Posts Tagged ‘สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต’

ฉบับที่ 962 วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2555 เทศกาลธรรมดา

Friday, June 22nd, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

เหนื่อยนักหยุดพักเสียก่อน ความเหน็ดเหนื่อยของมนุษย์มีหลายประเภท คนใช้แรงงานก็เหน็ดเหนื่อยจากการตรากตรำทำงานหนัก เหนื่อยประเภทนี้ต้องให้พวกเขาพักจากการทำงาน บางคนเป็นนักวิชาการนักคิดบางครั้งก็เหนื่อยล้าทางความคิด คนพวกนี้อาจจะต้องเอาความบันเทิงสุนทรียภาพเข้าช่วยให้ผ่อนคาย อีกหลายคนต้องฟันฝ่าอุปสรรค์มรสุมมากมายในชีวิตจึงทำให้รู้สึกเหนื่อยใจไปบ้าง เกิดความท้อแท้หดหู่ใจ ปัญหาเกิดที่ใจต้องแก้ที่ใจ หัดปล่อยวางเสียบ้างและยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต เราเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งมีความอ่อนแอมากมายหลายด้าน ถ้ามันจะล้มเหลวไปบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง หรือแพ้บ้าง ต้องคิดให้ได้ว่านี่เป็นเรื่องของปุถุชน เมื่อคิดได้เช่นนี้ แพ้ให้เป็น ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ จะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ท้าทายในชีวิต ทำให้ชีวิตน่าอภิรมย์กว่าที่เป็นอยู่

(more…)

ฉบับที่ 961 วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2555 เทศกาลธรรมดา

Friday, June 15th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

การจัดลำดับคุณค่าต่างๆในชีวิตให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าเราจัดลำดับผิดมันจะทำให้เราพลาดโอกาส หรือล้มเหลวในเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิต นักปรัชญาบางท่านเปรียบเทียบเรื่องนี้ว่า “สายน้ำไหลผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับ” แม้อาจจะมองว่าในธรรมชาติมีน้ำขึ้นน้ำลงแต่น้ำที่ไหลย้อนคืนมาก็ไม่ใช่สายน้ำเดิม หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำไปแล้วอาจมานึกเสียดายภายหลังว่า “ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้” ความสำนึกแบบนี้เป็นแค่บทเรียนที่ทำให้เรานำไปปรับปรุงแก้สิ่งที่จะทำในอนาคต แต่สำหรับอดีตเราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว เรื่องที่พ่อกล่าวถึงนี้ถ้าเป็นเรื่องราวบนโลกอันอนิจจังใบนี้ก็ยังพอทำเนา เพราะเรายังมีทางปรับปรุงใหม่ในอนาคตถ้ามีโอกาสทำอย่างนั้นอีก และเวลายังมีสำหรับเรา แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตนิรันดรเมื่อเวลาในโลกหมดลง นั้นหมายความว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

(more…)

ฉบับที่ 960 วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 สมโภชพระวรกาย และพระโลหิต พระคริสตเจ้า

Friday, June 8th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

เข้าเงียบประจำเดือนของพระสงฆ์ครั้งหนึ่งคุณพ่อผู้เทศน์แบ่งปันว่า พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ท่านหนึ่งไปเสวนากับดาไลลามะพระชาวธิเบต และถามท่านว่า “ศาสนาอะไรเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก” ดาไลลามะตอบว่าศาสนาที่ดีที่สุดในโลกคือ ศาสนาที่ทำให้มนุษย์มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นมากขึ้น (more compassionate) ศาสนาที่ทำให้คนไวต่อความต้องการของผู้อื่นและของสังคมส่วนรวมมากขึ้น (more sensible) ศาสนาที่ทำให้คนสามารถปลดปล่อยตนเองจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มากขึ้น (more detached) ศาสนาที่ทำให้คนแสดงความรักต่อผู้อื่นมากขึ้น (more loving) ศาสนาที่ทำให้คนมีมนุษยธรรมสูงขึ้น (more humanity) ศาสนาที่ทำให้คนมีชีวิตจิตสูงขึ้นเห็นคุณค่าด้านจิตวิญญาณมากกว่าคุณค่าด้านวัตถุ (more spirituality) ศาสนาที่ทำให้คนมีจิตใจสูงยึดมั่นในหลักจริยธรรม (more ethic)

(more…)

ฉบับที่ 959 วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 สมโภชพระจิตเจ้า

Saturday, June 2nd, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

วันที่ 11 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2012 พระศาสนจักรจะประกาศปีแห่งความเชื่อ เพื่อให้คริสตชนทั่วโลกสนใจเอาใจใส่ความเชื่อความศรัทธาของตนเองมากขึ้น ความเชื่อและการปฏิบัติเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ เราเชื่ออย่างไรเราจะปฏิบัติหรือดำเนินชีวิตอย่างนั้น พ่อจึงกล่าวกับพี่น้องหลายครั้งมาแล้วว่า “หลายคนบอกว่าเป็นคริสตชนแต่การปฏิบัตินั้นไม่ใช่” จึงไม่สามารถบอกได้ว่าเราเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวจริงหรือไม่ หรือมีความเชื่ออื่นๆเข้ามาปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นในปีแห่งความเชื่อที่พระศาสนจักรกำลังจะประกาศนี้จึงเป็นเวลาพิเศษที่เราจะหันกลับมาทบทบทวนความเชื่อของเรา ว่าเป็นความเชื่อเที่ยงแท้ที่สืบเนื่องมาจากอัครสาวกหรือเปล่า

(more…)

ฉบับที่ 958 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 สมโภชพระจิตเจ้า

Thursday, May 24th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

พระคัมภีร์เป็นแนวทางเข็มทิศแห่งชีวิตคริสตชน แต่น่าเสียดายเราคริสตชนมักไม่ชอบอ่านพระคัมภีร์ วันหนึ่งพ่อขับรถไปข้างนอกและเปิดเพลงฟังในรถ เป็นเพลงภาษาอังกฤษนั่งฟังเพลินอยู่ก็ได้ยินเพลงตอนหนึ่ง กล่าวถึงพระคัมภีร์ไว้อย่างน่าฟัง “คนบางคนเที่ยวแสวงหาหนังสือนิตยสารราคาแพงมาอ่าน หนังสือและนิตยสารเหล่านี้สามารถให้เราได้แค่สิ่งที่ประเทืองปัญญา แต่ไม่สามารถให้ชีวิต มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้ทั้งปัญญาและชีวิตเรากลับไม่ชอบอ่าน หนังสือเล่มนั้นคือพระคัมภีร์” พ่อคิดว่าคนที่แต่งเพลงบทนี้คงจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ความเชื่อ และได้ลิ้มรสความดีงามแห่งพระวาจาของพระเจ้ามาแล้ว เขาจึงเขียนเนื้อเพลงทำนองนี้เพื่อกระตุ้นเตือนใจเราให้เห็นความสำคัญของการอ่านพระคัมภีร์

(more…)

ฉบับที่ 957 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2555 สมโภชพระเยซูเจ้า เสด็จสู่สวรรค์

Saturday, May 19th, 2012

บอกเล่าให้ฟัง

“แล้วมันก็จะผ่านไป” ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะกลายเป็นประโยค ที่พ่อใช้บรรเทาใจสัตบุรุษและตนเองบ่อยๆยามที่เราต้องสูญเสียหรือวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ โลกของเรามันหมุนของมันอยู่ทุกวัน เวลามันก็ไม่เคยหยุดคอยให้เราได้เตรียมพร้อมมีช่วงจังหวะดีๆ ที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนกับนักเรียนที่กำลังเตรียมสอบแล้ววันสอบก็มาถึง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็รอผลการสอบแล้ววันประกาศผลก็มาถึง จะเตรียมพร้อมหรือไม่พร้อมจะสอบได้หรือไม่ได้วันเหล่านี้ก็มาถึง “แล้วมันก็จะผ่านไป” ถ้าเราย้อนกลับคิดถึงเรื่องราวในอดีตและทบทวน เราจะพบว่าหลายเรื่องในอดีตเป็นเรื่องที่เรากังวล เป็นเรื่องที่น่าขื่นขมแต่วันนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สร้างความกล้าแกร่งให้กับชีวิตของเรา

(more…)