ์ในอดีตเท่านั้น แต่เรายังคิดถึงมิติของการเสด็จมาของพระเยซูคริสตเจ้าอีกครั้งหนึ่งด้วย การเสด็จมาครั้งนี้ของพระองค์จะเป็นการเสด็จมาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด และเป็นช่วงเวลาตัดสินใจสุดท้ายของเราซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกแล้ว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอที่จะต้อนรับพระองค์ในวันที่พระองค์จะเสด็จมา ด้วยการทำหน้าที่ของเราตามพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อในวันนั้นเราจะสามารถยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานข้างๆตู้ขอมิสซา
- ตารางเวลาคืนวันคริสตมาส เริ่มด้วยนพวาร เวลา 18.00 น. ต่อด้วยกิจกรรม และพระสงฆ์ฟังแก้บาปจนถึงเวลา 21.00 น. เริ่มละครคริสตมาส 21.30 น. และมิสซาเวลา 22.00 น.
- วันพุธที่ 25 ธ.ค. 2013 มิสซาสมโภชพระคริสตสมภพ เวลา 09.00 น.
- วันอาทิตย์ที่ 29 ธ.ค. 2013 ตรีวารครั้งที่ 3 โดยคุณพ่อ ธนายุทธ ผลาผล และเป็นวันครอบครัวของวัด มิสซาเวลา 09.00 น. มิสซาไทย – อังกฤษ (รวมกัน) หลังมิสซาขอเชิญสังสรรค์ร่วมกันที่ศาลาหลังใหม่
- วันพุธที่ 1 ม.ค. 2014 เป็นวันฉลองวัด มิสซาเวลา 10.30 น. พระคาร์ดินัลมาถึงเวลา 09.45 น. มีมิสซาสำหรับผู้ที่ทำงาน เวลา 07.00 น.
- วันอาทิตย์ที่ 5 ม.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- วันอังคารที่ 31 ธ.ค. 2013 มิสซาขอบพระคุณพระเจ้าส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เวลา 19.00 น.
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 22-12-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, วันพระคัมภีร์, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า