บอกเล่าให้ฟัง
“แล้วมันก็จะผ่านไป” ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะกลายเป็นประโยค ที่พ่อใช้บรรเทาใจสัตบุรุษและตนเองบ่อยๆยามที่เราต้องสูญเสียหรือวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ โลกของเรามันหมุนของมันอยู่ทุกวัน เวลามันก็ไม่เคยหยุดคอยให้เราได้เตรียมพร้อมมีช่วงจังหวะดีๆ ที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนกับนักเรียนที่กำลังเตรียมสอบแล้ววันสอบก็มาถึง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็รอผลการสอบแล้ววันประกาศผลก็มาถึง จะเตรียมพร้อมหรือไม่พร้อมจะสอบได้หรือไม่ได้วันเหล่านี้ก็มาถึง “แล้วมันก็จะผ่านไป” ถ้าเราย้อนกลับคิดถึงเรื่องราวในอดีตและทบทวน เราจะพบว่าหลายเรื่องในอดีตเป็นเรื่องที่เรากังวล เป็นเรื่องที่น่าขื่นขมแต่วันนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สร้างความกล้าแกร่งให้กับชีวิตของเรา
เมื่อมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพเจ้าจะไม่กลัวสิ่งใด นี่เป็นคำภาวนาบทรำพึงของผู้ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นความเชื่อความศรัทธาของเขาอย่างลึกซึ้ง เป็นความเชื่อศรัทธาของผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อก็เป็นสุข พ่อเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เราฟังเพื่อจิตใจของเราจะได้ไม่วุ่นวายเมื่อวันเวลาดังกล่าวมาถึง จงสวดภาวนาอยู่เสมอเพื่อท่านจะได้ไม่ตกในการผจญ พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวไว้เช่นนี้แสดงว่าในยามทุกข์ยากลำบากจะมีการผจญที่รุ่นแรง แต่เราจะสามารถผ่านพ้นไปได้โดยอาศัยพลังจากพระเจ้าผู้ที่เป็นโล่และป้อมปราการที่แข็งแกร่งของเรา
จากคุณพ่อเจ้าวัด
สวรรค์ที่ประทับของพระเจ้า
“ในบ้านของพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มีเรามี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน…..เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย”(ยน14:2-3) ทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย สวรรค์ และนรก ยังเป็นทัศนคติที่ยังมีการถกเถียงกันอย่างไม่ลงตัว บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ และบางคนก็เชื่อตามทัศนคติของเขา วันนี้พระศาสนจักรสมโภชการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการยืนยันว่าพระศาสนจักรมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย สวรรค์ และนรก และเป็นการเน้นย้ำว่าพระเยซูคริสตเจ้าจะทรงตามทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเรา “สวรรค์มีที่อยู่มากมาย และเรากำลังกลับไปเตรียมไว้ให้พวกท่าน” การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าจึงเป็นความหวัง เป็นกำลังใจสำหรับเราทุกๆคนที่จะดำเนินชีวิตติดตามพระองค์ บนหนทางแห่งไม้กางเขนเพียรทนต่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต
คำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้าก่อนที่จะเสด็จขึ้นสวรรค์ “ท่านทั้งหลายจงอกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น”(มก.16:15-16) จึงแสดงให้เห็นว่าเรื่องการไปสวรรค์ ความรอดพ้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ต่างคนต่างไปต่างคนต่างทำ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นำพากันไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงสั่งไว้ว่านี่เป็นข่าวดีที่เราต้องประกาศให้มนุษย์ทั้งปวงทราบ ทัศนคติของเราในเรื่องนี้จึงแตกต่างจากหลายๆศาสนาเป็นอย่างมาก ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งเราจะพบว่าหลายๆศาสนา เรื่องความรอดพ้นการไปสวรรค์เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำ ใครต้องการบรรลุถึงพระธรรมล้ำลึกสูงสุดนี้ก็ต้องหาวิธีการและบำเพ็ญตนกันเอง แต่สำหรับเราคาทอลิกนี่เป็นคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้าเอง ให้ประกาศออกไปทั้งโลกเพราะนี่เป็นข่าวดีของมนุษยชาติ และบอกด้วยว่าใครก็ตามที่ทำตามคำสั่งนี้พระองค์จะรับรองด้วยเครื่องหมายต่างๆที่ตามมา “ทรงรับรองคำสั่งสอนโดยอัศจรรย์ที่ตามมา”(มก.16:20)
“ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกตัดสินลงโทษ”(มก.16:16) ความเชื่อกับการปฏิบัติตามคำสอนเป็นสิ่งแยกจากกันไม่ได้ เราเชื่ออย่างไรเราก็ปฏิบัติอย่างนั้น ถ้าเราเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าเราก็ต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน”(ยน.15:12) ถ้าเรารักเพื่อนมนุษย์เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงรักเรา เราก็จะเป็นพยานถึงความรักของพระเจ้าต่อหน้ามนุษย์ทั้งมวล และนี้เป็นการประกาศข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นพยาน การประกาศข่าวดีเป็นหน้าที่ของเราทุกคน เป็นข้อเรียกร้องตามบทบัญญัติแห่งความรัก ถ้าเรารักเพื่อนพี่น้องตามบทบัญญัติแห่งความรักจริง เราต้องให้แบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดที่เรามีที่เราเป็นแก่เพื่อนพี่น้องของเรา และข่าวดีแห่งความรอดพ้นก็คือสิ่งล้ำค่าที่สุดของเราที่เราจะต้องแบ่งปันให้กับมนุษย์ทั้งมวล ตามคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อร่วมมือกับพระองค์ในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นนี้ ขอให้การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นความหวัง เป็นกำลังใจให้เราในการเป็นเครื่องมือของพระองค์ ที่จะนำข่าวดีแห่งความรอดพ้นไปสู่มนุษยชาติจนสุดปลายแผ่นดิน ด้วยเพียรทนบนหนทางแห่งไม้กางเขน จนถึงเป้าหมายปลายทางของชีวิต คือสวรรค์นิรันดร
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- เนื่องจากสภาภิบาลชุดปัจจุบันหมดวาระ ทางวัดจึงขอจิตอาสามาเป็นคณะกรรมสภาภิบาล ผู้ใดสามารถช่วยเป็นจิตอาสาสภาภิบาลได้ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
- ผู้ปกครองท่านใดต้องปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องขอได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขต 31 พ.ค. 2012
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วม รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
- วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจจะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย. 2012 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และส่งข้อมูลก่อนวันล้างบาป
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต