ฉบับที่ 978 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ศาลาอเนกประสงค์ของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเรื่อยๆ เวลานี้เราเห็นต้นเสาแล้วต่อไปเราคงจะมีที่ทำกิจกรรมของวัดมากขึ้น ศาลาอเนกประสงค์ที่เราเรียกมาแต่ต้นก็คงจะเป็นอย่างที่เราเรียกนั่นแหละ พระคุณเจ้าท่านสั่งไว้ว่าอย่าตั้งชื่อที่มันให้ทำเกิดความเข้าใจผิด หรือจำกัดการใช้งาน อาทิ ศาลาสงบ ศาลาสู่สุข ฯลฯ แต่ให้ตั้งเป็นชื่อแม่พระหรือชื่อที่แสดงว่าอาคารนี้ใช้อเนกประสงค์จริงๆ เมื่อเห็นกิจการต่างของวัดดำเนินไปทำให้พ่อคิดว่า “ทุกอย่างมีเวลาของมัน” เราอาจจะเป็นเพียงผู้ที่จุดประเด็นความคิดและติดตามผลให้มันเป็นไปตามจังหวะที่มันควรจะเป็น เพราะมนุษย์ก็คือมนุษย์พวกเราคิดกันง่ายๆว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราคุยกันไว้ เสนอแนะกันไว้ บางสิ่งบางอย่างเราได้ทำไปแล้ว บางอย่างเราก็ลืมไปแล้วเช่นกัน แต่อะไรก็ตามที่มันจำเป็นและมีความสำคัญ ความจำเป็นนั่นแหละมันจะส่งเสียงเตือนเราเอง

มีคนมาถามพ่อว่าคุณพ่อคิดอย่างไรกับวัดติดแอร์ เพราะเวลานี้เริ่มเป็นเรื่องเป็นความระหว่างพระสงฆ์กับสัตบุรุษ สัตบุรุษกับสัตบุรุษซึ่งยังพูดคุยกันไม่ลงตัว บางพวกอยากให้ติดบางพวกไม่อยากให้ติด พ่อตอบเขาไปว่า “ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน” และยกตัวอย่างได้มากมาย สมัยที่พ่อยังเป็นเด็ก พระสงฆ์ที่ขับรถหรือมีรถขับจะถูกสัตบุรุษมองว่า ไม่ถือความยากจน ใช้ชีวิตหรูหรา ต่อมาอัครสังฆมณฑลจัดรถกระบะให้พระสงฆ์ใช้ตามวัด ตอนนั้นพระสงฆ์คนไหนก็ตามขับรถเก๋งจะถูกมองไม่ดีเหมือนตอนแรก แต่เวลานี้นโยบายของอัครสังฆมณฑลให้วัดในกรุงเทพฯและปริมณฑลใช้รถเก๋งเพราะคล่องตัวกว่า ตอนที่พ่อเป็นเณรใหญ่อยู่ที่บ้านเณรแสงธรรม พวกเณรเสนอให้ติดพัดลมในห้องเรียนและห้องสมุด ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วยดุเณรว่ารักสบายมีใจฝักใฝ่ทางโลก แต่ปัจจุบันนี้พ่อไปสอนที่วิทยาลัยแสงธรรมห้องเรียนทุกห้อง และห้องสมุดติดแอร์หมดแล้ว เพราะอะไรนะหรือก็เพราะโลกมันร้อนจนทนไม่ไหว นี่แหละที่พ่อบอกว่า “มันถึงเวลาของมัน”เดี่ยวนี้พ่อเห็นคุณพ่อหลายท่านที่มาทำมิสซาภาษาอังกฤษที่วัดของเรา ท่านใช้ไอแพ็ดแทนหนังสือมิสซาเพราะท่านรำคาญพัดลมที่พัดหน้าหนังสือ พ่อยังเป็นคนโบราณอยู่เวลาสวดทำวัตรยังใช้หนังสืออยู่ แต่เวลานี้ถ้าพี่น้องเห็นพระสงฆ์เขานั่งทำอะไรอยู่กับไอแพ็ด หรือโทรศัพท์มือถือตอนเช้าๆ พี่น้องอย่าไปว่าท่านนะเพราะท่านกำลังสวดทำวัตร ท่านโหลดทำวัตรเป็นภาษาอังกฤษแถมยังออกเสียงได้ด้วยไว้ในไอแพ็ด หรือโทรศัพท์มือถือของท่าน โลกมันเปลี่ยนแปลงวิทยาการเทคโนโลยีต่างๆมันก้าวหน้าไปมากจนเราตามแทบไม่ทัน เมื่อไม่นานมานี้พ่อลองคำนวณค่าเดินทางไปสุราษฎร์ธานี โดยรถยนต์ และเครื่องบินปรากฏว่าค่าใช้จ่ายพอๆกัน ถ้าคิดรายละเอียดพ่อคิดว่าไปรถน่าจะแพงกว่าด้วยซ้ำไป เวลานี้พ่ออยากไปดูอาสนวิหารใหม่สักครั้งหนึ่งพี่น้องคิดว่าพ่อน่าจะไปรถหรือไปเครื่องบินทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ซึ่งเป็นสัจธรรมที่เราหลีกเลี่ยงไม่พ้นอย่างที่ปัญญาจารย์กล่าวถึง “อนิจจังๆ อนิจจังๆ ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง มีเวลาเกิดมีเวลาตาย มีเวลาพบมีเวลาจาก มีเวลาเจริญขึ้นมีเวลาเสื่อมถอยไป….” สิ่งสำคัญเวลานี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง แต่อยู่ที่เราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากน้อยแค่ไหน การไตร่ตรองความเป็นไปของชีวิตอย่างเข้าใจ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้ามากที่สุดจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเราในเวลานี้

จากคุณพ่อเจ้าวัด

คนรวยผิดตรงไหน

“ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้า”(มก.10:23) เมื่ออ่านพระวาจาตอนนี้แล้วดูเหมือนว่าพระเยซูคริสตเจ้าจะตำหนิคนร่ำรวย ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ผิด แต่ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วเราจะทราบว่า “ความร่ำรวย” “ความยากจน” ในตัวมันเองยังไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก ความร่ำรวยและความยากจนจะผิดหรือถูกมันขึ้นอยู่กับที่มาและที่ไปของมัน ทำไมถึงร่ำรวย ทำไมถึงยากจน และใช้เงินทองที่มีอยู่ไปทำอะไร คนที่ร่ำรวย ถ้าเขาเป็นคนที่มีอาชีพสุจริต ขยันขันแข็ง รู้จักประหยัด รู้จักใช้เงิน จนมีทรัพย์สินเงินทองเป็นคนร่ำรวย ที่มาของความร่ำรวยแบบนี้ไม่มีความผิดแต่ประการใด แต่ถ้าความร่ำรวยของเขามาจากการทุจริต โกงบ้านโกงเมือง กอบโกย เอาเปรียบคนอื่น ร่ำรวยด้วยวิธีการอย่างนี้ก็ต้องถือว่าเป็นบาปและความผิดแน่นอน “ท่านโกงไม่จ่ายค่าจ้างให้กรรมกรที่เก็บเกี่ยวในทุ่งนาของท่าน ค่าจ้างนี้กำลังร้อง….ไปถึงพระกรรณของพระเจ้าจอมโยธาแล้ว”(ยก.5:4) คนยากจนก็เช่นเดียวกัน ถ้าเขาได้พยายามทำมาหากิน ประหยัด แต่ก็ยังไม่ร่ำรวย เงินทองไม่พอใช้ ทั้งๆที่ยากจนแต่ก็ไม่เคยทุจริต ไม่ลักขโมยใคร คนยากจนอย่างนี้เราไม่สมควรดูถูกดูแคนเขา ตรงกันข้ามต้องเห็นอกเห็นใจหาทางช่วยเหลือ

เราใช้ทรัพย์สินเงินทองที่เรามีอย่างไร นี่เป็นที่ไปของความร่ำรวยและความยากจน พระเยซูคริสตเจ้าทรงเชื้อเชิญเศรษฐีหนุ่มคนนั้นให้ใช้เงินทองอย่างถูกต้อง ไม่ใช่คิดถึงแต่ตนเองแต่ต้องคิดถึงผู้อื่นด้วย “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่งจงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจนและท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์”(มก.10:21) พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งมาสำหรับมนุษย์ทุกคน และจงใจสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างกัน มีคนอ่อนแอ มีคนเข้มแข็ง มีคนร่ำรวย มีคนยากจน ฯลฯ เพราะทรงมีพระประสงค์ให้เราใช้ความแตกต่างแสดงความรักความเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อทำให้เราทราบว่าเราอยู่ในครอบครัวของพระเจ้า เราเป็นพี่น้องกัน มีพระเจ้าเป็นพระบิดา เราจึงต้องช่วยเหลือกัน และเราไม่มีสิทธิ์ครอบครองสิ่งที่เรามีเพื่อประโยชน์ส่วนตนฝ่ายเดียว “ท่านมีชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในโลกนี้ และกินเลี้ยงอย่างสนุกสนาน……ไว้รอวันประหาร”(ยก.5:5) เราอย่าคิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้เป็นเฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้น แต่คนยากจนหลายๆคนก็ใช้ชีวิตอย่างนี้ด้วยและนี่อาจจะเป็นสาเหตุของความยากจนของเขาก็เป็นได้

ความร่ำรวยที่เป็นอุปสรรค์ต่อการเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ คือความร่ำรวยฝ่ายจิตใจ จิตใจหมกมุ่นอยู่กับทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก จนไม่เห็นคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ เขาจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก เพื่อบำรุงบำเรอกิเลสตัณหาของตนเพราะคิดว่านั่นเป็นความสุขแท้ ส่วนคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ ความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เขาจะไม่สนใจละเลยไม่ดำเนินชีวิตตามคุณค่าของพระอาณาจักรนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า”(มก.10:25) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจคุณค่าของพระอาณาจักรสวรรค์ ออกแรงสุดความสามารถที่จะดำเนินชีวิตตามคุณค่านั้น ซึ่งจะทำให้เราได้รับความสุขนิรันดรกับพระเจ้าในเมืองสวรรค์ อันเป็นขุมทรัพย์ที่แท้จริงของเรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาอเนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้จะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนามาอ่านร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด
  4. วันเสาร์ที่ 20 ต.ค. 2012 มีอบรมผู้นำวิถีชุมชนวัด ที่วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน ขอเชิญผู้ที่เข้าอบรมอบรมต่อเนื่อง
  5. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาส ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด จะเริ่มซ้อมภายในเดือนตุลาคม
  6. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัลหลายรางวัล เริ่มช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 14-10-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.