สารวัด ฉบับที่ 832 วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2552 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

ในที่สุดปี ค.ศ. 2009 ก็ใกล้เวลาจะสิ้นสุดลง ในช่วงปลายปีเช่นนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะลองมาเปิดบัญชีชีวิตของเราขึ้นมาพิจารณาว่า วันเวลาซึ่งเป็นพระพรของพระเป็นเจ้าผ่านไปอีกหนึ่งปี เราได้ใช้พระพรของพระองค์ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่าต่อชีวิตของเราและต่อผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน เราได้มีส่วนอย่างไรบ้างในการ สร้างสังคมของเราให้เป็นสังคมที่มีสันติสุขน่าอยู่ เป็นพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ พระเยซุคริสตเจ้าทรงสอนเราให้รีบเร่งทำงานในขณะที่ยังเป็นกลางวันอยู่ เพราะเมื่อกลางคืนมาถึงเราจะทำอะไรไม่ได้อีก กลางวันของชีวิตหมายถึงขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ส่วนกลางคืนของชีวิตหมายถึงเวลาที่เราเสียชีวิตลาจากโลกนี้ไปแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวหมดเวลาของการทำคุณงามความดี หมดเวลาสำหรับการแก้ตัวใหม่ เป็นเวลาที่สายไปสำหรับการที่จะเริ่มต้นใหม่ทางโลก

พี่น้องอย่าให้ปีๆหนึ่งผ่านโดยเปล่าประโยชน์ อย่างน้อยข้อให้การผ่านไปของเวลาเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาเตือนใจเราให้รีบเร่งที่จะทำคุณงามความดี ปรับปรุงตนเองพัฒนาความเชื่อของเราให้เข้มแข็งดีขึ้นอยู่เสมอ เวลาเลยผ่านไปแล้วไม่เคยย้อนกลับเหมือนกับที่เราสามารถหมุนนาฬิกาย้อนหลัง เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตให้ดีขึ้นได้ แต่เราสามารถหยุดการทำความชั่วความเสื่อมเสีย และสามารถทำอนาคตให้ดีขึ้นได้ อย่าหลงไปกับกระแสของความสนุกสนานให้โอกาสฉลองต่างๆจนลืมคิดถึงสาระสำคัญของชีวิต การเปิดบัญชีชีวิตขึ้นอ่านจึงเป็นเหมือนการตั้งเข้มทิศชีวิตใหม่เพื่อเราจะได้สามารถก้าวหน้าต่อไปข้างหน้าในหนทางที่ถูกที่ควร

ในการเปิดบัญชีชีวิตขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง ต้องการความสุภาพ ความกล้าหาญในการยอมรับตนเอง ตามความเป็นจริง เราคงจะต้องยอมเจ็บยอมอายกันบ้าง เพื่อรักษาแผลร้ายในจิตใจของเรา เพื่อปรับปรุงตนเอง พัฒนาความเชื่อ ความวางใจ ความรักในจิตของเราให้เข้มแข็งเพิ่มพูนมากขึ้น ถ้าเราไม่ยอมเจ็บไม่ยอมอายก็เท่ากับเราเป็นคนไข้ที่ไม่ยอมกินยาไม่ยอมให้หมอรักษาหรือไม่เชื่อฟังหมอนั่นเอง แล้วจะหายจากความป่วยไข้ได้อย่างไร ชีวิตก็คงที่ไม่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอะไร เวลาซึ่งเป็นพระพรของพระเป็นเจ้าก็ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ พระเยซูคริสตเจ้าคงจะต้องตรัสกับคนเช่นนี้ว่า “ไปให้พ้นเจ้าคนใช้ที่ไร้ประโยชน์เกียจคร้านและชั่วช้า” แล้วคนพวกนี้ก็จะได้รับโทษอย่างสาหัสสากันทีเดียว

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ความรักและความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้าทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง

เราคริสตังโชคดีที่เรามีครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นแบบอย่างชีวิตให้กับเรา เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงบังเกิดมาในครอบครัวธรรมดาสามัญแถมยังยากจนอีกต่างหาก ต้องประสบภัยและปัญหาต่างมากมายไม่ต่างกับครอบครัวของเรา ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ นักบุญยอแซฟ แม่พระ และพระกุมารเยซู เผชิญภัยอันตรายปัญหาต่างๆอย่างไรจึงสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์รอดปลอดภัยผ่านพ้นปัญหาเพราะความวางใจในพระเป็นเจ้า ความเคารพยำเกรงพระองค์ เมื่อหัวหน้าครอบครัวท่านนักบุญยอแซฟได้รับทราบประสงค์ของพระเป็นเจ้าท่านทำตามทันที “ยอแซฟ……จงลุกขึ้น พาพระกุมาร และพระมารดาหนีไปประเทศอียิปต์……..ยอแซฟจึงลุกขึ้นพาพระกุมารและพระมารดาออกเดินทางไปประเทศอียิปต์ในคืนนั้น” ( มธ. 2: 13-14)

ตัวอย่างที่สำคัญของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์สำหรับครอบครัวของเราก็คือ ทุกคนในครอบครัวแสวงหาพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าและพร้อมที่จะปฏิบัติตามทันที แม่พระได้รับการแจ้งข่าวสำคัญจากอัครเทวดาคาเบรียล พระนางน้อมรับและปฏิบัติตาม นักบุญยอแซฟทราบเรื่องราวจากความฝันท่านนอบรับปฏิบัติตามทันที พระเยซูเจ้าเด็กน้อยบอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า “พ่อกับแม่ตามหาลูกทำไมพ่อแม่ไม่รู้หรือว่า ลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก” (ลก. 2:49) บรรยากาศในครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ช่างอบอวนไปด้วยความพร้อมที่จะตอบสนองพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าและเป็นการตอบสนองทันทีเมื่อทราบ นอกนั้นทุกคนยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอย่างจริงจัง ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์รอดปลอดภัยเพราะมีความรักความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้า เดินตามพระประสงค์ของพระองค์ ฟังพระวาจาของพระองค์และปฏิบัติตามทันที การฉลองครัวครอบศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นการหันมาพิจารณาว่า ครอบครัวของเราได้พยายามเลียนแบบครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ในการดำเนินชีวิตหรือไม่ เพราะการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างครอบครัวศักดิ์สิทธิ์นี่เองจะทำให้ครอบครัวของเรามีรากฐานที่มั่นคง เป็นครอบครัวที่เข้มแข็ง เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็เกิดมาจากความรัก ความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้าของสมาชิกทุกคนในครอบครัวนั่นเอง

ขอครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ นักบุญยอแซฟ แม่พระ และพระกุมารเยซู อวยพรครอบครัวของเรา ทำให้ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้า และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้นทุกๆวัน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันพฤหัสฯที่ 31 ธ.ค. 2009 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า มีมิสซาโมทนาคุณพระเป็นเจ้า เวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมใจกันขอบคุณพระเป็นเจ้าสำหรับหนึ่งปีที่ผ่านไป และในวันเดียวกันนี้ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซาวันฉลองวัดซ้อมพิธีเวลา 17.00 น.
  2. วันศุกร์ที่ 1 ม.ค. 2010 เป็นวันฉลองวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรา มิสซาเวลา 10.30 น. พระคุณเจ้า ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวานิช เป็นประธาน พระคุณเจ้าจะมาถึงเวลา 9.00 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมต้อนรับพระคุณเจ้า ฉลองวัด และร่วมเป็นเจ้าภาพฉลองวัดของเรา
  3. ขอขอบคุณพี่น้องทุกๆท่านที่ช่วยกันจัดงานวันคริสตมาสส่งความสุขให้แก่กันและกันผ่านพ้นไปด้วยดี ขอบพระเป็นเจ้าอวยพรและตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน
  4. วันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค. 2010 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนผู้ใดต้องการเอาเด็กมาล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่างหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  5. ประกาศแต่งงานระหว่างนาย อณุวัธ บัวบังศร บุตรของ นาย อัด และ นางประจบ บัวบังศร กับ นางสาว โจวีตา อุทัยวรรณ ก้อนคำดี บุตร นาย เปโตร ทองแดง และ นาง อักแนส บุญคำ ก้อนคำดี ถ้าใครทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทรา

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.