สารวัด ฉบับที่ 151279 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 13  : 15-21

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป คือพระจิตแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองพระองค์ไม่เห็น และไม่รู้จักพระองค์ แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับท่าน และอยู่ในท่าน เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน ในไม่ช้า โลกจะไม่เห็นเรา แต่ท่านทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิต และท่านก็จะมีชีวิตด้วย ในวันนั้น ท่านจะรู้ว่า เราอยู่ในพระบิดาของเรา ท่านอยู่ในเรา และเราอยู่ในท่าน ผู้ที่มีบทบัญญัติของเราและปฏิบัติตาม ผู้นั้นรักเราและผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแก่เขา”

 

                     ข้อคิด

ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะจากบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะส่ง “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง”  (ยน 14:16) หรือ “พระจิตแห่งความจริง” (ยน14:17)  มาหาพวกเขา มาอยู่กับพวกเขา เหมือนนักกีฬาที่ต้องการโค้ช เราทุกคนล้วนต้องการผู้ช่วยเหลือเช่นกัน ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถมากขนาดไหน นักกีฬามืออาชีพทุกคนต้องมีโค้ช อาศัยกำลังและความสามารถตามประสามนุษย์โดยลำพัง เรามีโอกาสผิดพลาด การคิดว่าตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือและพระหรรษทานจากพระเจ้าเพื่อบรรลุถึงความสุขนิรันดร ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนในพระวรสารวันนี้ว่า เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าเสมอ เราต้องการผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งหรือพระจิตเจ้า ผู้ทรงอยู่เคียงข้างเรา คอยให้คำปรึกษาแนะนำและอ้อนวอนแทนเรา.

 

พระที่มองไม่เห็น

ความหวัง นำพาผู้คนให้ก้าวเดินสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก

…ด้วยหัวใจที่มั่นคงปลอดภัย

แต่…ความหวังจะได้รับพลังจากที่ใด

ความหวังที่ขาดพลังเป็นเด็กกำพร้า

…ที่ถูกเลี้ยงดูในบ้านแห่งจินตนาการ

 

พระเยซู…มิเคยปล่อยศิษย์ของพระองค์ให้อยู่ในโลกที่อ่อนแอและบางเบา

แต่…ทรงสัญญาจะมอบพระจิตเจ้า

…ผู้จะทรงอยู่กับเขาตลอดไป

พลังแห่งพระจิต เป็นต้นธารแห่งความหวัง

ปราศจากพระองค์…ความหวังอ่อนนิ่ม และไร้ดอกผล

พระจิตเจ้า…พระพรแห่งองค์พระเจ้าให้พลังชีวิต

แม้ในท่ามกลางความตาย

…ให้แสงสว่างสุกใส แม้ในท่ามกลางความมืดมน

 

ทรงกล่าวนำล่วงหน้าว่า โลกจะไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น

แท้จริงแล้ว…พวกเขาเคยไม่ต้อนรับองค์พระบุตรที่พวกเขมองเห็น

มาบัดนี้…ไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น  แต่.พระจิดของพระเจ้าจะอยู่ในชีวิตของพวกเขา..ที่รักและเชื่อในพระองค์

 

พลังแห่งพระจิต จะก่อให้เกิดความกล้าหาญ และความหวัง

อันเป็นดอกผลที่โลกแลเห็นได้

ผู้ที่รักและเชื่อพระองค์ ก้าวเดินสู่อนาคตที่มองไม่เห็น

…ประกาศก้องถึงพลังแห่งพระจิตเจ้า ที่สว่างไสวภายใน

พวกเขารู้ว่าพลังนี้มิใช่ของพวกเขา

แต่…เป็นของพระเจ้าที่พวกเขามองไม่เห็น

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป     

พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมาแต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้   รักและรับใช้…….

 

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags: , , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.