Posts Tagged ‘เทศกาลปัสกา’

สารวัด ฉบับที่ 151226 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 อาทิตย์ที่ สาม เทศกาลปัสกา

Saturday, May 4th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

ความศรัทธา ความยึดมั่นถือมั่นอย่างผิดๆ อาทิ คิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ ถ้าจะมีความผิดพลาดอะไรก็เพราะคนอื่นไม่ใช่ฉันแน่นอน การยึดติดกับการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาอย่างไม่รู้เหตุผล หรือการเชื่อถืออย่างตาบอด ฯลฯ คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความทุกข์ร้อนแก่เรามากที่สุด เราจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ต่อเมื่อเราตั้งจุดหมายที่จะแก้ไขมันอย่างจริงจัง โดยทำให้จุดเริ่มต้นที่ไร้เหตุผลในชีวิตของเรา กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่มีเหตุ ผล เพื่อจะทำดังที่ว่านี้มีสิ่งสำคัญสองประการที่เราต้องทำ คือ

1.ต้องมองสิ่งที่ไร้เหตุผลสิ่งที่เบาปัญญาทุกอย่างในชีวิตให้ออกแล้วตั้งใจเรียนรู้มัน

2.ต้องเข้าใจว่าชีวิตที่ตระหนักรู้และมีเหตุผลนั้นเกิดขึ้นได้ (ต้องกล้าคิด กล้าทำ และยอมเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยใจกว้าง)

จุดมุ่งหมายสำคัญของครูแห่งมนุษยชาติทุกคนก็คือ สร้างความเข้า ใจถึงจุดเริ่มต้นที่ไร้เหตุผล และมีเหตุผลในชีวิตของเรา เราควรพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติได้ทุกเมื่อ และสลัดอคติออกไป เปิดใจให้กว้างและยอมรับ นักเดินเรือใบที่มุ่งไปในทางเดียวตลอดเวลา โดยไม่ยอมเปลี่ยนทิศทางเมื่อลมเปลี่ยนทิศ ย่อมไม่มีวันเดินเรือถึงฝังได้สำเร็จ    (เฮนรี จอร์จ)

เมื่อเราพิจารณาชีวิตของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในชีวิตของเรา เราจะพบว่า แนวความคิดของนักคิดที่พ่อได้นำความคิดของท่านมานำเสนอไว้ข้างต้นน่าคิดมากทีเดียว เพราะเราจะพบผู้คนมากมายที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเขาจะเป็นของเขาอย่างนั้นชั่วนาตาปี ชีวิตและทัศนคติต่างๆไม่เคยเปลี่ยนแปลงย่ำอยู่กับที่ แม้การกระทำจะสร้างปัญหาส่งผลกระทบถึงคนอื่นและส่วนรวม เขาถูกมองด้วยสายตาที่ตำหนิติเตียน หรือหลายครั้งจะถูกว่ากล่าวด้วยวาจา แต่ก็เหมือนเดิมไม่รู้สุขรู้สมอะไร คนที่มีชีวิตอย่างนี้เป็นคนที่แปลกมากทีเดียว และจะสร้างความทุกข์ร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น ถ้านักคิดท่านนี้ท่านคิดถูกและมีมูลความจริง อย่างที่เรามีประสบการณ์ในชีวิต การสดับรับฟังการยอมรับมโนธรรมทางสังคม ซึ่งอาจจะเป็นผล กระทบที่ก่อให้เกิดเสียหายทางสังคม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ผู้คนรอบข้างมีต่อเรา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องนำมาไตร่ตรองเพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น

สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนไม่พัฒนาในทุกมิติแห่งชีวิต คือความจองหอง ความจองหองทำให้เราบูชาตนเองเป็นพระเจ้า ฉันเก่งอยู่แล้ว ดีอยู่แล้ว รู้ทุกอย่าง ไม่เคยทำผิด ฉันจึงเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ศาสนาพุทธนิกายเชนเรียกคนพวกนี้ว่าชาล้นถ้วย จะเทน้ำชาดีเท่าไรขนาดไหนก็ล้นทิ้งเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์ ศาสนาคริสต์ พระเยซูคริสตเจ้าเรียกคนพวกนี้ว่าคนที่ทำบาปผิดต่อพระจิตเจ้า และพระองค์ยังตรัสต่อไปด้วยว่าบาปทุกชนิดที่เราทำผิดต่อพระเจ้าจะได้รับการอภัย แต่บาปผิดต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัย เพราะมันคือการทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดไม่ยอมกลับใจ เราจะเห็นได้ว่าคนที่จองหอง ยึดมั่นถือมั่น ไม่ยอมรับความจริงแห่งตนเป็นคนที่พัฒนาไม่ได้ในทุกๆมิติแห่งชีวิตมนุษย์ เพราะดื้อรั้นในความผิดไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นนี่เองแหละ ที่ทำให้เขาไม่มีการพัฒนาชีวิตต้องจมอยู่ในสภาพเดิมๆเช่นนั้นตลอดไป.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การรู้จัก ความเชื่อ ความหวัง และความรัก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจพัฒนาการทางความเชื่ออย่างชัดเจน ความเชื่อเริ่มต้นจากการรู้จักหรือความ รู้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ปรารถนาที่จะเป็นคาทอลิก จะต้องมาเรียนคำสอนก่อนในการสอนคำสอนผู้สอนจะถ่ายทอดความรู้ และความเชื่อของตนให้ผู้เรียน พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำเช่นเดียวกันเมื่อพระองค์เริ่มออกมาเทศน์สอน พระองค์ทรงเรียกอัครสาวกทั้งสิบสองให้มาใช้ชีวิตกับพระองค์ และทรงสั่งสอนพวกเขาให้รู้จักพระองค์ เนื่องจากการรู้จักหรือความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อ แสดงว่าความเชื่อระดับนี้เป็นความเชื่อที่ยังไม่ลึกซึ้งไม่เข้มแข็ง ยังต้องการการพัฒนาทำให้ลึกซึ้งเข้มแข็งมากขึ้น โดยเชิญชวนให้ผู้เรียนมาสวดภาวนาและร่วมบูชาขอบพระคุณร่วมกัน เพื่อผู้เรียนจะได้มีประสบการณ์ความเชื่อในกลุ่มคริสตชน

สภาพของอัครสาวกหลังจากพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ ที่เราพบในพระวรสารแสดงให้เห็นว่าความเชื่อของพวกท่านยังผิวเผินอ่อนแอ อาจจะเป็นการรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าตามทัศนะของพวกท่านเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงทำให้พวกท่านสิ้นหวังและกลับไปประกอบอาชีพเดิม “ซีมอบ เปโตร บอกคนอื่นว่า ข้าพเจ้าจะไปจับปลาศิษย์คนอื่นตอบว่า พวกเราจะไปกับท่านด้วย (ยน.21:3) เมื่อความเชื่อของอัครสาวกเป็นเช่นนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงเสด็จมาหาพวกท่าน และกระทำกิจการหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อพัฒนาฟื้นฟูความเชื่อของพวกท่านให้เข้มแข็งและลึกซึ้งมากขึ้น อาทิ ทำให้พวกท่านจับปลาได้มาก มายซึ่งช่วยให้พวกท่านระลึกถึงเหตุการณ์ที่พวกท่านเคยประสบมาแล้ว บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป และดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก (ยน.21:6) ทรงนั่งย่างปลาและปิ้งขนมปัง เพื่อจะได้ให้บรรดาศิษย์รู้ว่าพระองค์ไม่ใช่ผี บรรดาศิษย์…..เห็นถ่านติดไฟลุกอยู่ มีปลาและขนมปังวางอยู่บนไฟ….ไม่มี…คนใดกล้าถามว่า ท่านเป็นใคร เพราะรู้ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยน.21:9-12)

ความเชื่อเริ่มจากการรู้จักเชื่อมั่นมีความหวังจนในที่สุดรักพระองค์ ดังนั้นหลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าทำให้บรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์แล้ว พระองค์จึงถามนักบุญเปโตรซึ่งเป็นผู้นำของพระศาสนจักรว่า รักพระองค์หรือเปล่าถึง 3ครั้ง และสั่งดูแลฝูงแกะของพระองค์ เพราะถ้ารักพระองค์จริงจะต้องรักทุกสิ่งที่พระองค์รัก และปฏิบัติตามคำสอนติดตามพระองค์ไปในหนทางของพระองค์ พระองค์ตรัสถามเป็นครั้งที่สามว่า…..ท่านรักเราไหม…..เขาทูลตอบว่า……ข้าพเจ้ารักพระองค์….จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด (ยน.21:15-17) และหลังจากที่พระองค์ตรัสถึงชะตากรรมในบั้นปลายชีวิตของท่านแล้ว พระองค์เชิญชวนท่านให้ติดตามพระองค์ จงตามเรามาเถิด (ยน.21:19) จนในที่สุดท่านได้ตอบรับคำเชิญของพระองค์โดยยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ที่บรรดาศิษย์ของพระองค์ยอมลำบากทนทุกข์ทรมานยอมสละชีวิต ก็เพราะรักพระองค์ซึ่งเป็นความเชื่อที่ลึกซึ้งที่สุด   เราคริสตชนทั้งหลาย จึงต้องพยายามพัฒนาความเชื่อของตนให้ลึกซึ้งมากขึ้นทุกๆวัน โดยอาศัยการสวดภาวนา พระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะได้รู้จักและรักพระองค์จนกระทั่งมีความเชื่อมั่นมีความกล้าหาญ ที่จะเลิกคิดถึงตนเองอุทิศตนเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขนตามพระองค์ไปจนถึงเป้าหมายปลายทาง.                                                                            พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                     คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  2. ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2 ชั้นป.6 เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้โอกาสสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า  ลงชื่อได้ที่น้าเล็ก\
  3. วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2019 ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันรวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2019 จะมีพิธีเปิดฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม ที่ตึกจอห์น ปอล โรงเรียนยอแซฟ สามพราน ผู้ที่สนใจจะไปร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกเวลา 7.00 น.
  5. วันอาทิตย์ที่ 19  พ.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

            ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                   ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ        ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                      นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน

ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151224 วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2019 สมโภชปัสกา พระเยซูคริสตเจ้า ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

Wednesday, May 1st, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

พระธรรมล้ำลึกปัสกา ถือว่า  เป็นพระธรรมล้ำลึกที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักร ทุกครั้งที่พระสงฆ์ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ เป็นการฉลองพระธรรมล้ำลึกนี้เป็นพิเศษในการถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ วันสมโภช ปัสกา จึงเป็นการสมโภชใหญ่และสำคัญที่สุดในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น มีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในวันสมโภชปัสกาจึงเป็นการฉลองชีวิตใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราทุกคน เมื่อเข้าเทศกาลมหาพรตเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา ถ้าใครเคยไปยุโรปจะพบว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี เป็นฤดูที่สวยงามสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลที่เสริมส่งให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกามากขึ้น เพราะต้มไม้กำลังผลิใบออกดอกหลังจากที่มันยืนต้นเป็นเหมือนต้นไม้ตาย มาหลายเดือนในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติที่กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ในประเทศไทยฤดูกาลมันไม่ค่อยเสริมส่งเท่าไร เพราะวันปัสกามักจะอยู่ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมาก ด้วยเหตุนี้ฤดูกาลแทนที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตใหม่ จึงกลับกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความตาย ที่จริงก็ดีเหมือนกัน มันคงจะทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการใช้สัญลักษณ์จึงเข้ามามีบทบาท    เพื่อช่วยเราให้เข้าใจพระธรรมล้ำลึก ปัสกามากขึ้น สัญลักษณ์ที่แสดงถึงชีวิตใหม่นอกจากฤดูกาลตามที่เขียนเล่ามาข้างต้นแล้ว ในพระศาสนจักรยังได้หยิบยกเอาธรรมเนียมโบราณของหลายประเทศ และสิ่งอื่นๆที่พอจะช่วยเราให้เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกามาใช้อีกด้วย

“ไข่ปัสกา” เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่ที่นิยมใช้กันมากพอสมควร เพราะชาวอียิปต์โบราณและชาวเปอร์เซีย จะจัดงานฉลองใหญ่เมื่อฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบครบรอบปี พวกเขาถือว่าชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในงานฉลองฤดูใบไม้ผลินี้พวกเขาฉลองด้วยการกินไข่ “ไข่”เป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตเพราะเมื่อพบว่าที่ไหนมีไข่เราสามารถอนุมานได้ว่า อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ถ้าเห็นแม่ไก่กำลังฝักไข่เราก็มีความหวังว่าอีกไม่นานจะเห็นลูกเจี๊ยบเกิดขึ้น “ไข่” จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดมาและการมีชีวิตใหม่ นอกนั้นยังมีธรรมเนียมโบราณของพระศาสนจักรที่ห้ามกินไข่ในเทศกาลมหาพรต เมื่อสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตคริสตชนจึงฉลองปัสกาด้วยการกินไข่ คงจะเหมือนๆกับเทศกาลคาร์นิวัล (Carnaval) ซึ่งจะจัดขึ้นก่อนวันพุธรับเถ้า คำนี้มาจากภาษาลาตินว่า Carne แปลว่า เนื้อ Vale แปลว่า ลาก่อน พอมารวมกันเข้าจึงแปลว่า “เนื้อลาก่อน” หรือเรียกว่า “เทศกาลอำลาเนื้อ”

          “กระต่ายปัสกา” กระต่ายถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกดก อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่า เมื่อไข่ปัสกาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่แล้ว บางที่จึงมีการจัดกิจกรรมซ่อนและหาไข่ปัสกาเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งมีการจัดกิจกรรมซ่อนไข่ปัสกา และให้เด็กออกไปหาขณะที่กำลังหาอยู่นั้นเผอิญเด็กคนหนึ่งไปพบกระต่ายกระโดดออกมาจากบริเวณที่เขาจะเดินเข้าไปหาไข่ปัสกาเมื่อ เข้าไปถึงก็พบไข่ปัสกาอยู่ตรงนั้น เลยเป็นที่มาของกระต่ายนำไข่ปัสกามาให้ ไข่ปัสกาหมายถึงชีวิตใหม่ กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์ของการนำชีวิตใหม่ เมื่อคุณ ลักษณะการมีลูกดกของกระต่ายบวกด้วยตำนาน กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตใหม่

สัญลักษณ์เหล่านี้แม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายความหมายแห่งปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า ที่นำชีวิตใหม่มาให้กับมนุษยชาติ และทำให้มนุษยชาติได้รับความรอดพ้น.

                                                                       จากคุณพ่อเจ้าวัด

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

พระธรรมล้ำลึกปัสกา หมายถึง การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่บาปช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้นของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งข้อความเชื่อทั้งหมดของเรา ถ้าพระเยซูคริสตเจ้า ไม่ได้รับทนทรมาน ไม่ได้สิ้นพระชนม์ และไม่ได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของเราจะเป็นความเท็จเป็นการโกหกทั้งสิ้น เพราะข้อความเชื่อของเราทั้งหมด ล้วนมีความสัมพันธ์กับพระธรรมล้ำลึก ปัสกา พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อและยอมรับตามประสามนุษย์ จากสิ่งที่บรรดาศิษย์และอัครสาวกประสบ คือคนๆหนึ่งถูกทรมาน ตอกตรึงบนไม้กางเขนสิ้นเรี่ยวแรงจนตาย ถูกหอกแทงที่สีข้างเลือดและน้ำไหลหลั่งออกมามากมาย ซึ่งแสดงว่าคนๆนั้นตายจริงๆ และจะให้พวกเขาเชื่อว่าคนที่พวกเขาเห็นด้วยตาว่าตายแล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไร

เนื่องจากตามประสามนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับและเชื่อยากอย่างนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงต้องแสดงเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง พระคูหาว่างเปล่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ เห็นผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง (ยน.20:6-7) พระองค์ทรงปรากฏองค์ให้บรรดาศิษย์และอัครสาวกได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้รับประทานอาหารร่วมกับพระองค์  เพื่อกระตุ้นเตือนพวกท่านให้คิดถึงการทำนายล่วงหน้าของพระองค์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยพวกเขาจะได้สามารถก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพ ตามประสามนุษย์ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเชื่อในพระองค์ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ยิน ได้เห็น จะก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพและมีความเชื่อ เขายังคงไม่เชื่อและดำเนินชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง มีคนจำนวนมากมายที่มีประสบการณ์รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นพยาน ไปบอกเล่า พาไปดูหลักฐาน แต่ก็ยังมีคนมากมายที่ไม่เชื่อ ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา…ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา (ยน.6:44-45)

ความเชื่อจึงไม่ได้เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ และการจำนนด้วยหลักฐานหรือเหตุผล แต่เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ อาทิ การมาร่วมบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างดี การสวดภาวนา การอ่าน ฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม ฯลฯ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว หลักฐานและเหตุผลต่างๆ ก็จะเป็นเรื่องรองๆ ลงมาที่ช่วยเสริมให้เขามีความเชื่อมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเขาประสบปัญหาความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความเชื่อของเขาก็จะไม่คลอนแคลนหวั่นไหวง่ายๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในการประทับอยู่และพยานสอดส่องของพระเจ้า

แม้พยานหลักฐานในการกลับคืนพระชนมชีพจะไม่เพียงพอ และพวกเจ้าคณะสงฆ์จะจ้างคนไปประกาศว่า อัครสาวกมาขโมยพระศพไป อีกทั้งยังมีการเบียดเบียนลงโทษ แต่บรรดาอัครสาวกและสาวกอื่นๆที่มีประสบการณ์ความเชื่อทั้งหลาย ก็ยังคงยืนยันด้วยชีวิตและประกาศความเชื่อ เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าต่อไป เหตุว่าพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อเรื่องนี้จริงๆ และนี่คือพยานหลักฐานที่หนักแน่นที่สุด เพราะเป็นการยืนยันด้วยการยอมพลีชีวิตของตนเพื่อยืนยันความจริงที่พวกท่านได้ประกาศเทศน์สอน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ประกาศ

  1. สุขสันต์วันปัสกาสำหรับพี่น้องทุกท่าน และขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้พิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และการสมโภชปัสกาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2019 จะมีพิธีโปรดศีลกำลังสำหรับเด็กๆที่มาจากทุกเขตของอัครสังมณฑลกรุงเทพ ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ มีการซ้อมพิธี 8.30 น. มิสซาเวลา 10.00 น. ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่ เด็กที่จะรับศีลกำลังและพ่อแม่ทูลหัว ให้นัดแนะกับบราเดอร์ให้ตรงเวลาด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. 2019 จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรก และการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปอย่างสง่าที่วัดของเรา ขอพี่น้องพาลูกที่จะรับศีลมาวัดก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวทำความเข้าใจกับพิธีการต่างๆ
  5. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  6. ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                       ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ           ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                          นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้

พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

ฉบับที่ 14022 วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2014 เทศกาลปัสกา

Thursday, May 29th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

มีเริ่มก็มีจบ มีขึ้นก็มีลง มีสุขก็มีทุกข์ มีรักก็มีเกลียด มีพบก็มีลา เมื่อมา……ถึงเวลาก็ต้องไป สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นของคู่กันเสมอ พบเจอสลับไปมาอยู่ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอตลอดในชีวิต เป็นเรื่องปกติธรรมดาและไม่สามารถหลีกหนีพ้นไปได้ ไม่ว่าเราจะร่ำร้องขอจากใครก็ตามเราก็ไม่อาจหลีกหนีได้ ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องพบกับมัน สิ่งเดียวที่เราทำได้คือทำใจ ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดกับเราให้ได้ ยิ้มรับทุกอย่างด้วยความยินดี “พระเจ้าทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์” (รม.8:28) อยากให้พระวาจานี้เป็นกำลังใจทุกครั้งสำหรับผู้ที่หาคำตอบให้กับชีวิตของตนไม่ได้ พระวาจานี้จะทำให้เรามีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น ในยามที่เราประสบปัญหาพบความยากลำบาก มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มืดมน ไม่มีใครเข้าใจ หาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ หลายครั้งที่ความยากลำบากในชีวิตทำให้เราท้อแท้หมดหวัง เรามักตั้งคำถามกับตัวเอง พร้อมกับบ่นว่าพระเจ้า “ทำไม?…ต้องเจอสิ่งนี้….อย่างนี้…อย่างนั้น” มากมาย และเราก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เรามัวแต่มองในมุมของตนเอง แต่หากเรามองในมุมอื่นบ้าง มองแบบที่พระเจ้าทรงมอง จะทำให้เราเห็นในอีกแบบหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นผลดีมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดหรือวางแผนไว้ แล้วนั้นเราจะมีความสุขใจ และทำใจยอมรับสิ่งต่างๆที่เกิดกับเราได้มากขึ้น ซึ่งอาจไม่เห็นผลทันตาแต่มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

(more…)

ฉบับที่ 14021 วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2014 เทศกาลปัสกา

Friday, May 23rd, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ชุมชนวัดเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ซึ่งเป็นของพวกเราทุกๆคนที่ย้ายมาอยู่ เกิด และรับศีลล้างบาปที่นี่ จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกๆคนที่ต้องช่วยกันพัฒนา เป็นต้นเรื่องของความเชื่อศรัทธา เรื่องวัตถุภายนอกเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันดูแลรักษาเป็นหูเป็นตาอะไรเสียหายก็ต้องซ่อมแซมกันไป พวกเราอย่าไปพึ่งพิงอิงความเชื่อศรัทธาของเรากับบุคคลและวัตถุสิ่งของภายนอก เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้มันจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา บุคคลก็จะล้มหายตายจากโยกกันไปย้ายกันมาตามวาระของการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง เราต้องพึ่งพิงอิงความเชื่อศรัทธาของเราไว้กับพระเป็นเจ้าเท่านั้นเพราะพระองค์เป็นนิรันดร์

(more…)

ฉบับที่ 14020 วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2014 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 17th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

เพื่อนร่วมทางแห่งความเชื่อเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราคริสตชน ถ้าเราเปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับการเดินทาง ความเชื่อเป็นชีวิต การดำเนินชีวิตในความเชื่อจึงเป็นการเดินทางเช่นเดียวกัน แต่เป็นการเดินทางติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยความเชื่อและวางใจในพระองค์ แน่นอนที่สุดในหนทางที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงพระดำเนินเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน เป็นหนทางแห่งการตอบสนองพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าไม่ใช่การทำตามใจตนเอง หนทางนี้จึงต้องการความเพียรพยายามและความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพราะบนหนทางสายนี้มีอุปสรรคมากมาย เริ่มจากตนเอง การเอาชนะอำเภอใจของตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคยังอาจมาจากผู้คนรอบข้าง แบบอย่างไม่ดี สิ่งยั่วยวนทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้ในการเดินทางแห่งความเชื่อคริสตชนต้องช่วยกัน เป็นเพื่อนร่วมทางของกันและกัน

(more…)

ฉบับที่ 14019 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2014

Thursday, May 8th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

คณะทำงานที่ดีต้องมีฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านที่ดีต้องคัดค้านในสิ่งที่มีเหตุผล และทั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานนั้นต้องเป็นคนใจกว้างพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากตน พ่อคงจะเบื่อน่าดูถ้าเจอวัดไหนที่มีแต่ลูกขุนพลอยพยัคฆ์ คุณพ่อว่าอย่างไรก็ว่าตามกันหรืออะไรๆก็แล้วแต่คุณพ่อ โชคดีของพ่อที่วัดของเราไม่เป็นอย่างที่กล่าวถึงนี้ สัตบุรุษต้องกล้าแสดงความคิดเห็นซึ่งได้ไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้ว และต้องยินดีรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากตนด้วยใจกว้าง เพราะโดยธรรมชาติแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนจะสามารถรู้ไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นจึงไม่มีใครเลยที่สามารถตั้งตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง

(more…)