ฉบับที่ 979 วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

อัครสังฆมณฑลกรุงเทพเปิดปีแห่งความเชื่อแล้วอย่างสง่างาม ที่สักการะสถานคุณพ่อ นิโคลาส กฤษบำรุง วันพฤหัสบดีที่ 11 ต.ค. 2012 มีการเฝ้าศีลมหาสนิท สวดสายประคำร่วมเสียงกับชาวโลก และอวยพรศีลมหาสนิท พ่อเห็นการร่วมมือร่วมใจของบรรดาพระสงฆ์ผู้ใหญ่ นักบวชหญิงชาย และบรรดาสัตบุรุษแล้วชื่นใจ อย่างน้อยก็เป็นเครื่องหมายภายนอกว่า “เราเห็นความสำคัญ และมีความเชื่อศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้า” นักบุญยากอบท่านสอนว่า “ความเชื่อที่ไม่มีกิจการนั้นเป็นความเชื่อที่ตายแล้ว” ปีแห่งความเชื่อนี้พระศาสนจักรประกาศให้เรารื้อฟื้นความเชื่อของเราอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสครบ 50 ปีของการเปิดสังคายนาวาติกันที่ 2 ซึ่งพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 เป็นผู้ประกาศ และครบ 20 ปีที่พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ประกาศรับรองหนังสือคำสอนทางการของพระศาสนจักร พระศาสนจักรปรารถนาให้เฉลิมฉลองและทำกิจกรรมรื้อฟื้นความเชื่อจนถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2013

พ่อเห็นกิจการต่างๆที่พวกเราแสดงออกแล้วดีใจชื่นใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบแล้วในวันนั้นและในปีแห่งความเชื่อนี้ แต่ความเชื่อของเรายังต้องดำเนินไปและพัฒนาให้เข้มแข็งทวียิ่งขึ้นเสมออย่างไม่หยุดยั้ง เพราะความเชื่อของเราเป็นความเชื่ออันเป็นชีวิต ซึ่งเป็นชีวิตของเราคริสตชนที่ต้องดำเนินไปทุกๆวัน ในความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องของเรา ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นแต่อยู่ในความเป็นหนึ่งกับผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พระเจ้ายกไปแล้วด้วย พระศาสนจักรแน่ใจว่าชีวิตคริสตชนของเราจะดำเนินไปได้ ในความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องถึงแม้จะมีความทุกข์ยากลำบาก เพราะที่ใดมีความเป็นหนึ่งเดียวกันรักกัน พระเจ้าประทับอยู่ที่นั่น การประทับอยู่ของพระองค์นี่เองเป็นพลัง คอยค้ำจุนและช่วยเราเสมอตลอดการเดินทางแห่งชีวิตความเชื่อของเราพ่อได้เคยเขียนรณรงค์ไปแล้วว่า ในปีแห่งความเชื่อนี้เราจะทำอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรมซึ่งแสดงออกถึงความเชื่อของเรา อาทิ การแต่งกายสุภาพเรียบร้อยมาวัด การรับศีลมหาสนิทอย่างถูกต้อง การประกอบพิธีกรรมอย่างถูกต้องสง่างามตามกฎเกณฑ์ทางพิธีกรรม ความเงียบในพิธีกรรม การมีส่วนร่วมของสัตบุรุษในพิธีกรรม เช่น การตอบรับกับพระสงฆ์ การร้องเพลง ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ก็เป็นสิ่งที่แสดงออกซึ่งความเชื่อของเรา ด้วยเหตุนี้การที่เราตั้งใจเอาใจใส่ในปฏิบัติเรื่องเหล่านี้อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งแสดงว่า เราเคารพยำเกรงพระเจ้า เราเชื่อในพระองค์ ส่วนเรื่องอื่นๆที่บ่งบอกถึงความเชื่อความศรัทธาของเรา เราจะต้องพยายามกลับมาทบทวนดูว่าเรามีความเชื่อในพระเจ้า และเป็นความเชื่อที่สืบเนื่องจากอัครสาวกจริงหรือไม่ นี่ขนาดพ่อยังไม่ได้นำเอาข้อแนะนำของพระศาสนจักรมาเขียนเล่าให้พี่น้องอ่านนะยังมากมายขนาดนี้ แต่อย่างที่พ่อกล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าเราไม่ได้พัฒนาความเชื่อ เฉพาะภายในปีที่พระศาสนจักรประกาศเป็นปีแห่งความเชื่อ แต่เราจะพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้เรามีความเชื่อเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้องมากขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องไม่ต้องรีบหรอกนะครับแต่ต้องลงมือปฏิบัติทันที ทำเรื่อยๆ ทำบ่อยๆ ด้วยความพยายามและความจริงใจ แล้วความเชื่อของเราจะพัฒนาและทวีมากขึ้นจากคุณพ่อเจ้าวัด

ผู้ยิ่งใหญ่ตามทางโลกและทางธรรม

ผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกและทางธรรม เป็นแนวความคิดที่แตกต่างและสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตจริง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ใช่การมีอำนาจสั่งการ แต่เป็นความสามารถในการครองใจคน ด้วยเหตุนี้ “ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงต้องสามารถนั่งในใจของคน ไม่ใช่นั่งบนหัวคนอื่น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงชี้ประเด็นให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ตามประสาโลก และผู้ยิ่งใหญ่ตามจิตตารมณ์พระวรสารอย่างชัดเจน “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้า…..เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และ….ใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลาย……..ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่ง….ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน”(มก.10:42-44) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าในเรื่องนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จทางธรรมเท่านั้น แม้แต่ทางโลกเองเราจะพบว่าสถานประกอบการที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆไม่ว่าที่ประกอบอาชีพของตนตามแนวทางที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนจะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆเสมอ

ผู้รับใช้ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า หมายถึงผู้ที่สละตนเองอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นหรือเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม และพระองค์เองก็คือผู้รับใช้ตามที่พระองค์สอนเพราะพระองค์มิได้สอนเพียงทฤษฎี แต่พระองค์ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตามพระองค์ “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่นและมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งปวง “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ….จะถูกสบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย”(มก.10:33-34) ในระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้ายตามที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ พระองค์ทรงให้แบบอย่างที่ชัดเจนในการล้างเท้าอัครสาวกและสั่งให้อัครสาวกปฏิบัติตาม “ท่านทั้งหลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน”(ยน.13:14-15)

พระวรสารที่เราได้ฟังได้อ่านในวันนี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่อัครสาวกเพราะพวกท่านดำเนินชีวิตตามประสาโลก และพระเยซูคริสตเจ้าพยายามสอนให้พวกท่านเข้าใจวิถีทางของพระองค์ แต่เวลานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจเพราะพวกท่านยังคงคิดถึงความยิ่งใหญ่ตามประสาโลกอยู่เหมือนเดิม ทำให้เราทราบถึงรากเง้าของปัญหาในสังคมและในครอบครัวของเรา ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตตามประสาโลก มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แกร่งแย่งแข่งขัน จองหอง ผิดไม่ได้ ขอโทษไม่เป็น คิดว่าตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ครอบครัวและสังคมของเราจะไม่มีทางมีความสงบสุข จะมีแต่การชิงดีชิงเด่น ทะเลาะวิวาท และความแตกแยก พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงปัญหานี้ดี จึงทรงพยายามสอนและให้แบบอย่างที่ชัดเจนแก่เรา และสั่งให้เราปฏิบัติตาม เพราะถ้าเราปฏิบัติคำสั่งสอนของพระองค์ เราจะสามารถนำความรัก ความอบอุ่น สัมพันธภาพที่ดี และสันติสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวและสังคมของเรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาอเนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญคริสตชนใหม่ ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการเติมพลังชีวิตในพระคริสตเจ้า หัวข้อ พระเมตตาของพระเจ้าในศีลอภัยบาป หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ที่ศาลาเรือนไทย และขอให้ผู้ที่มาเรียนคำสอนเข้าโครงการนี้ด้วย
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. 2012 มีแห่แม่พระเพื่อเฉลิมฉลองแม่พระลูกประคำเป็นพิเศษ ในโอกาสเดือนแม่พระลูกประคำ
  5. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด จะเริ่มซ้อมภายในเดือนตุลาคม
  6. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 21-10-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.