สารวัด ฉบับที่ 812 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2552 อาทิตย์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เราหว่านอะไรก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้นนี่เป็นสัจธรรมความจริงของชีวิตอย่างหนึ่งที่เราต้องนำมาพิจารณาไตร่ตรอง อันที่จริงสัจธรรมความจริงเรื่องนี้ก็ถูกถ่ายทอดเป็นคำพูดหลายๆรูปแบบอยู่เหมือนกัน อาทิ You are what you eat. ลูกไม้ตกไม่ไกลต้น ฯลฯ ที่พ่อนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพราะว่าหลายๆครั้งที่มีเรื่องราวต่างๆนาๆเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่พึงประสงค์ก็ดีไปแต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เมื่อไรเรามักจะโทษโน่นโทษนี่ และที่สุดก็จะไปลงที่พระเป็นเจ้าว่าทำไมพระองค์ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้ จะมีสักกี่คนที่หันไปทบทวนถึงการกระทำของตนเองหรือการกระทำของมนุษย์ ว่าเราทำอะไรลงไปเราใช้อิสรภาพที่พระเป็นเจ้าประทานให้ถูกต้องหรือไม่ พระเป็นเจ้าทรงสร้างเรามาพร้อมกับประทานอิสรภาพให้และพระองค์ทรงเคารพอิสรภาพนั้น มนุษย์จะทำชั่วก็มาจากการตัดสินใจของตนเอง มนุษย์จะไปสวรรค์ทำความดีเขาก็เลือกที่จะทำด้วยตนเอง

พระเยซุคริสตเจ้าจึงเตือนเราอยู่เสมอว่า “จงกลับใจและใช้โทษบาป” แม่พระก็เตือนเราแบบนี้เช่นเดียวกัน ในการประจักษ์มาทุกครั้งของพระนาง พระนางจะเตือนให้เรา “สวดภาวนาให้มนุษยชาติกลับใจและใช้โทษบาป” เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโลก และตัวเราก็มาจากการกระทำของเรามนุษย์ทั้งสิ้น จะโดยจงใจหรือไม่ ทางตรงหรือทางอ้อม หรืออาจจะมาจากความโลภเห็นแก่ตัวของมนุษย์ก็เป็นไปได้ You are what you eat. เรากินอะไรสุขภาพของเราก็ปรากฏผลอย่างนั้น ดังนั้นเวลาเราป่วยเราคงต้องไปทบทวนดูการกินการดื่ม การหายใจของเราว่า เรารับเอาอะไรเข้าไปในร่างกายบ้าง ลูกไม้ตกไม่ไกลต้นเวลาเราเห็นพฤติกรรมของลูกๆของเรา ที่พึงประสงค์หรือไม่พึงประสงค์ ก็ต้องย้อนกลับไปดูพ่อแม่ หรือคนที่ดูแลอบรมพวกเขาว่ามีพฤติกรรมอย่างไร มีนิสัยอย่างไร ถึงแม้จะไม่ได้มาจากส่วนนี้ทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ นี่แหละคือที่มาของประโยคที่ว่า “เราหว่านอะไรก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น”

พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเรื่องการหว่านอยู่หลายครั้ง มีการหว่านเมล็ดข้าวพันธุ์ดี มีการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวละมาน และเมล็ดพันธุ์ก็ไปตกลงบนพื้นดินชนิดต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเกิดดอกออกผลทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามมีเมล็ดพันธุ์บางส่วนตกลงบนพื้นดินดี มันเกิดดอกออกผลมากมายแม้ผลจะไม่เท่ากันก็ตาม เราทุกๆคนจึงต้องพยายามเป็นผู้ที่หว่านเมล็ดพันธุ์ดี และต้องหว่านอยู่เสมออย่าท้อใจถึงแม้ว่าวันนี้ยังไม่เห็นผล เหมือนกับผู้หว่านคนนั้นที่หว่านเมล็ดข้าวแล้วเขาก็รอคอย เฝ้าระวังดูแล แล้ววันหนึ่งเขาก็พบว่ามีต้นข้าวงอกขึ้นมากมาย เขารำพึงว่า “เขาไม่ทราบว่ามันงอกขึ้นได้อย่างแต่พื้นดินมีพลัง” เขาสำนึกด้วยสุภาพว่าผลงานไม่ใช่ของเขาแต่เป็นของพระเป็นเจ้า ผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเราและคอยช่วยเหลือเราอยู่เสมอ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

มานนาใหม่อาหารจากสวรรค์

จากการทวีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวเลี้ยงคนห้าพันไม่นับผู้หญิงและเด็ก พระเยซูคริสตเจ้าค่อยๆอธิบายเชื่อมโยงว่ามนุษย์ไม่ได้หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาหารฝ่ายกายอย่างเดียวแต่ต้องหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาหารฝ่ายจิตด้วย นั่นก็คือพระวาจาของพระเจ้าและศีลมหาสนิท “อย่าขวนขวายหาอาหารที่กินแล้วเสื่อมสลายไป แต่จงหาอาหารที่คงอยู่และนำชีวิตนิรันดรมาให้” (ยน. 6:27) จากเครื่องหมายของปัง พระเยซูคริสเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่าเราจำเป็นต้องมีพระองค์เป็นพลังในการเดินทางไปสู่ชีวิตนิรันดร “เราเป็นปังทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต” ( ยน. 6 :51 ) หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเราต้องมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพระองค์จึงจะสามารถเดินทางไปถึงสวรรค์อันเป็นเป้าหมายชีวิตของเราได้ เราสามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์อาศัยพระวาจาของพระเจ้าและศีลมหาสนิท พระเยซูคริสตเจ้าทรงสัญญาว่า “ใครกินอาหารฝ่ายจิตนี้แล้วจะไม่ตาย” ความตายของพระองค์หมายถึงความตายจริงๆไม่ใช่ความตายฝ่ายโลกหรือการจากโลกนี้ไปชั่วคราว แต่เป็นความตายตลอดนิรันดรเป็นการตัดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าอย่างเด็ดขาดหรือตกนรกนั่นเอง

การหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาหารฝ่ายจิตจึงสำคัญและจำเป็น ไม่ใช่แสวงหาแต่อาหารฝ่ายกาย ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะมนุษย์ขาดพลังฝ่ายจิตไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ มนุษย์จึงเห็นแก่ตัวมากขึ้น ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่มีความเคารพยำเกรงพระเป็นเจ้า มนุษย์จึงทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง พระเยซูคริสตเจ้าจึงเน้นว่า “เราต้องกินอาหารฝ่ายจิตแล้วจึงจะมีชีวิต” เงื่อนไขสำคัญของการกินอาหารฝ่ายจิตนี้คือต้องเชื่อในพระองค์ “ผู้ที่เชื่อในพระบุตรจะมีชีวิตนิรันดร” ( ยน.6:40 ) เชื่อฟังและวางใจเป็นคำพูดที่เรามักจะพูดต่อเนื่องกันเสมอ การพูดต่อเนื่องกันนี้ก็มีนัยสำคัญด้วย คือ ถ้าเชื่อแล้วต้องฟังคำสั่งสอน เมื่อฟังคำสั่งสอนแล้วต้องนำไปปฏิบัติด้วย นี่คือความวางใจเพราะเรามั่นใจว่าสิ่งนั้นต้องดีเราจึงปฏิบัติตาม ความเชื่อที่ไม่มีการปฏิบัติก็เป็นความเชื่อที่ตายไปแล้ว ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจให้เราเห็นความสำคัญของอาหารฝ่ายจิตนั่นก็คือ พระวาจาของพระเจ้าและศีลมหาสนิท หมั่นมารับบ่อยๆด้วยความเชื่อศรัทธา เพราะนี่แหละเป็นอาหารแท้เป็นมานนาใหม่ที่พระเป็นเจ้าประทานให้กับเรา เพื่อทำให้เรามีชีวิตนิรันดร

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 2009 ขอเลื่อนมิสซาไปเป็นเวลา 17.00 น. เพราะพระสงฆ์ทุกองค์ต้องไปแสดงความนบนอบต่อพระอัครสังฆราชใหม่
  2. ผู้ต้องการไปร่วมพิธีบวชสังฆานุกรที่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน เวลา 10.00 น.ทางวัดจะจัดรถไป เชิญลงชื่อได้ที่ขายศาสนภัณฑ์หน้าวัด
  3. วันพุธที่ 12 – วันพฤหัสฯที่ 13 ส.ค. 2009 เป็นวันเข้าเงียบพระสงฆ์ประจำเดือน ขอคำภาวนาสำหรับพระสงฆ์และของดมิสซาในวันดังกล่าวด้วย
  4. เขต 2 จะจัดแสวงบุญผู้สูงอายุ ที่จังหวัด จันทบุรี ในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย. 2009 ลงชื่อได้ที่ขายศาสนภัณฑ์หน้าวัด เพื่อจะรวบรวมจำนวนส่งให้เขต ในวันที่ 19 ก.ย. 2009
  5. วันสื่อมวลชนสากลขอเชิญพี่น้องร่วมสบทบทุน ช่วยสื่อมวลชนคาทอลิกได้ที่ตู้ทานกลางวัด

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.