ฉบับที่ 957 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2555 สมโภชพระเยซูเจ้า เสด็จสู่สวรรค์

บอกเล่าให้ฟัง

“แล้วมันก็จะผ่านไป” ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะกลายเป็นประโยค ที่พ่อใช้บรรเทาใจสัตบุรุษและตนเองบ่อยๆยามที่เราต้องสูญเสียหรือวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ โลกของเรามันหมุนของมันอยู่ทุกวัน เวลามันก็ไม่เคยหยุดคอยให้เราได้เตรียมพร้อมมีช่วงจังหวะดีๆ ที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนกับนักเรียนที่กำลังเตรียมสอบแล้ววันสอบก็มาถึง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็รอผลการสอบแล้ววันประกาศผลก็มาถึง จะเตรียมพร้อมหรือไม่พร้อมจะสอบได้หรือไม่ได้วันเหล่านี้ก็มาถึง “แล้วมันก็จะผ่านไป” ถ้าเราย้อนกลับคิดถึงเรื่องราวในอดีตและทบทวน เราจะพบว่าหลายเรื่องในอดีตเป็นเรื่องที่เรากังวล เป็นเรื่องที่น่าขื่นขมแต่วันนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สร้างความกล้าแกร่งให้กับชีวิตของเรา

ความเชื่อความศรัทธาในพระเจ้า สอนเราทุกคนให้ขอบพระคุณพระเจ้าทุกเมื่อเชื่อวันแห่งชีวิต เพราะจากเหตุการณ์เหล่านี้เราสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ และทราบว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ พระองค์เตรียมเราให้สามารถเผชิญกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิต พระองค์ทรงจัดทุกสิ่งที่ดีงามไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์ เรื่องที่พ่อกล่าวถึงนี้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่ง่ายตามทฤษฎี แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกับใครก็ยากที่จะทำใจให้สงบลง ด้วยเหตุนี้คำวิงวอนขอของบรรดาอัครสาวกต่อพระเยซูคริสตเจ้า จะต้องดังก้องอยู่ในใจของเราเสมอ “ข้าแต่พระเยซูโปรดทวีความเชื่อให้พวกเราด้วย”เพื่อเสียงที่ดังกึกก้องในใจของเรานี้จะได้คอยเตือนใจเราให้สวดภาวนา พึ่งพาพระเจ้าให้ทวีความเชื่อศรัทธาให้กับเรา ให้เราสามารถรักษาความเชื่อศรัทธาในพระองค์ในทุกๆสถานการณ์แห่งชีวิตทุกๆวันในชีวิตเป็นวันเวลาที่เราจะสะสมเพิ่มพูน ความเชื่อของเราให้กล้าแกร่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อเผชิญกับปัญหาอุปสรรค์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับเราในวันข้างหน้า พระเยซูคริสตเจ้าทางบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า “ผู้ที่มีความเพียรอดทนจนถึงที่สุดจะไดรับความรอดพ้น” อีกทั้งพระองค์ยังไม่ต้องการให้เราอยู่อย่างคนที่ขลาดกลัว ไม่กล้าเผชิญกับปัญหาคอยหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา ตรงกันข้ามพระองค์สั่งให้เราเงยหน้าขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย เพราะความชื่นชมยินดีของพวกท่านใกล้เข้ามาแล้ว การยืนเงยหน้าขึ้นแสดงถึงความมั่นใจ ความกล้าหาญของคนๆหนึ่งที่พร้อมที่จะเผชิญกับทุกๆสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ด้วยความเชื่อ ความหวัง และวางใจในพระเจ้า ข้าแต่พระเจ้าพระองค์เป็นโล่เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ย่อมเป็นสุข

เมื่อมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพเจ้าจะไม่กลัวสิ่งใด นี่เป็นคำภาวนาบทรำพึงของผู้ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นความเชื่อความศรัทธาของเขาอย่างลึกซึ้ง เป็นความเชื่อศรัทธาของผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อก็เป็นสุข พ่อเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เราฟังเพื่อจิตใจของเราจะได้ไม่วุ่นวายเมื่อวันเวลาดังกล่าวมาถึง จงสวดภาวนาอยู่เสมอเพื่อท่านจะได้ไม่ตกในการผจญ พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวไว้เช่นนี้แสดงว่าในยามทุกข์ยากลำบากจะมีการผจญที่รุ่นแรง แต่เราจะสามารถผ่านพ้นไปได้โดยอาศัยพลังจากพระเจ้าผู้ที่เป็นโล่และป้อมปราการที่แข็งแกร่งของเรา

จากคุณพ่อเจ้าวัด

สวรรค์ที่ประทับของพระเจ้า

“ในบ้านของพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มีเรามี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน…..เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย”(ยน14:2-3) ทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย สวรรค์ และนรก ยังเป็นทัศนคติที่ยังมีการถกเถียงกันอย่างไม่ลงตัว บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ และบางคนก็เชื่อตามทัศนคติของเขา วันนี้พระศาสนจักรสมโภชการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการยืนยันว่าพระศาสนจักรมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย สวรรค์ และนรก และเป็นการเน้นย้ำว่าพระเยซูคริสตเจ้าจะทรงตามทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเรา “สวรรค์มีที่อยู่มากมาย และเรากำลังกลับไปเตรียมไว้ให้พวกท่าน” การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าจึงเป็นความหวัง เป็นกำลังใจสำหรับเราทุกๆคนที่จะดำเนินชีวิตติดตามพระองค์ บนหนทางแห่งไม้กางเขนเพียรทนต่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต

คำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้าก่อนที่จะเสด็จขึ้นสวรรค์ “ท่านทั้งหลายจงอกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น”(มก.16:15-16) จึงแสดงให้เห็นว่าเรื่องการไปสวรรค์ ความรอดพ้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ต่างคนต่างไปต่างคนต่างทำ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นำพากันไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงสั่งไว้ว่านี่เป็นข่าวดีที่เราต้องประกาศให้มนุษย์ทั้งปวงทราบ ทัศนคติของเราในเรื่องนี้จึงแตกต่างจากหลายๆศาสนาเป็นอย่างมาก ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งเราจะพบว่าหลายๆศาสนา เรื่องความรอดพ้นการไปสวรรค์เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำ ใครต้องการบรรลุถึงพระธรรมล้ำลึกสูงสุดนี้ก็ต้องหาวิธีการและบำเพ็ญตนกันเอง แต่สำหรับเราคาทอลิกนี่เป็นคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้าเอง ให้ประกาศออกไปทั้งโลกเพราะนี่เป็นข่าวดีของมนุษยชาติ และบอกด้วยว่าใครก็ตามที่ทำตามคำสั่งนี้พระองค์จะรับรองด้วยเครื่องหมายต่างๆที่ตามมา “ทรงรับรองคำสั่งสอนโดยอัศจรรย์ที่ตามมา”(มก.16:20)

“ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกตัดสินลงโทษ”(มก.16:16) ความเชื่อกับการปฏิบัติตามคำสอนเป็นสิ่งแยกจากกันไม่ได้ เราเชื่ออย่างไรเราก็ปฏิบัติอย่างนั้น ถ้าเราเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าเราก็ต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน”(ยน.15:12) ถ้าเรารักเพื่อนมนุษย์เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงรักเรา เราก็จะเป็นพยานถึงความรักของพระเจ้าต่อหน้ามนุษย์ทั้งมวล และนี้เป็นการประกาศข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นพยาน การประกาศข่าวดีเป็นหน้าที่ของเราทุกคน เป็นข้อเรียกร้องตามบทบัญญัติแห่งความรัก ถ้าเรารักเพื่อนพี่น้องตามบทบัญญัติแห่งความรักจริง เราต้องให้แบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดที่เรามีที่เราเป็นแก่เพื่อนพี่น้องของเรา และข่าวดีแห่งความรอดพ้นก็คือสิ่งล้ำค่าที่สุดของเราที่เราจะต้องแบ่งปันให้กับมนุษย์ทั้งมวล ตามคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อร่วมมือกับพระองค์ในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นนี้ ขอให้การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นความหวัง เป็นกำลังใจให้เราในการเป็นเครื่องมือของพระองค์ ที่จะนำข่าวดีแห่งความรอดพ้นไปสู่มนุษยชาติจนสุดปลายแผ่นดิน ด้วยเพียรทนบนหนทางแห่งไม้กางเขน จนถึงเป้าหมายปลายทางของชีวิต คือสวรรค์นิรันดร

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เนื่องจากสภาภิบาลชุดปัจจุบันหมดวาระ ทางวัดจึงขอจิตอาสามาเป็นคณะกรรมสภาภิบาล ผู้ใดสามารถช่วยเป็นจิตอาสาสภาภิบาลได้ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  2. ผู้ปกครองท่านใดต้องปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องขอได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขต 31 พ.ค. 2012
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วม รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลา
  4. วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจจะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย. 2012 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และส่งข้อมูลก่อนวันล้างบาป

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.