ฉบับที่ 961 วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

การจัดลำดับคุณค่าต่างๆในชีวิตให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าเราจัดลำดับผิดมันจะทำให้เราพลาดโอกาส หรือล้มเหลวในเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิต นักปรัชญาบางท่านเปรียบเทียบเรื่องนี้ว่า “สายน้ำไหลผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับ” แม้อาจจะมองว่าในธรรมชาติมีน้ำขึ้นน้ำลงแต่น้ำที่ไหลย้อนคืนมาก็ไม่ใช่สายน้ำเดิม หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำไปแล้วอาจมานึกเสียดายภายหลังว่า “ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้” ความสำนึกแบบนี้เป็นแค่บทเรียนที่ทำให้เรานำไปปรับปรุงแก้สิ่งที่จะทำในอนาคต แต่สำหรับอดีตเราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว เรื่องที่พ่อกล่าวถึงนี้ถ้าเป็นเรื่องราวบนโลกอันอนิจจังใบนี้ก็ยังพอทำเนา เพราะเรายังมีทางปรับปรุงใหม่ในอนาคตถ้ามีโอกาสทำอย่างนั้นอีก และเวลายังมีสำหรับเรา แต่ถ้าเป็นเรื่องชีวิตนิรันดรเมื่อเวลาในโลกหมดลง นั้นหมายความว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

พระเยซูคริสตเจ้าสอนเราอยู่เสมอว่า คนทางโลกจะฉลาดในเรื่องทางโลกเพราะนั่นเป็นทางของเขา ส่วนคนทางธรรมต้องฉลาดเรื่องทางธรรม มนุษย์ทุกคนยืนอยู่ระหว่างด้านสองด้าน ความรอบคอบในการดำเนินชีวิตจึงสอนให้เราต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่างด้านทั้งสอง และจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังในชีวิตให้ถูกต้อง แน่นอนที่สุดการทำมาหากินการดำรงชีวิตให้อยู่รอดบนโลกชั่วคราวใบนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ถ้าใครหลงใหลในความสุขความมั่งคั่งทางโลกจนลืมเรื่องอื่น คิดว่าชีวิตมนุษย์มีด้านเดียวก็เป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเขา หนังสือปัญญาจารย์ได้ให้ความเข้าในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ “มนุษย์เอ๋ย เจ้าทำงานหนักตรากตรำใต้ฟ้านี้จนตลอดชีวิตแล้วเจ้าได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน” ความคิดเช่นนี้ชี้นำให้เราไตร่ตรองคุณค่าและความหมายต่างๆในชีวิต เพราะทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรมในทางปฏิบัติล้วนต้องลงทุนลงแรงทั้งสิ้น แล้วในบั้นปลายเราได้อะไรตอบแทน ตอบแทนจากเรื่องอะไร อนิจจัง อนิจจัง ใดๆในโลกล้านอนิจจัง มีเวลาเกิดมีเวลาตาย มีเวลาเจริญมีเวลาเสื่อม ทุกสิ่งจะต้องเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา สัจธรรมบ่งชี้ถึงสัจธรรมให้เห็นชัดในตัวมันเอง มันผ่านหูผ่านตาผ่านชีวิตเราไปวันแล้ววันเล่า เวลามันล่วงเลย เนื้อหนังมันเหี่ยวย่น คนล้มหายตายจาก สมบัติต้องทิ้งไว้เบื้องหลังไม่มีใครสามารถเอาไปได้ แต่ทำไมมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงความจริงซึ่งเป็นสัจธรรม “อย่าสะสมทรัพย์สมบัติในโลกเพราะมอดปลวกขมวนมันกัดกินได้ แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์ที่นั่นจะไม่มีอะไรช่วงชิงไปจากท่านได้”น่าสงสารเด็กไทยที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจความจริงแห่งสัจธรรม จัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตอบสนองเฉพาะความสำเร็จฝ่ายโลก เรียนกันเข้าไป เช้าจดค่ำ ค่ำจดเช้า เรียนแบบนี้อย่าว่าแต่ทางธรรมเลย ทางโลกจะสำเร็จและได้ใช้บ้างไหมยังไม่รู้เลย เพราะกลัวจะบ้าๆบอๆติงต๊องไปเสียก่อน ที่พ่อต้องเขียนว่าเด็กไทยเพราะไม่มีชาติไหนในโลกเรียนมากเท่านี้แล้ว เราขอบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า “มีเด็กปวดหัวเป็นไมเกรนมากขึ้นเรื่อยๆ”สาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เด็กหลายๆคนมีพฤติกรรมแปลกๆ กลัวคนอื่น ซึมเศร้าไม่สดใสร่าเริงสมวัย ไม่ทราบว่าเกิดจากการแข่งขันที่สูงมากตั้งแต่อนุบาลหรือเปล่า จะว่าไปแล้วปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้เราสายตากว้างไกล แต่ทำไมไม่มีใครสนใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ก็ไม่รู้นะพ่อก็ได้แต่เขียนไว้ให้อ่านใครมีตาก็อ่านเอาเถิดจะคิดอ่านทำประการใดก็ลองตรองดูจากคุณพ่อเจ้าวัด

ผลงานของพระเจ้า

พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ทุกคนให้เป็นผู้ร่วมงานกับพระองค์ ในการสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ การที่พระองค์ทรงเรียกเราเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเรามีความสามารถ แต่เพราะพระองค์ทรงรักและให้เกียรติเรา อีกทั้งพระองค์ยังทรงปรารถนาให้กิจการเล็กๆน้อยๆอันไร้ค่าของเรา เป็นบุญกุศลเพื่อช่วยเราให้ได้รับความรอดพ้น “พระองค์มิได้ทรงมีความจำเป็นที่จะต้องรับคำสรรเสริญใดๆ กระนั้นก็ดียังทรงพระกรุณา โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ขอบพระคุณ คำสดุดีมิได้เพิ่มพูนพระเกียรติ แต่นำพระหรรษทานมาช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้น” บทขอบพระคุณนี้แสดงนัยสำคัญว่ากิจการดีต่างๆที่มนุษย์ทำไม่มีความจำเป็นใดๆสำหรับพระเจ้าเลย แต่พระองค์ปรารถนาให้มนุษย์ทำเช่นนั้น เพราะต้องการให้กิจการอันไร้ค่าที่มาจากความพยายามและน้ำใจดีของมนุษย์ นำมาซึ่งพระหรรษทานเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น

กิจการดีต่างๆที่มนุษย์ทำเป็นสิ่งที่เรียกร้องการตอบแทนจากพระเจ้าไม่ได้ เพราะเพียงพระเจ้าทรงสร้างเรามาด้วยความรัก ให้ชีวิตกับเรา ทรงคำจุนชีวิตของเรา เราก็เป็นหนี้พระคุณของพระองค์จนเราไม่อาจตอบแทนได้อย่างสาสม เราจึงต้องพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตอบแทนความดีและความรักของพระองค์เสมอไป “กิ่งองุ่นเกิดผลด้วยตนเองไม่ได้ ท่านทั้งหลายก็เกิดผลไม่ได้….. เพราะถ้าไม่มีเรา ท่านทำอะไรไม่ได้เลย” (ยน.15:4-5) บทรำพึงของผู้หว่านในพระวรสารนักบุญมาระโกบทที่ 4 “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเขาไม่รู้ ดินนั้นมีพลังให้เกิดผลในตนเอง” (มก.4:27-28) เป็นความประหลาดใจของผู้ร่วมงานด้วยความสุภาพและจริงใจของพระเจ้า ทุกคนเมื่อเห็นผลงานพวกเขาจะรู้สึกอัศจรรย์ใจเพราะพวกเขาทำสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่มีค่าอะไร แต่ทำไมเกิดผลอเนกอนันต์เช่นนี้ ด้วยความสุภาพรับรู้การประทับอยู่ของพระเจ้า ประสบการณ์แห่งความเชื่อสอนพวกเขาว่า เบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่างมีพระเจ้าคอยหนุนนำอยู่เสมอ

เราคริสตชนต้องมีความหวัง มีความวางใจในพระเจ้า และรู้จักรอคอย ท่าทีของผู้หว่านคนนั้นเมื่อเขาหว่านเมล็ดข้าวเสร็จแล้ว “เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลาวงวัน เมล็ดนั้นก็งอกขึ้นและเติบโต” (มก.4:27) ทำให้เราทราบว่าพระเจ้าทรงทำงานตลอดเวลา และทราบวันเวลาที่เหมาะสม เรามนุษย์จึงต้องมีความหวัง ความวางใจในพระองค์ มีความเพียรอดทนรอคอยไม่หวังผลทันตาเห็น และผลตรงกับความคาดหวังของตน เพราะสิ่งที่เราทำเราอาจจะไม่ได้ชื่นชมผลงานเลย หรือผลอาจจะไปเกิดขึ้นกับชนรุ่นหลังซึ่งลืมเราไปแล้ว และผลอาจจะเกิดขึ้นไม่ตรงกับความปรารถนาของเรา ผู้ร่วมงานที่ดีของพระเจ้าจึงต้องเชื่อและวางใจในพระองค์ เชื่อมั่นและวางใจว่าพระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางเรา ทรงทำงาน ทรงค้ำจุนกิจการต่างๆที่ดีของเรา และพระองค์จะทรงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างดีและเหมาะสมแก่ผู้ที่รักพระองค์

ความสุภาพถ่อมตนทำให้กิจการต่างๆของผู้ร่วมงานของพระเจ้ามีคุณค่า “นายย่อมไม่ขอบใจผู้รับใช้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งมิใช่หรือ” (ลก.16:9) ดังนั้นเมื่อเราเห็นผลงานบางอย่างเกิดขึ้นบ้าง จงขอบพระคุณพระเจ้า ถวายทุกสิ่งเป็นเกียรติแด่พระองค์ และสำนึกอยู่เสมอว่า “ฉันเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ เพราะฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องทำเท่านั้น” (ลก.16:10) ความสุภาพถ่อมตนเช่นนี้แหละที่ทำให้กิจการของเรามีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์ที่ 24 มิ.ย. 2012 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. ผู้นำวิถีชุมชนวัด วันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. 2012 เขต 2 จัดอบรมผู้นำวิถีชุมชนวัด ที่โรงแรม Grand Lord ขอเชิญผู้ที่เคยอบรมแล้วอบรมต่อเนื่อง และผู้ที่สนใจเข้าอบรมหาความรู้
  4. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. คำสอนผู้ใหญ่ ที่วัดของเรามีสอนคำสอนผู้ใหญ่ทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา เวลา 10.30 น. ขอเชิญผู้ที่สนใจที่เรียนและทบทวนคำสอน เรียนได้ที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 17-06-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.