ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ในช่วงบ่าย คุณพ่อสมชาย นำทีมผู้สูงอายุ , เยาวชน และชาววัดรังสิต ไปร่วมกันสร้างรอยยิ้ม แลความสุขให้แก เด็กๆ น้องๆ ที่ศูนย์มาติน วัดพระแม่มหาการุณย์ ความสนุกสนาน และรอยยิ้ม มากมายแค่ไหน เชิญติดตามได้เลยครับ
เนื้อหาจาก September, 2009
ประมวลภาพ การไปจัดกิจกรรมที่บ้านศูนย์มาติน
Monday, September 28th, 2009สารวัด ฉบับที่ 819 วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
Saturday, September 26th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
ความปรีชาฉลาดเป็นฤทธิ์กุศลเกี่ยวกับความประพฤติอีกประการหนึ่ง ที่โน้มนำเราให้รู้จักหาวิธีการทำความดีหนีความชั่ว เพื่อสามารถเอาตัวรอดพ้นไปสวรรค์ คิดแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าความปรีชาฉลาดจะเป็นฤทธิ์กุศล ดูๆแล้วมันน่าจะเป็นเพียงความสามารถทางสติปัญญา ที่พระเป็นเจ้าประทานให้ เพื่อให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคอยู่ได้ในโลกนี้มากกว่า แต่เมื่อพระศาสนจักรสอนเช่นนี้แสดงว่าต้องเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เราจึงต้องแยกแยะให้ได้ ว่าอะไรเป็นความปรีชาฉลาดทางโลก อะไรเป็นความปรีชาฉลาดทางธรรม ความปรีชาฉลาดทางโลกอย่างเดียวไม่สามารถช่วยเราให้เอาตัวรอดพ้นไปสวรรค์ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะมีความปรีชาฉลาดทั้งทางโลก และทางธรรม พระเยซูคริสตเจ้าเคยตรัสสอนไว้ว่า “มนุษย์เอ๋ยพวกท่านสามารถหยั่งรู้เรื่องดินฟ้าอากาศฤดูกาลต่างๆได้ แต่ทำไมไม่เข้าใจเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเป็นเจ้าประทานให้” สิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าสอนก็เป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะหลายๆครั้งทีเดียวเราจะพบว่า พ่อแม่เอาใจใส่ให้ลูกๆได้มีการศึกษานานาชนิด ส่งเสียให้ลูกได้เรียนสูงๆ แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป็นเรื่องนิรันดรภาพ พ่อแม่กลับละเลยไม่สนใจ พูดกันง่ายๆก็คือให้เวลาให้ลูกเรียนรู้ได้ทุกเรื่องแต่ไม่เคยเอาใจใส่ให้ลูกๆได้เรียนคำสอน และบางคนเมื่อพูดถึงเรื่องพระเป็นเจ้า เรื่องการเรียนคำสอนก็อ้างว่าไม่มีเวลา แต่มีเวลาไปทำอย่างอื่น ทั้งที่การเรียนคำสอนดีๆจะเป็นหนทางนำเราไปสู่สวรรค์นิรันดรกับพระเป็นเจ้า “จงเอาใจใส่พากเพียรเรียนขยันแต่สวรรค์ดีกว่าเราอย่าลืม”
สารวัด ฉบับที่ 818 วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา
Sunday, September 20th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
ความเข้มแข็งหรือความอดทนเป็นฤทธิ์กุศลที่โน้มนำเราให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆตามหน้าที่ของเรา มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ล้วนมีบทบาทหน้าที่ของตนที่จะกระทำคุณประโยชน์เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้อื่น และในการดำเนินชีวิตที่ซื่อตรงต่อบทบาทและหน้าที่ของตนนี่เองอาจก่อให้เกิดความยากลำบากและอุปสรรค์ต่างๆขึ้นได้ในชีวิต พระเยซูคริสตเจ้าจึงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเรามีกางเขนต้องแบก “ใครอยากเป็นศิษย์ติดตามเรา ก็ให้คนนั้นเลิกคิดถึงตนเองแบกกางเขนของตนแล้วตามเรามา” กางเขนหรือความยากลำบากจึงเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่แล้วหลังจากที่มนุษย์ตกในบาปตัดความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า แต่จะเป็นอะไร แบบไหน เมื่อไร อย่างไร ก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้อย่างไรเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาไตร่ตรอง พระเยซูคริสตเจ้าสอนว่า “ใครเพียรทนจะถึงที่สุดก็จะได้รับความรอดพ้น”
สารวัด ฉบับที่ 817 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา
Saturday, September 12th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
ฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ เป็นฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมที่เกี่ยวกับความประพฤติ ซึ่งหลายๆคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการประหยัดในเรื่องการใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น แต่ความจริงแล้วฤทธิ์กุศลความมัธยัสถ์ หมายถึงการรู้จักยับยั้งควบคุมความสนุกทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั่นก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ตั้งแต่สมัยโบราณเขาถือกันว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นทางเข้าออกของความดีความชั่วเพราะฉะนั้นเราจึงต้องควบคุมมันไว้ให้อยู่ในร่องในรอยไม่ปล่อยไปตามความต้องการของกิเลสตัณหา ไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสของเราก็อาจจะทำให้เราตกในบาปได้เหมือนกัน อาทิ ตาของเราชอบมองดูอะไร หูของเราชอบฟังเรื่องอะไร ปากของเราชอบพูดเรื่องอะไรดีหรือชั่ว สิ่งเหล่านี้อาจจะนำมาซึ่งความโลภความฟุ้งเฟ้อ ความโกรธ ความหลง ความลามก และการปลงใจในความอุลามกก็ได้ฯลฯ ด้วยเหตุนี้สมัยก่อนเวลาโปรดศีลเจิมคนไข้ พระสงฆ์จะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง อาทิ ศีรษะ ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า เพราะอวัยวะเหล่ามีส่วนทำให้เราตกในบาป
สารวัด ฉบับที่ 816 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2552 อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
Saturday, September 5th, 2009บอกเล่าให้ฟัง
ความบริสุทธิ์เป็นคุณธรรมประการหนึ่งที่สำคัญของมนุษย์ การถือความบริสุทธิ์เป็นการปฏิบัติตามจริยธรรมเกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือการปฏิบัติตามพระบัญญัติประการที่ 6 อย่าทำอุลามกและประการที่ 9 อย่าปลงใจในความอุลามก การปฏิบัติตามและการฝ่าฝืนต้องพิจารณาทั้งความคิด วาจา และ กิจการ อันตรายที่ทำให้เกิดการละเลยคุณธรรมประการนี้คือ ในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มที่จะถือตามกระแสของสังคม ยึดเอาความประพฤติของคนส่วนใหญ่มาเป็นมาตรฐานทางศีลธรรม นั่นก็คือใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทำได้ไม่ผิด อาทิ การอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาก่อนแต่งงานอย่างถูกต้อง การมีเพศสัมพันธ์อย่างเสรี ฯลฯ








