บอกเล่าให้ฟัง
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพเปิดปีแห่งความเชื่อแล้วอย่างสง่างาม ที่สักการะสถานคุณพ่อ นิโคลาส กฤษบำรุง วันพฤหัสบดีที่ 11 ต.ค. 2012 มีการเฝ้าศีลมหาสนิท สวดสายประคำร่วมเสียงกับชาวโลก และอวยพรศีลมหาสนิท พ่อเห็นการร่วมมือร่วมใจของบรรดาพระสงฆ์ผู้ใหญ่ นักบวชหญิงชาย และบรรดาสัตบุรุษแล้วชื่นใจ อย่างน้อยก็เป็นเครื่องหมายภายนอกว่า “เราเห็นความสำคัญ และมีความเชื่อศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้า” นักบุญยากอบท่านสอนว่า “ความเชื่อที่ไม่มีกิจการนั้นเป็นความเชื่อที่ตายแล้ว” ปีแห่งความเชื่อนี้พระศาสนจักรประกาศให้เรารื้อฟื้นความเชื่อของเราอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสครบ 50 ปีของการเปิดสังคายนาวาติกันที่ 2 ซึ่งพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 เป็นผู้ประกาศ และครบ 20 ปีที่พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ประกาศรับรองหนังสือคำสอนทางการของพระศาสนจักร พระศาสนจักรปรารถนาให้เฉลิมฉลองและทำกิจกรรมรื้อฟื้นความเชื่อจนถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2013
ผู้ยิ่งใหญ่ตามทางโลกและทางธรรม
ผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกและทางธรรม เป็นแนวความคิดที่แตกต่างและสวนทางกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตจริง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่ใช่การมีอำนาจสั่งการ แต่เป็นความสามารถในการครองใจคน ด้วยเหตุนี้ “ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงต้องสามารถนั่งในใจของคน ไม่ใช่นั่งบนหัวคนอื่น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงชี้ประเด็นให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ตามประสาโลก และผู้ยิ่งใหญ่ตามจิตตารมณ์พระวรสารอย่างชัดเจน “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้า…..เป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และ….ใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลาย……..ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่ง….ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน”(มก.10:42-44) คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าในเรื่องนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จทางธรรมเท่านั้น แม้แต่ทางโลกเองเราจะพบว่าสถานประกอบการที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม หรือผู้ที่ประกอบอาชีพใดๆไม่ว่าที่ประกอบอาชีพของตนตามแนวทางที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนจะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆเสมอ
ผู้รับใช้ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า หมายถึงผู้ที่สละตนเองอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นหรือเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม และพระองค์เองก็คือผู้รับใช้ตามที่พระองค์สอนเพราะพระองค์มิได้สอนเพียงทฤษฎี แต่พระองค์ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้เราปฏิบัติตามพระองค์ “บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่นและมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์”(มก.10:45) พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาปโทษทั้งปวง “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบ….จะถูกสบประมาท เยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด โบยตี และฆ่าเสีย”(มก.10:33-34) ในระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้ายตามที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ พระองค์ทรงให้แบบอย่างที่ชัดเจนในการล้างเท้าอัครสาวกและสั่งให้อัครสาวกปฏิบัติตาม “ท่านทั้งหลายเรียกเราว่าอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ถูกแล้ว เพราะเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน”(ยน.13:14-15)
พระวรสารที่เราได้ฟังได้อ่านในวันนี้สะท้อนให้เห็น ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่อัครสาวกเพราะพวกท่านดำเนินชีวิตตามประสาโลก และพระเยซูคริสตเจ้าพยายามสอนให้พวกท่านเข้าใจวิถีทางของพระองค์ แต่เวลานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจเพราะพวกท่านยังคงคิดถึงความยิ่งใหญ่ตามประสาโลกอยู่เหมือนเดิม ทำให้เราทราบถึงรากเง้าของปัญหาในสังคมและในครอบครัวของเรา ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตตามประสาโลก มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แกร่งแย่งแข่งขัน จองหอง ผิดไม่ได้ ขอโทษไม่เป็น คิดว่าตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ครอบครัวและสังคมของเราจะไม่มีทางมีความสงบสุข จะมีแต่การชิงดีชิงเด่น ทะเลาะวิวาท และความแตกแยก พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงปัญหานี้ดี จึงทรงพยายามสอนและให้แบบอย่างที่ชัดเจนแก่เรา และสั่งให้เราปฏิบัติตาม เพราะถ้าเราปฏิบัติคำสั่งสอนของพระองค์ เราจะสามารถนำความรัก ความอบอุ่น สัมพันธภาพที่ดี และสันติสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัวและสังคมของเรา
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ศาลาอเนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญคริสตชนใหม่ ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการเติมพลังชีวิตในพระคริสตเจ้า หัวข้อ พระเมตตาของพระเจ้าในศีลอภัยบาป หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ที่ศาลาเรือนไทย และขอให้ผู้ที่มาเรียนคำสอนเข้าโครงการนี้ด้วย
- ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. 2012 มีแห่แม่พระเพื่อเฉลิมฉลองแม่พระลูกประคำเป็นพิเศษ ในโอกาสเดือนแม่พระลูกประคำ
- ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด จะเริ่มซ้อมภายในเดือนตุลาคม
- ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 21-10-2012
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต