ฉบับที่ 956 วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2555 อาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

โลกส่วนตัวการมีเวลาส่วนตัวบ้างเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ อาทิ เล่นตนตรี อ่านหนังสือ ปลุกต้นไม้ เลี้ยงกล้วยไม้ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ดีถ้าการกระทำนั้นๆไม่เป็นบาป เพราะเวลาดังกล่าวนี้จะเป็นเวลาที่เราสามารถพักผ่อน และพลิกฟื้นชีวิตให้สดชื่นขึ้นได้ แต่ต้องไม่ใช่การสร้างโลกส่วนตัวขึ้นเพื่อปิดกั้นตนเองจนขาดมิติทางสังคม มิติทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องดำเนินชีวิตมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันนี้พ่อคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาทดแทนได้ หนังสือปฐมกาลเล่าเรื่องการสร้างมนุษย์ว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเป็นชายก่อน และชายนั้นได้ดำเนินชีวิตอยู่กับสรรพสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้างมา จนในที่สุดพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชายนั้นไม่สามารถอยู่คนเดียวกับสิ่งอื่นได้ จึงทรงดำริว่า “ไม่ควรให้ชายนั้นอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่ที่เหมาะสมกับเขาขึ้น” เมื่อสร้างอีกคนหนึ่งขึ้นแล้วพระองค์ทรงให้เขาทั้งอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์

พี่น้องในยุคปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาก้าวไกลมากขึ้นทุกที เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเหมือนดาบสองคมที่เราต้องรู้จักใช้ และเท่าทันมันให้มากที่สุด เพราะมันมีประโยชน์อนันต์และโทษมหันต์ พ่อมีประสบการณ์หลายครั้งในเรื่องนี้ เวลาที่พ่อกลับบ้าน บ้างครั้งมีคนเชิญพ่อไปรับทานอาหารร่วมกับครอบครัวของเขา เชื่อไหมครับว่าในระหว่างอยู่ร่วมกันตรงนั้น ผู้ใหญ่ก็คุยกันไปไต่ถามทุกข์สุข ถ่ายทอดเรื่องราวซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าให้แก่กันและกัน ส่วนเด็กๆไม่มีใครสนใจใคร ไม่สนใจคนรอบข้าง และอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าใครมาอยู่ตรงนั้นกับเขาบ้าง พวกเขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารซึ่งพวกเขาพกพาติดตัวอยู่ตลอดเวลา ภาพที่พ่อพบนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะเด็กๆกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวของเขา เขาจะสนใจอยู่กับเกมส์ที่เขากำลังเล่น กับใครก็ไม่รู้ที่เขากำลังติดต่อด้วย ทำให้เด็กๆที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ขาดทักษะในการเข้าสังคม ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หรือขาดมิติทางสังคม บางคนอาจกล่าวว่าสังคมออนไลน์ก็เป็นสังคมอย่างหนึ่ง สิ่งที่กล่าวนี้ก็จริงอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่สามารถทดแทนการพบปะกันหน้าต่อหน้าได้หรอกครับ พ่อลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าลูกใช้ระบบ video conference ส่งภาพและเสียงไปเยี่ยมพ่อแม่ กับลูกขับรถกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วยตนเอง อย่างไหนจะทำให้พ่อแม่ดีใจมากกว่ากันโลกส่วนตัวที่เด็กๆสร้างขึ้นหรือเราอาจจะสร้างขึ้นเอง มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้มากเพราะไม่มีอะไรมาทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันได้ บางคนคิดว่าเลี้ยงสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนอาจจะทดแทนได้ แต่ในที่สุดก็ทดแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องระวังการสร้างโลกส่วนตัวจนเป็นการปิดกั้นตนเองในความสัมพันธ์กับผู้อื่น และคิดว่าตนอยู่บนโลกนี้คนเดียวจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องไปสนใจใคร ความจริงแล้วคำพูดและการกระทำของเราส่งผลถึงผู้อื่นเสมอไม่มากก็น้อย ยิ่งกว่านั้นเวลานี้โรคร้ายนี้มันระบาดเข้ามาในวัดแล้ว บางคนมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณพร้อมกับก้มหน้าก้มตากดๆอะไรอยู่ก็ไม่รู้ พ่อบอกได้เลยนะครับว่าเครื่องมือสื่อสารหรือเทคโนโลยีเหล่านี้สร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่ได้หรอก การสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าต้องสร้างด้วยใจที่พร้อมเท่านั้น

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่เท่า

“ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย”(ยน.15:13) นักบุญยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสารได้พยายามหยิบยกความรักตามประสามนุษย์ ที่สุดซึ้งสูงส่งแบบสุดๆมาอธิบายเชื่อมโยงกับความรักของพระเจ้าต่อเรามนุษย์ พ่อแม่ตายแทนลูกของตนได้หรือลูกตายแทนพ่อแม่ได้ เราถือว่าการกระทำเยี่ยงนี้เป็นวีรกรรมที่น่าชื่นชม เป็นความกตัญญูรู้คุณที่น่ายกย่อง แต่ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกเป็นความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ลึกซึ้ง จนกระทั้งสามารถประกอบวีรกรรมเช่นนี้ได้อยู่แล้ว เราลองคิดถึงเพื่อนที่ยอมตายแทนกันได้ ความรักมิตรภาพความสัมพันธ์ของเขาจะลึกซึ้งเพียงใด ตามประสามนุษย์แล้วนี่ถือว่าเป็นวีรกรรมขั้นสูงมาก ในความเป็นจริงของชีวิตไม่ต้องถึงขนาดเพื่อนตายแทนเพื่อนหรอก แค่เพื่อนสามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในยามทุกข์ยากลำบากเพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน เพื่อนแท้อย่างนี้ก็หายากเต็มทนแล้ว คนไทยจึงมีสุภาษิตสอนว่า “เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก” เรื่องเพื่อนตายแทนเพื่อนนี้ถือว่าเป็นวีรกรรมขั้นสูงตามประสามนุษย์

นักบุญยอห์นบันทึกเรื่องเพื่อนตายแทนเพื่อนไว้ในขณะที่ พระเยซูคริสตเจ้าประกาศบทบัญญัติแห่งความรัก “ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน”(ยน.15:12) พระเจ้าทรงแสดงความรักของพระองค์ต่อมนุษยชาติ โดยผ่านพระบุตรของพระองค์ซึ่งยอมสละพระเทวภาพของพระองค์ มาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ต่ำต้อย ยอมทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพเพื่อช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น นักบุญเปาโลได้รำพึงเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งแล้วสอนว่า “พระเจ้าทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเรา เพราะพระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป”(รม.5:8) สิ่งที่นักบุญเปาโลกล่าวถึงแสดงให้เห็นว่า บทบัญญัติแห่งความรักของพระเยซูคริสตเจ้า เรียกร้องให้เราแสดงความรักต่อผู้อื่นมากกว่าวีรกรรมขั้นสูงในลักษณะเพื่อนตายแทนเพื่อน เพราะพระเจ้าทรงรักเรา ยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนชดเชยบาปแทนเรา ทั้งที่เราเป็นคนบาป ไม่น่ารัก เราเป็นผู้ทรยศต่อพระองค์

ความรักแท้เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ความรักอย่างนี้แหละที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเรา พระองค์ไม่ได้สอนด้วยวาทศิลป์ที่สละสลวยเท่านั้น แต่ทรงสอนด้วยชีวิตของพระองค์เอง โดยยอมทนทรมาน สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และก่อนจะสิ้นพระชนม์ทรงขออภัยโทษต่อพระบิดาเพื่อมนุษย์ที่ทำร้ายพระองค์ นี่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เป็นความรักที่ไม่มีความรักใดเทียบเท่า และพระองค์ทรงสอนให้เรารักกันและกันเหมือนดังที่พระองค์ทรงรักเราก่อนแล้ว ด้วยเหตุนี้คำสอนของพระองค์ที่สอนว่า “จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน”(มธ.5:44) จึงไม่ใช่คำสอนที่เลื่อนลอย แต่เป็นคำสอนที่พระองค์ปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง “เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนที่เราทำกับท่าน”(ยน.13:15) ขอเรียกร้องตามบทบัญญัติแห่งความรัก และแบบอย่างชีวิตที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้กับเรา จะต้องไม่ทำให้เราท้อใจในการปฏิบัติ ตรงกันข้ามจะต้องทำให้เรามั่นว่าสิ่งที่พระองค์ทรงสอนั้นปฏิบัติได้จริง และเตือนใจเราให้แสดงความพยายามสุดความสามารถในการปฏิบัติตาม เพราะเราเป็นศิษย์ของพระองค์ “ถ้าท่านรักแต่คนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จรางวัลอะไรเล่า…ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของท่านเท่านั้น ท่านทำอะไรพิเศษ คนต่างศาสนามิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ”(มธ.5:46-47)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เนื่องจากสภาภิบาลชุดปัจจุบันหมดวาระ ทางวัดจึงขอจิตอาสามาเป็นคณะกรรมสภาภิบาล ผู้ใดสามารถช่วยเป็นจิตอาสาสภาภิบาลได้ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  2. ผู้ปกครองท่านใดต้องปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องขอได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขต 31 พ.ค. 2012
  3. วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วม รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
  4. ขออาสาสมัครเด็กโปรยดอกไม้เรียนชั้นไม่เกิน ป.4 ซ้อมโปรยดอกไม้วันเสาร์ช่วงเช้าและวันอาทิตย์หลังมิสซา ขอให้ลงชื่อเบอร์โทรศัพท์ที่หน้าวัด ครูเบญจจะเป็นผู้ฝึกซ้อมให้
  5. ทางวัดได้ถมหินคลุกด้านนอกทำที่จอดรถเพิ่มเติม ผู้ใดพอที่จะสามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการทำที่จอดรถนี้ได้ ขอให้บริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 13-05-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.