Posts Tagged ‘เทศกาลปัสกา’

สารวัด ฉบับที่ 151282 วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ สมโภชพระตรีเอกภาพ

Monday, September 13th, 2021

 

                 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

                   ยน 3:16-18

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับนิโคเดมัสว่า “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระ องค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็ถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า”.

                     ข้อคิด                                      โดยอาศัยความเชื่อ เราได้รับการเผยแสดงจากพระคัมภีร์ว่า พระตรีเอกภาพนั้นเป็นพระเจ้าแห่งความรัก พระบิดา พระบุตรและพระจิต เป็นสามพระบุคคลที่แตกต่างกันแต่เป็นหนึ่งเดียวกัน และนี่คือตัวอย่างในการดำเนินชีวิตสำหรับเราคริสตชน โดยอาศัยความรักเป็นศูนย์กลาง เราสามารถที่จะมีความแตกต่างกันได้ โดยที่ไม่ต้องมีความแตกแยก ถ้าชีวิตครอบครัว ชีวิตหมู่คณะนักบวช ชีวิตในสังคมต่างๆ เกิดความไม่เข้าใจกันจนนำไปสู่ความเกลียดชัง ทะเลาะเบาะแว้งกัน สาเหตุคงไม่ใช่เพราะว่าเรามีความแตกต่างกัน แต่คงจะะเป็นเพราะว่า เรายังรักกันไม่มากพอ เพราะถ้าเรารักกันมากเพียงพอ เหมือนอย่างที่พระตรีเอกภาพเป็นองค์ความรักนั้น ความแตกต่างระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ เชื้อชาติ ฐานะ การศึกษา ฯลฯ จะไม่ทำให้เราแตกแยกกันเด็ดขาด.

สันติ

ในความมืดมิดของยามค่ำคืน

นักการฑูตผู้หวาดระแวง…จากกรุงเยรูซาเล็ม

พบปะประกาศกผู้เรืองนาม…จากกาลิลี

นิโคเดม้สประทับใจในข่าวคราวของพระเยซูจนอยากพบเจอ

แต่…อาชีพและตำแหน่งการงานแห่งการเป็นส่วนหนึ่งของสภาสูง

ได้เป็นกำแพงขวางกั้นมิให้ก้าวเดินสู่ความสัมพันธ์ในยามฟ้าสว่าง

ความมืดจึงกลับเป็นผ้าคลุมกาย และความลับกลับเป็นบัตรประกันสังคม

 

แต่…คำตอบของพระเยซูประกาศก

พลิกผันห่างไกลจากความหวาดระแวงของนักการฑูต

…ไม่มีคำประกาศเตือนภัย

มีแต่คำประกาศยืนยันหนักแน่นถึงความรักของพระเจ้าต่อมนุษยชาติ

พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรแต่องค์เดียวสำหรับโลก

…เพราะพระเจ้าทรงส่งพระมุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก

แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น

พระเยซูพบปะความหวาดระแวงของนิโคเดมัส

ด้วยคำยืนยันถึงความรักสากลของพระเจ้า

ในหัวใจของประวัติศาสตร์แห่งความรอด

มนุษย์ได้พบเจอความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับมนุษยชาติ

…อันหยั่งรากลึกอยู่ในความรัก

…และมิได้อยู่ในความหวาดกลัว หวาดระแวงหรือการตัดสินปรับโทษ

แม้ตำนานเก่าแก่ของอดีตอาจได้นำพาให้เป็นดังนั้นก็ตาม

 

เป็นความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้านี้เองที่มอบคืนคุณค่าแก่โลก

เป็นความรักเดียวกันนี้ที่มอบคืนศักดิ์ศรีแก่มนุษยชาติ

 

 

     ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

    สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

มนุษย์เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้า  พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้ละม้ายคล้ายกับพระองค์  ทรงสร้างให้มีกาย  สร้างวิญญาณให้สนิทกับกาย เรียกว่าวิญญาณ  มนุษย์จึงมี 2 ส่วน  กายเติบโตด้วยอาหารฝ่ายกายบนโลกนี้  แต่วิญญาณของมนุษย์เป็นจิต  จึงต้องเติบโตและเจริญอยู่ได้ด้วยอาหารฝ่ายจิต คือ องค์พระจิตเจ้า          พระจิตเจ้าประทานพระคุณ ฝ่ายวิญญาณให้มีความรู้ มีสติปัญญา มากกว่าสัตว์เดรัจฉานทั่วๆไป  มีมโนธรรม รู้ดี+รู้ชั่ว  ส่วนกายของมนุษย์ก็ต้องเป็นไปเหมือนสัตว์ทั่วๆ ไป  มนุษย์จึงเป็นสัตว์ประเสริฐที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นอย่างพิเศษ  ให้มีสติปัญญา  แต่ก็มีอำเภอใจที่จะเลือกทำดีหรือทำชั่ว  ถ้ามนุษย์ผู้ใดปล่อยตัวตามธรรมชาติฝ่ายกาย  เขาผู้นั้นก็เป็นเช่นสัตว์เดรัจฉาน  มนุษย์ที่ดีจึงต้องดำรงชีวิตฝ่ายจิต  รับพระคุณพระหรรษทานฝ่ายจิต  มนุษย์จึงต้องดำรงชีวิตในองค์พระจิตเจ้า    เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จไปสวรรค์แล้ว พระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ อยู่โดยลำพัง โดยปราศจากพระองค์พระเจ้า พระองค์จึงทรงส่งพระจิตของพระองค์ลงมาประทับอยู่กับเรา ทรงประทานพระพรทั้งครบทั้ง 7 ประการ ลงในจิตใจของมนุษย์

1.พระดำริ ทำให้เรารับรู้ยิ่งกว่าสติปัญญา เหมือนกับอัจฉริยะ        

2. สติปัญญา     ทำให้เรามีความรู้+ความเข้าใจ ในสิ่งต่างๆ มีความคิด                

3.ความคิดอ่าน  ทำให้เรามีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบในการตัดสินใจ              

4. กำลัง        นอกจากกำลังกายเรายังต้องการกำลังฝ่ายจิต+กำลังใจด้วย      

5. ความรู้  ทำให้เรารับรู้อัตถ์ความจริง เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆ ได้                 

6. ความศรัทธา   ทำให้เรายึดมั่น+เชื่อมั่น และเจริญชีวิตในความจริง           

7. ความยำเกรง ทำให้เราเกิดความเคารพรักศรัทธา เกรงกลัวพระเจ้าแท้

พี่น้องที่รัก  ให้พวกเราพร้อมใจอธิษฐานภาวนา  วอนขอพระจิตเจ้า  หลั่งพระหรรษทาน  พระพร  พระคุณทั้งครบของพระองค์ลงในจิตใจของพวกเราทุกคน  เพื่อเราจะสามารถดำรงชีวิตในหนทางที่ดี+ที่ถูกต้อง  มิฉะนั้นแล้ว หากเราขาดพระคุณของพระจิตนำทาง เราจะหลงไป เราจะดำรงชีวิตตามความปรารถนาฝ่ายกาย  เหมือนเช่นสัตว์เดรัจฉานทั่วไป  เราจะพ่ายแพ้ต่อจิตชั่วร้าย เราจะพ่ายแพ้การประจญของปีศาจ ไปทำชั่ว+ทำไม่ดี  เราอาจจะต้องตกนรกนิรันดร.

เชิญเสด็จมา ข้าแต่พระจิตเจ้า เชิญเสด็จมาในดวงใจสัตบุรุษทั้งมวล      

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สมโภชพระตรีเอกภาพ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

เราคริสตชนได้ทำการสมโภชปัสกา ฉลองการกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ขององค์พระเยซูเจ้า  พระองค์ทรงมีชัยชนะต่อปีศาจและความตาย  ทรงเผยแสดงพระองค์ตลอด 40 วัน ยืนยันว่าเป็นพระองค์จริงๆ ที่ได้เสด็จกลับคืนชีพ  ทรงเสด็จขึ้นสวรรค์  ประทับเบื้องขวาพระบิดาเจ้า และทรงส่งพระจิตลงมาประทับอยู่กับเรา วันนี้พระศาสนจักรจึงเชิญชวนเราให้ทำการสมโภชพระตรีเอกภาพ พระเจ้าเที่ยงแท้แต่พระองค์เดียว พระเจ้าแห่งความรัก และเมตตากรุณา ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์เสมอ (อพย. 34:4-9)   มนุษย์พยายามเข้าใจพระเจ้า  พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ  ยิ่งใหญ่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจได้ทั้งครบ ทรงเป็นสามพระบุคคลที่แตกต่างกันแต่เป็นหนึ่งเดียวกัน เปรียบเหมือนสามเหลี่ยมหน้าจั่วหรือสามเหลี่ยมด้านเท่า  เป็นสามเหลี่ยมรูปเดียวแต่มี 3 ด้าน หรือมี 3 มุม พระเป็นเจ้าของเรามีแต่พระเจ้าเดียว เป็นเหมือนสามเหลี่ยมรูปเดียว แต่ในพระองค์เป็น 3 พระบุคคล คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต เป็นเหมือนสามด้านของสามเหลี่ยมรูปเดียวนั้น

หรือ อาจเปรียบเทียบเผินๆ ได้กับครอบครัว พ่อ – แม่ – ลูก เป็น 3 บุคคลแต่เป็นครอบครัวเดียวกัน  และยังมองได้อีกว่า ในพระเจ้าหนึ่งเดียวนั้น มี 3 พระบุคคลที่แตกต่างกันแต่สนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวด้วยความรัก ซึ่งก็เป็นแบบอย่างให้กับเราคริสตชนทุกคน เริ่มตั้งแต่ในครอบครัว อันเป็นสังคมที่เล็กที่สุด พ่อ – แม่ – ลูก อาศัยความรักและความสัมพันธ์  จะต้องทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน  สังคมก็เช่นกัน  เราเป็นแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน  แต่เพราะความรักขององค์พระเจ้า  จะต้องทำให้เราสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกัน – สมานสามัคคี – เห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน อย่าให้ความแตกต่างระหว่างบุคคล ทัศนคติ เชื้อชาติ ฐานะ การศึกษา และแม้แต่รูปร่างหน้าตาหรือผิวพรรณ  จะต้องไม่ทำให้เราแตกแยกหรือแบ่งพรรค – แบ่งพวกกัน แต่เพราะความรักของพระเจ้า พระตรีเอกภาพจะต้องทำให้เราทุกคนก้าวเดินไปแต่ละวัน ในความรักของพระองค์แล้วนั้น  เราทุกคนจะพบความสุขเที่ยงแท้ความสุขชั่วนิรันดร.

ด้วยความรักในพระบิดา พระบุตร และพระจิต

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

 

สารวัด ฉบับที่ 151279 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 13  : 15-21

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป คือพระจิตแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองพระองค์ไม่เห็น และไม่รู้จักพระองค์ แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับท่าน และอยู่ในท่าน เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน ในไม่ช้า โลกจะไม่เห็นเรา แต่ท่านทั้งหลายจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิต และท่านก็จะมีชีวิตด้วย ในวันนั้น ท่านจะรู้ว่า เราอยู่ในพระบิดาของเรา ท่านอยู่ในเรา และเราอยู่ในท่าน ผู้ที่มีบทบัญญัติของเราและปฏิบัติตาม ผู้นั้นรักเราและผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแก่เขา”

 

                     ข้อคิด

ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะจากบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะส่ง “ผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่ง”  (ยน 14:16) หรือ “พระจิตแห่งความจริง” (ยน14:17)  มาหาพวกเขา มาอยู่กับพวกเขา เหมือนนักกีฬาที่ต้องการโค้ช เราทุกคนล้วนต้องการผู้ช่วยเหลือเช่นกัน ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถมากขนาดไหน นักกีฬามืออาชีพทุกคนต้องมีโค้ช อาศัยกำลังและความสามารถตามประสามนุษย์โดยลำพัง เรามีโอกาสผิดพลาด การคิดว่าตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือและพระหรรษทานจากพระเจ้าเพื่อบรรลุถึงความสุขนิรันดร ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนในพระวรสารวันนี้ว่า เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าเสมอ เราต้องการผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งหรือพระจิตเจ้า ผู้ทรงอยู่เคียงข้างเรา คอยให้คำปรึกษาแนะนำและอ้อนวอนแทนเรา.

 

พระที่มองไม่เห็น

ความหวัง นำพาผู้คนให้ก้าวเดินสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก

…ด้วยหัวใจที่มั่นคงปลอดภัย

แต่…ความหวังจะได้รับพลังจากที่ใด

ความหวังที่ขาดพลังเป็นเด็กกำพร้า

…ที่ถูกเลี้ยงดูในบ้านแห่งจินตนาการ

 

พระเยซู…มิเคยปล่อยศิษย์ของพระองค์ให้อยู่ในโลกที่อ่อนแอและบางเบา

แต่…ทรงสัญญาจะมอบพระจิตเจ้า

…ผู้จะทรงอยู่กับเขาตลอดไป

พลังแห่งพระจิต เป็นต้นธารแห่งความหวัง

ปราศจากพระองค์…ความหวังอ่อนนิ่ม และไร้ดอกผล

พระจิตเจ้า…พระพรแห่งองค์พระเจ้าให้พลังชีวิต

แม้ในท่ามกลางความตาย

…ให้แสงสว่างสุกใส แม้ในท่ามกลางความมืดมน

 

ทรงกล่าวนำล่วงหน้าว่า โลกจะไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น

แท้จริงแล้ว…พวกเขาเคยไม่ต้อนรับองค์พระบุตรที่พวกเขมองเห็น

มาบัดนี้…ไม่ต้อนรับองค์พระจิตที่เขามองไม่เห็น  แต่.พระจิดของพระเจ้าจะอยู่ในชีวิตของพวกเขา..ที่รักและเชื่อในพระองค์

 

พลังแห่งพระจิต จะก่อให้เกิดความกล้าหาญ และความหวัง

อันเป็นดอกผลที่โลกแลเห็นได้

ผู้ที่รักและเชื่อพระองค์ ก้าวเดินสู่อนาคตที่มองไม่เห็น

…ประกาศก้องถึงพลังแห่งพระจิตเจ้า ที่สว่างไสวภายใน

พวกเขารู้ว่าพลังนี้มิใช่ของพวกเขา

แต่…เป็นของพระเจ้าที่พวกเขามองไม่เห็น

 

       ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป     

พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมาแต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้   รักและรับใช้…….

 

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151278 วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

Tuesday, August 24th, 2021

 

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 14  : 1-12

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า “ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย จงเชื่อในพระเจ้าและเชื่อในเราด้วย ในบ้านพระบิดาของเรามีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน และเมื่อเราไป และเตรียมที่ให้ท่านแล้ว เราจะกลับมารับท่านไปอยู่กับเราด้วย เพื่อว่าเราอยู่ที่ใด ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย ที่ที่เราจะไปนั้น ท่านรู้จักหนทางแล้ว” โทมัสทูลว่า “พระเจ้าข้า พวกเราไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใด แล้วจะรู้จักหนทางได้อย่างไร”   พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย บัดนี้ ท่านก็รู้จักพระบิดา และเห็นพระองค์แล้ว”    ฟิลิปทูลว่า “พระเจ้าข้า โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด เท่านี้ก็พอแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ฟิลิปเอ๋ย เราอยู่กับท่านมานานเพียงนี้แล้ว ท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย ท่านพูดได้อย่างไรว่า ‘โปรดทำให้พวกเราได้เห็นพระบิดาเถิด’ ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงดำรงอยู่ในเรา วาจาที่เราบอกกับท่านทั้งหลายนี้ เรามิได้พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้สถิตในเรา ทรงกระทำกิจการของพระองค์ ท่านทั้งหลายจงเชื่อเราเถิดว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาก็ทรงดำรงอยู่ในเรา หรืออย่างน้อยท่านทั้งหลายจงเชื่อเพราะกิจการเหล่านี้เถิด เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเรา ก็จะทำกิจการที่เรากำลังทำอยู่ด้วยและจะทำกิจการที่ใหญ่กว่านั้นอีก เพราะเรากำลังจะไปเฝ้าพระบิดา”

ข้อคิด

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปโตรในวันนี้ ท่านเขียนให้เห็นถึงศักดิ์ศรีที่คริสตชนทุกคนได้รับ และจงภูมิใจว่าการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสต์ด้วยความเชื่อที่ต้องพิสูจน์ด้วยชีวิตนั้น ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก ย่อมส่งผลดีต่อชีวิตนี้ “ท่านทั้งหลายถูกเลือกสรรเป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า….” นี้เป็นการบรรยายที่น่าอ่าน และภูมิใจจากการเป็นศิษย์ของพระองค์ จงเจริญชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีสมกับที่นักบุญเปโตรสอนไว้.

 

ทางก้าวหน้า

พระเยซู…แม้รักและห่วงใยศิษย์เพียงไร

ไม่เคยมอบคู่มือเทววิทยาที่สามารถให้คำตอบ

ต่อคำถามทุกข้อที่เกี่ยวกับพระ

ไม่เคยมอบหนังสือธรรมบัญญัติที่แจงรายละเอียด

เกี่ยวกับข้อพึงปฏิบัติและบาปที่ต้องละเว้น

ไม่เคยมอบแผนที่เส้นทางสู่อนาคต

แต่..พระองค์เพียงเชื้อเชิญให้พวกเขามองยังพระองค์ และตรัสว่า

เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต

…ทรงเป็นประตูสู่พระเจ้า…หนทางสู่พระบิดา

…ในพระองค์ทรงเป็นความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า

ผู้ทรงเดินบนถนนของปาเลสไตน์…กินดื่มร่วมกับคนบาป

ทรงเป็นพระพักตร์พระบิดาผู้ทรงรักและห่วงใยมนุษยชาติ

…พระองค์ทรงเป็นชีวิต

…ของขวัญพระเจ้าพระบิดาที่ทรงมอบให้มนุษยชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางที่ชัดเจนสำหรับบรรดาศิษย์กระนั้นหรือ?

เปล่าเลย!…พวกเขายังคงมึนงง และยังคงต้องก้าวไป

พร้อมกับการแสวงหาหนทาง

…เริ่มเรียนรู้ว่า พวกเขาไม่มีคำตอบสำเร็จรูปอยู่ในมือ

ในท่ามกลางความขัดแย้ง พวกเขายังคงต้องจับมือกัน

และหาหนทางในการก้าวเดินสู่อนาคต

มีหลายสิ่งที่พระเยซูมิได้บอกพวกเขาล่วงหน้า

…และพวกเขาจำต้องก้าวเดินไปด้วยกัน

…ด้วยความสัตย์จริง สู่อนาคตที่คลุมเครือ

พระเยซูเจ้าทรงเชื่อในสาวกของพระองค์

ให้พวกเขาก้าวเดิน เผชิญกับความสับสนและซับซ้อนของโลก

เป็นความเชื่อนี้ที่หยุดพระองค์จากการให้คำตอบสำเร็จรูปต่อทุกคำถาม

พวกเขายังคงต้องก้าวเดินด้วยหัวใจที่แสวงหา

ณ ที่นั้น…ชีวิตแห่งความเชื่อเติบโต

และหยั่งรากลึกอยู่ในพระองค์.

 

        ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไป วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระ คุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)                         -5-

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)         ขอบคุณครับ

 

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020

สวัสดีวิถีชีวิตใหม่ พี่น้องที่เคารพทุกท่าน คงต้องไปตามเทรนที่สังคมช่วงโควิดระบาดอยู่นี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คงจะตกข่าวอย่างแน่นอน อะไรคือ นิวนอร์มัล หรือ New Normal  คืออะไร-อย่างไร?? วิถีชีวิตปกติ ที่ต้องใหม่ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ การดำเนินชีวิตปกติที่จะต้องเปลี่ยนไป ชีวิตต่อไปนี้ ต้องเคร่งครัดกับการป้องกันตัวเอง ต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ต้องล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์  ต้องอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร (Social Distancing) แม้กินข้าว-หมูกะทะ-สุกี้ ก็ต้องห่างกัน หรือคนละหม้อ-คนละกะทะ  ช้อนของใคร-ของมัน  หรือ อีกคำว่า work from home  ทำงานอยู่กับบ้าน  stay home, stay save และอะไรๆอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่จะต้องเปลี่ยนไป พี่น้องเตรียมตัว-เตรียมใจ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือยังครับ 2-3 เดือนแล้ว พวกเราร่วมพิธีมิสซา on line กัน  ไม่ได้ไปวัดกัน  ชีวิตต้องใช้โทรศัพท์แบบมือถือมาขึ้น  มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่โทรเข้า-โทรออก  ต้องขอให้ลูกๆหลานๆ ช่วยปรับ-เซท-ตั้งโน่น-นี่  อีกไม่ช้า แทบจะทุกอย่างจะทำผ่านมือถือ  เปิดบ้าน-เปิดไฟ  ปิดโน่น-นี  ชำระเงินผ่านมือถือ  โดยไม่ต้องจับเงินกันอีก จะซื้ออะไรก็สั่งให้เขามาส่งให้  ไม่ต้องไปห้าง-ไปร้าน จะกินอาหาร โทรสั่งแพล็บเดียวส่งถึงหน้าประตูบ้าน  อีกหน่อย  รถก็อาจไม่ต้องมีคนขับอีกแล้วด้วย  อะไรๆ ที่ไม่เคยคิด หรือคิดว่ามีแต่ในภาพยนต์ บัดนี้มันกำลังเป็นจริง พี่น้องที่รัก วันนี้ คำสอนของพระเจ้า-พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราว่า “พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต…” (ยน14:1-12)  ผู้ใดเดินตามพระองค์  จะไม่หลงทางเลย  นี่คือ วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าที่เราต้องเดินตาม  สังคมวันนี้ บอกเราว่า  เราต้องมีวิถีชีวิตใหม่  ซึ่งก็เพราะว่า เราเดินผิดทางกันมา  แต่วิถีชีวิตของพระเยซูเจ้าไม่เคยเปลี่ยน  เป็นวิถีชีวิตรัก-เมตตา-และรับใช้   หากทุกๆวันเราดำเนินชีวิตด้วยรัก เมตตา และรับใช้  เราจะพบความสุข  สังคมจะไร้ปัญหา  หรือถ้าแม้มีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ   วิถีชีวิตที่เคยสงสัยในความเชื่อ-เชื่อน้อย  ไม่ค่อยศรัทธาในพระ   วิถีชีวิตที่ขาดความรัก-ความเมตตา และการรับใช้  ถึงเวลาหรือยัง  ที่เราต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้เหมือนวิถีชีวิตของพระเยซูเจ้า พระอาจารย์เจ้าของเร ฉะนั้น  นิวนอร์มัล  สำหรับเราคริสตชน  คือ วิถีชีวิตแบบองค์พระคริสตเจ้า วิถีชีวิตแห่งรัก-เมตตา และรับใช้ รักและรับใช้…….

 

คุณพ่อ วรวุฒิ กิจสกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2020 สมโภชปัสกา-พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว   นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนี่งที่พระเยซูเจ้าทรงรัก บอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ทึ่ไหน”

เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น    แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมน  เปโตร ซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย.

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว ใจของเราคงไม่แข็งกระด้างและโหดร้าย จนส่งพระองค์ไปตายอีกครั้ง พร้อมกับการทรยศหักหลัง หรือปฏิเสธพระองค์ หรือตะโกนส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงกางเขนใหม่อีก….  พระ

 

เยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว และแม้พระคูหาจะกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่พระองค์คงมิได้คอยให้เรามาพบพระองค์ในพระคูหาแห่งความเคยชินเดิมๆ ของเรา พระคูหานั้นว่างเปล่าไปแล้ว…. ใจของเราอยู่ที่ใดมากกว่ากัน ระหว่างอยู่กับพระคูหา หรืออยู่กับพระเยซูเจ้า.

    สามบทเพลงรัก

มารีย์ มักดาลา ลุกขึ้นตอนกลางคืน

มุ่งเดินหน้าสู่เนินโกละโกธา….แสวงหาผู้เป็นที่รัก….แต่ไม่อาจพบเจอ

พระคูหาว่างเปล่า นำสู่บทสรุปที่เจ็บปวด พระศพถูกขโมย

เธอออกตามหาทุกแห่งหน….ในป่าช้า ที่มืดมิด

….ในใจกลางเมือง ที่อันตราย

เธอถามหาทุกผู้คน….สาวก….ฑูตสวรรค์ และคนสวน

นางพร่ำวิงวอนอย่างสิ้นหวัง

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน

เธอจึงกลับเป็น….ความรักที่แสวงหา….เพลงรักบทแรก

มารีย์ มักดาลา เหนื่อยอ่อนและหมดหวัง จากการตามหา

เธอร่ำไห้อยู่หน้าพระคูหา ขณะฑูตสวรรค์ปรากฎ และถามเธอ

หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม

มีเพียงคำตอบเดียวที่อยู่ในหัวใจ

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

 

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน และเธอก็ร้องไห้อีก

ความหวาดกลัวอยู่ในหัวใจของทุกผู้คนเมื่อพบฑูตสวรรค์

….แต่ไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับมารีย์ มักดาลา

หัวใจของเธอบรรจุความโศกเศร้าอย่างเต็มล้น จนไม่มีที่ว่างสำหรับ

ความหวาดกลัว….หรืออารมณ์อื่นใด

คำปลอบโยนของฑูตสวรรค์ดูจะไร้ผล

มิอาจทำให้น้ำตาเธอเหือดแห้ง

เธอจีงเป็น ความรักที่ร่ำไห้….เพลงรักบทใหม่

 

มารีย์ มักดาลา

ยืนร้องไห้อยู่นอกพระคูหา แม้มีฑูตสวรรค์เป็นเพื่อน

มีอีกเสียงหนึ่งร้องถามเธอด้วยความห่วงใย

นางเอ๋ย ร้องไห้ทำไม กำลังแสวงหาใคร

เธอเห็นพระองค์ แต่จำไม่ได้….คิดว่าเป็นคนสวน

พระองค์ตรัสเรียกเธอ มารีย์

เธอหันกลับไป และร้องเรียก รับบี….พระอาจารย์

พระอาจารย์ผู้นี้เคยตรัส เราเป็นนายชุมพาบาลที่ดี เรารู้จักแกะของเรา

เราเรียกชื่อของเขา และเขาก็จำเสียงเราได้

มารีย์ จำพระพักตร์พระองค์ไม่ได้ แต่จำเสียงของคนที่เธอรักได้

เธอโผเข้ากอดพระบาท

….น้ำตาแห่งความเศร้า ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความสุข

เพลงรักบทสุดท้ายจีงเริ่มขึ้นและจบลงในความสุขยินดีของหัวใจ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น  บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น  อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                  Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official    หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย     **อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ    **สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151255 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 25th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกกา

มธ 21:5-19

ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “สักวันหนึ่งทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย” เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น”

พระองค์ตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า “ฉันเป็นพระคริสต์” และ “เวลากำหนดมาถึงแล้ว” อย่าตามเขาไป เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฎิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง แผ่นดินไหวใหญ่หลวง ความอดอยาก  และโรคระบาดจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า

แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้น เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้ บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้”

ข้อคิด

นักบุญเปาโลอยากจะบอกคริสตชนว่า ถ้าเราทำดีอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยก็อย่าเป็นภาระแก่ใคร เราอย่าเอาเปรียบคนในบ้านด้วยการอ้างว่าเราเรียนน้อยเลยไม่ทำอะไรอยู่บ้านไปวันๆ หรือพอเรียนสูงแล้วให้คนอื่นในบ้านทำงานส่งเราเรียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่น วันเวลานั้นแสนสั้นและทุกสิ่งจะจบลงแน่ นี่เป็นโอกาสที่เราจะเป็นพยานถึงพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยืนยันว่าเราเป็นลูกของพระองค์ในเมืองสวรรค์ ชีวิตที่ไม่ยาวนานนี้จงตั้งเป้า หมายให้ดีเสียแต่วันนี้ อย่าเอาเปรียบใครแต่จงทำทุกวันเหมือนเราได้ชดใช้สิ่งที่เราได้รับมาจากพระเจ้าและครอบครัว.

พระเยซูและฝูงชน

พระเยซูและฝูงชนมองดูพระวิหารสง่างาม…ผลงานการสร้างของมนุษย์

ดวงตาต่างมองเห็นหินก้อนใหญ่และของถวายมากมาย

ดวงใจฝูงชนพานพบเกียรติอำนาจและความยิ่งใหญ่ของโลกแห่งสสาร

แต่…ดวงใจพระเยซู พานพบการจบสิ้นของโลกอำนาจและสสาร

ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย

พระเยซูและฝูงชนมองดูสงครามและการสู้รบบนผืนแผ่นดิน

ดวงตาต่างมองเห็นภาพรุนแรงและขัดแย้ง

ดวงใจฝูงชนพานพบความหวาดกลัวและหมดหวัง

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบมนุษยชาติที่เปราะบางและบาดเจ็บ

…รอคอยการเยียวยา

จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน

พระเยซูและฝูงชนมองดูการเบียดเบียนข่มเหง

 

ดวงตาต่างมองเห็นการทรยศ….ถูกจองจำและการประหาร

ดวงใจฝูงชนพานพบจุดจบและความตาย

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบจุดเริ่มและชีวิต

นี้จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา

…เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน

…ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคน เพราะนามของเรา

แต่…เส้นผมบนศีรษะของท่าน จะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว

ด้วยการยืนหยัดมั่นคง ท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้.

 

ประกาศประชาสัมพันธ์  สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ทิวลิป ทัดเทียม อายุ 34 ปี

บุตร นายสว่าง ทัดเทียม และมารีอา ฉลวย พลเมธานันท์

สัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย วิวัฒน์ ธนนิเวศ

บุตร นายเดชา และนางต้อย ธนนิเวศ ชาวกรุงเทพฯ เขตบางคอแหลม

ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 14.00 น

หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางในการแต่งงานของเขาทั้งสองคู่    จะต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

 

  1. เดือนตุลาคมเดือนแม่พระลูกประคำ ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพี่น้อง คงไม่จบการสวดลูกประคำทุกวันต่อไปนะครับ สวดทุกวันนะครับ แม่พระจะอยู่กับเราเสมอ เราจะรอดปลอดภัย จากภยันอันตรายทั้งมวล
  2. เราเริ่มเดือนพฤศจิกายนด้วยการสมโภชนักบุญทั้งหลาย – ฉลองชาวสวรรค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราทุกคนเดินหน้า มุ่งไปสวรรค์ บ้านแท้ของพวกเรา เราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เสียชาติเกิด ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ไปสวรรค์
  3. วิญญาณของผู้ล่วงลับที่อยู่ในไฟชำระ เป็นเหล่าวิญญาณที่น่าสงสารมาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะทำอะไรอีก ไม่มีโอกาสทำดี และไม่มีโอกาสทำชั่ว เขารออย่างเดียวคือ พระเมตตาจากพระเจ้า และคำภาวนาของพวกเรา แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือ พวกเขารอด 100% เพียงแต่รอรับการชำระให้บริสุทธิ์ คำภาวนา – การใช้โทษบาป – การพลีกรรม จะช่วยให้พวกเขา รับพระเมตตาของพระเจ้าโดยเร็ววัน
  4. วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง – วันลอยกระทง เพื่อขอขมาในความผิดที่เรามีต่อน้ำ ขอขมาโทษ ในความผิดพลาด บกพร่อง ของชีวิตของเรา คนที่ทำผิดแล้ว สำนึกผิด – ขอขมาโทษ เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการอภัย และเขาผู้นั้นจะก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ ศีลอภัยบาป ก็เป็นการขอสมาโทษ – เสียใจและตั้งใจใหม่ – เปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ไปสู่ความก้าวหน้า – ความศักดิ์สิทธิ์ และการเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า
  5. ตามที่ได้เกรินไว้แล้ว เทศกาลคริสตมาส – ปีใหม่ – วันฉลองครอบครัว และวันฉลองวัดของพวกเราใกล้เข้ามาแล้ว เป็นเทศกาลและช่วงเวลาของความชื่นชมยินดี – สันติสุข เทศกาลของการมอบของขวัญ เทศกาลของการให้ ให้กับผู้ที่ขัดสน – ให้กับผู้ที่ไม่มี – ผู้ยากจน เป็นการแบ่งปันและการแสดงออกถึงความมีเมตตารัก เหมือนที่พระเจ้าได้ทรงเมตตารักพวกเราทุกคน เชิญพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัยและสิ่งของ แม้สิ่งของที่ใช้แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่ยังดี เพื่อจะนำไปมอบแก่ผู้ขัดสนยากจนผู้ไม่มี ความสุขจะเกิด สละ — สละ— ให้— ให้ เหมือนกับที่พระเจ้าสละและมอบให้แก่เราทุกคน มั่นใจว่า ในบั้นปลายชีวิต เราจะพบความสุขเที่ยงแท้ และอยู่กับพระเจ้าชั่วนิรันดร
  6. อีกสิบกว่าวัน พวกเราจะได้ร่วมกันต้อนรับ องค์สมเด็จพระสันตปาปา พระประมุขสูงสุดของเราคาทอลิก ผู้แทนของพระเยซูเจ้าบนโลกนี้ เตรียมตัว – เตรียมใจนะครับ อาจจะลำบากในหลายสิ่งหลายอย่าง อดทนใช้โทษบาปนะครับ – ไม่บ่นไม่ว่า – เพื่อให้เจตจำนงของพระสันตะปาปาและพระประสงค์ของพระเจ้าจะได้สำเร็จไป

ประกาศประชาสัมพันธ์  วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2019

  1. และแล้ววันที่พวกเราชาวไทยต่างรอคอยก็กำลังจะมาถึง เย็นวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พระสันตะปาปา จะเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากกรุงโรมถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมืองเวลา12.30น.

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน เข้าพบนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล ข้าราชการ และคณะทูตานุทูต เวลา 9.00 น จากนั้นเสด็จไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก แล้วเวลาประมาณ  11.15 น เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พบบุคลากรทางการแพทย์ เยี่ยมอวยพรผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เวลา 16.55 น เสด็จเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจะเสด็จมาประกอบพิธีมิสซาขอบพระคุณ พบสัตบุรุษ และประชาชน จากทั่วประเทศ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนเวลา 10.00 น พบคณะบาทหลวง นักบวช – ชายหญิง และบรรดาครูคำสอน จากนั้น พบบรรดาบิชอป และคณะนักบวช เยซูอิตในประเทศไทย เวลาบ่าย15.20 น พบผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และผู้นำศาสนาต่างๆ เวลา 17.00 น ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 9.00 น พิธีอำลาและส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง มุ่งสู่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นต่อไป

  1. จึงขอพี่น้องที่สมัครและมีบัตรเข้าร่วมพิธี ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ตำรวจกำหนด และแจ้งให้ทราบจากหลายช่องทางแล้ว สิ่งสำคัญต้องเตรียม บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต แล้วบัตรเข้าร่วมงาน หรือใบแนบแทนผู้ถือบัตร มิฉะนั้นจะไม่อาจเข้าร่วมงานได้ ประตูสนามกีฬาเปิด ประมาณ 9.00 น มีคอนเสิร์ตเวลา 15.00 น ประตูทางเข้าจะปิดเวลาประมาณ 17.00 น พี่น้องควรเตรียมน้ำอาหารว่างอาหารกล่องด้วย แม้จะมีจำหน่าย แต่อาจไม่สะดวกและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ขอร้องคือเก็บขยะกลับบ้าน ไม่ควรต้องมีขยะตกค้างเมื่อเลิกงานนะครับ

การเดินทาง รถสาธารณะสะดวกที่สุดและรถไฟฟ้า  BTS  ถึงสนามเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ เลยครับ อย่าลืมยาสามัญประจำตัวด้วยนะครับ เตรียมตัวเตรียมใจ ให้แข็งแรงครับเพื่อจะร่วมสวดภาวนา – ขับร้องถวายเกียรติพระเจ้าครับ

  1. ตลอดเดือนพฤศจิกายน เราระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระ และวิญญาณของผู้ล่วงลับทั้งหลาย สวดภาวนา – ขอมิสซา – พลีกรรมใช้โทษบาป เพื่อให้พวกเขาได้รับพระเมตตา และเข้าสู่สวรรค์โดยเร็ววัน
  2. เทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่ วันครอบครัว และการฉลองวัดของพวกเรา ใกล้เข้ามาแล้วแล้วปีนี้เป็นปีพิเศษที่เราฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อของพวกเรา เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี และการให้ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเราว่า สิ่งใดที่ท่าน ทำต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อย – ทุกข์ยาก ท่านได้ทำต่อพระองค์เอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัย และสิ่งของ เครื่องใช้ (แม้สิ่งของที่ใช้แล้วแต่ยังดีอยู่) เพื่อนำมาจัดกิจกรรมและมอบเป็นของขวัญสำหรับ คนยากจนและแก่ทุก ๆ คนด้วยครับ พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณครับ ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ
  3. ขอเชิญชวนเด็กๆ และผู้ใหญ่ ที่สนใจร่วมแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันคริสต์มาส ติดต่อได้ที่ คุณเล็ก (ภาพตะวัน) ซึ่งคุณครูเบญจมาศ วิสิฐนนทชัย เป็นผู้ฝึกซ้อม จะทำการฝึกซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์ ครับ

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกกา

มธ 21:5-19

ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “สักวันหนึ่งทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย” เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น”

พระองค์ตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า “ฉันเป็นพระคริสต์” และ “เวลากำหนดมาถึงแล้ว” อย่าตามเขาไป เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฎิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง แผ่นดินไหวใหญ่หลวง ความอดอยาก  และโรคระบาดจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า

แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้น เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้ บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้”

ข้อคิด

นักบุญเปาโลอยากจะบอกคริสตชนว่า ถ้าเราทำดีอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยก็อย่าเป็นภาระแก่ใคร เราอย่าเอาเปรียบคนในบ้านด้วยการอ้างว่าเราเรียนน้อยเลยไม่ทำอะไรอยู่บ้านไปวันๆ หรือพอเรียนสูงแล้วให้คนอื่นในบ้านทำงานส่งเราเรียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่น วันเวลานั้นแสนสั้นและทุกสิ่งจะจบลงแน่ นี่เป็นโอกาสที่เราจะเป็นพยานถึงพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยืนยันว่าเราเป็นลูกของพระองค์ในเมืองสวรรค์ ชีวิตที่ไม่ยาวนานนี้จงตั้งเป้า หมายให้ดีเสียแต่วันนี้ อย่าเอาเปรียบใครแต่จงทำทุกวันเหมือนเราได้ชดใช้สิ่งที่เราได้รับมาจากพระเจ้าและครอบครัว.

พระเยซูและฝูงชน

พระเยซูและฝูงชนมองดูพระวิหารสง่างาม…ผลงานการสร้างของมนุษย์

ดวงตาต่างมองเห็นหินก้อนใหญ่และของถวายมากมาย

ดวงใจฝูงชนพานพบเกียรติอำนาจและความยิ่งใหญ่ของโลกแห่งสสาร

แต่…ดวงใจพระเยซู พานพบการจบสิ้นของโลกอำนาจและสสาร

ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย

พระเยซูและฝูงชนมองดูสงครามและการสู้รบบนผืนแผ่นดิน

ดวงตาต่างมองเห็นภาพรุนแรงและขัดแย้ง

ดวงใจฝูงชนพานพบความหวาดกลัวและหมดหวัง

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบมนุษยชาติที่เปราะบางและบาดเจ็บ

…รอคอยการเยียวยา

จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน

พระเยซูและฝูงชนมองดูการเบียดเบียนข่มเหง

 

ดวงตาต่างมองเห็นการทรยศ….ถูกจองจำและการประหาร

ดวงใจฝูงชนพานพบจุดจบและความตาย

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบจุดเริ่มและชีวิต

นี้จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา

…เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน

…ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคน เพราะนามของเรา

แต่…เส้นผมบนศีรษะของท่าน จะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว

ด้วยการยืนหยัดมั่นคง ท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้.

ประกาศประชาสัมพันธ์  สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ทิวลิป ทัดเทียม อายุ 34 ปี

บุตร นายสว่าง ทัดเทียม และมารีอา ฉลวย พลเมธานันท์

สัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย วิวัฒน์ ธนนิเวศ

บุตร นายเดชา และนางต้อย ธนนิเวศ ชาวกรุงเทพฯ เขตบางคอแหลม

ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 14.00 น

หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางในการแต่งงานของเขาทั้งสองคู่                                        จะต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

 

  1. เดือนตุลาคมเดือนแม่พระลูกประคำ ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพี่น้อง คงไม่จบการสวดลูกประคำทุกวันต่อไปนะครับ สวดทุกวันนะครับ แม่พระจะอยู่กับเราเสมอ เราจะรอดปลอดภัย จากภยันอันตรายทั้งมวล
  2. เราเริ่มเดือนพฤศจิกายนด้วยการสมโภชนักบุญทั้งหลาย – ฉลองชาวสวรรค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราทุกคนเดินหน้า มุ่งไปสวรรค์ บ้านแท้ของพวกเรา เราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เสียชาติเกิด ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ไปสวรรค์
  3. วิญญาณของผู้ล่วงลับที่อยู่ในไฟชำระ เป็นเหล่าวิญญาณที่น่าสงสารมาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะทำอะไรอีก ไม่มีโอกาสทำดี และไม่มีโอกาสทำชั่ว เขารออย่างเดียวคือ พระเมตตาจากพระเจ้า และคำภาวนาของพวกเรา แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือ พวกเขารอด 100% เพียงแต่รอรับการชำระให้บริสุทธิ์ คำภาวนา – การใช้โทษบาป – การพลีกรรม จะช่วยให้พวกเขา รับพระเมตตาของพระเจ้าโดยเร็ววัน
  4. วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง – วันลอยกระทง เพื่อขอขมาในความผิดที่เรามีต่อน้ำ ขอขมาโทษ ในความผิดพลาด บกพร่อง ของชีวิตของเรา คนที่ทำผิดแล้ว สำนึกผิด – ขอขมาโทษ เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการอภัย และเขาผู้นั้นจะก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ ศีลอภัยบาป ก็เป็นการขอสมาโทษ – เสียใจและตั้งใจใหม่ – เปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ไปสู่ความก้าวหน้า – ความศักดิ์สิทธิ์ และการเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า
  5. ตามที่ได้เกรินไว้แล้ว เทศกาลคริสตมาส – ปีใหม่ – วันฉลองครอบครัว และวันฉลองวัดของพวกเราใกล้เข้ามาแล้ว เป็นเทศกาลและช่วงเวลาของความชื่นชมยินดี – สันติสุข เทศกาลของการมอบของขวัญ เทศกาลของการให้ ให้กับผู้ที่ขัดสน – ให้กับผู้ที่ไม่มี – ผู้ยากจน เป็นการแบ่งปันและการแสดงออกถึงความมีเมตตารัก เหมือนที่พระเจ้าได้ทรงเมตตารักพวกเราทุกคน เชิญพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัยและสิ่งของ แม้สิ่งของที่ใช้แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่ยังดี เพื่อจะนำไปมอบแก่ผู้ขัดสนยากจนผู้ไม่มี ความสุขจะเกิด สละ — สละ— ให้— ให้ เหมือนกับที่พระเจ้าสละและมอบให้แก่เราทุกคน มั่นใจว่า ในบั้นปลายชีวิต เราจะพบความสุขเที่ยงแท้ และอยู่กับพระเจ้าชั่วนิรันดร
  6. อีกสิบกว่าวัน พวกเราจะได้ร่วมกันต้อนรับ องค์สมเด็จพระสันตปาปา พระประมุขสูงสุดของเราคาทอลิก ผู้แทนของพระเยซูเจ้าบนโลกนี้ เตรียมตัว – เตรียมใจนะครับ อาจจะลำบากในหลายสิ่งหลายอย่าง อดทนใช้โทษบาปนะครับ – ไม่บ่นไม่ว่า – เพื่อให้เจตจำนงของพระสันตะปาปาและพระประสงค์ของพระเจ้าจะได้สำเร็จไป

ประกาศประชาสัมพันธ์  วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2019

  1. และแล้ววันที่พวกเราชาวไทยต่างรอคอยก็กำลังจะมาถึง เย็นวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พระสันตะปาปา จะเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากกรุงโรมถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมืองเวลา12.30น.

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน เข้าพบนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล ข้าราชการ และคณะทูตานุทูต เวลา 9.00 น จากนั้นเสด็จไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก แล้วเวลาประมาณ  11.15 น เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พบบุคลากรทางการแพทย์ เยี่ยมอวยพรผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เวลา 16.55 น เสด็จเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจะเสด็จมาประกอบพิธีมิสซาขอบพระคุณ พบสัตบุรุษ และประชาชน จากทั่วประเทศ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนเวลา 10.00 น พบคณะบาทหลวง นักบวช – ชายหญิง และบรรดาครูคำสอน จากนั้น พบบรรดาบิชอป และคณะนักบวช เยซูอิตในประเทศไทย เวลาบ่าย15.20 น พบผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และผู้นำศาสนาต่างๆ เวลา 17.00 น ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 9.00 น พิธีอำลาและส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง มุ่งสู่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นต่อไป

  1. จึงขอพี่น้องที่สมัครและมีบัตรเข้าร่วมพิธี ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ตำรวจกำหนด และแจ้งให้ทราบจากหลายช่องทางแล้ว สิ่งสำคัญต้องเตรียม บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต แล้วบัตรเข้าร่วมงาน หรือใบแนบแทนผู้ถือบัตร มิฉะนั้นจะไม่อาจเข้าร่วมงานได้ ประตูสนามกีฬาเปิด ประมาณ 9.00 น มีคอนเสิร์ตเวลา 15.00 น ประตูทางเข้าจะปิดเวลาประมาณ 17.00 น พี่น้องควรเตรียมน้ำอาหารว่างอาหารกล่องด้วย แม้จะมีจำหน่าย แต่อาจไม่สะดวกและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ขอร้องคือเก็บขยะกลับบ้าน ไม่ควรต้องมีขยะตกค้างเมื่อเลิกงานนะครับ

การเดินทาง รถสาธารณะสะดวกที่สุดและรถไฟฟ้า  BTS  ถึงสนามเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ เลยครับ อย่าลืมยาสามัญประจำตัวด้วยนะครับ เตรียมตัวเตรียมใจ ให้แข็งแรงครับเพื่อจะร่วมสวดภาวนา – ขับร้องถวายเกียรติพระเจ้าครับ

  1. ตลอดเดือนพฤศจิกายน เราระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระ และวิญญาณของผู้ล่วงลับทั้งหลาย สวดภาวนา – ขอมิสซา – พลีกรรมใช้โทษบาป เพื่อให้พวกเขาได้รับพระเมตตา และเข้าสู่สวรรค์โดยเร็ววัน
  2. เทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่ วันครอบครัว และการฉลองวัดของพวกเรา ใกล้เข้ามาแล้วแล้วปีนี้เป็นปีพิเศษที่เราฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อของพวกเรา เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี และการให้ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเราว่า สิ่งใดที่ท่าน ทำต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อย – ทุกข์ยาก ท่านได้ทำต่อพระองค์เอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัย และสิ่งของ เครื่องใช้ (แม้สิ่งของที่ใช้แล้วแต่ยังดีอยู่) เพื่อนำมาจัดกิจกรรมและมอบเป็นของขวัญสำหรับ คนยากจนและแก่ทุก ๆ คนด้วยครับ พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณครับ ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ
  3. ขอเชิญชวนเด็กๆ และผู้ใหญ่ ที่สนใจร่วมแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันคริสต์มาส ติดต่อได้ที่ คุณเล็ก (ภาพตะวัน) ซึ่งคุณครูเบญจมาศ วิสิฐนนทชัย เป็นผู้ฝึกซ้อม จะทำการฝึกซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์ ครับ

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151227 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 อาทิตย์ที่ สี่ เทศกาลปัสกา

Saturday, May 11th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

ยามเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเรามองด้วยความหวัง แสงอรุณของวันใหม่ ทำให้เรารู้สึกได้ถึงชีวิตใหม่ลมหายใจใหม่ ที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา ยามเย็นค่ำหลังจากตรากตรำทำงานมาจนเหนื่อยล้า เรามาถึงที่นอนพักผ่อนด้วยความรู้คุณ สวดภาวนาขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่ผ่านไปอีกวันหนึ่ง สิ่งใดดีที่เราทำเราขอบพระคุณถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า สิ่งใดเป็นความผิดพลาดบกพร่องเพราะความอ่อนแอ เราขอโทษพระองค์ และวอนขอพระพรปกป้องคุ้มครองในยามที่เราพักผ่อนหลับนอน ฝากจิตวิญญาณของเราไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้จะมีสำหรับอีกหรือเปล่า วันพรุ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนสำหรับเรา ทำให้พ่อคิดถึงเพลงๆหนึ่งที่พ่อเคยฟัง ผู้แต่งเขาให้ชื่อว่า พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ เราจะได้พบอะไร คงมีคำถามมากมาย ที่ไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ไม่รู้ เราจะได้พบความสุข หรือเราจะต้องทุกข์เท่าไร คงไม่อาจทำให้เป็นเหมือนที่เราตั้งใจ พรุ่งนี้ ถ้าหากจะเจอปัญหา ขอฝากให้องค์พระคริสต์นำพา ให้ผ่านเหมือนในวันนี้ พรุ่งนี้ แม้อาจจะดีจะร้าย ไม่หวั่นไม่กลัว แต่ขอวางใจ ให้พระเยซูนำทาง

ในความไม่จีรังยั่งยืนมืดมิดแห่งชีวิต พระคริสตเจ้าเป็นความหวัง พระองค์เป็นดั่งแสงอรุณแห่งวันใหม่ที่ส่องเข้ามาในความมืด เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นแล้วไม่มีวันล่วงลับดับแสง พระองค์เดินนำหน้าเราไปก่อนแล้วในหนทางแห่งความทุกข์ระทม ระบมไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวความตาย เพื่อปฏิบัติพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์ จนในที่สุด ชัยชนะของพระองค์ปรากฏเด่นชัดในวันที่สาม เมื่อพระองค์เสด็จกลับคืนพระชนมชีพ นี่เป็นพระธรรมล้ำลึกปัสกาซึ่งเป็นแสงอรุณใหม่แห่งความหวังของเรา พระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงเป็นคำตอบสำหรับชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ความสิ้นหวัง ความผิดหวังต่างๆ เมื่อเรามองไปยังไม้กางเขนของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะพบว่าบนหนทางสายนี้พระเยซูคริสตเจ้าทรงเดินนำเราไปก่อนแล้ว และเชิญชวนเราทุกคนให้ติดตามพระองค์ไป ใครอยากติดตามพระองค์ต้องเลิกคิดถึงตนเองแบกกางเขนของตนแล้วตามพระองค์ไป

ปัสกาหมายถึง การผ่านพ้น เราต้องผ่านจากชีวิตเก่าวิถีชีวิตแบบ เดิมๆเข้าสู่ชีวิตใหม่ การผ่านนี้จะต้องยอมสละสภาพเก่าและสภาพใหม่ก็จะเริ่มต้นขึ้น เหมือนกับทฤษฎีเมล็ดข้าวที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงประกาศไว้เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต “เมล็ดต้องตกลงในดินและเปื่อยเน่าไป จึงจะมีต้นใหม่งอกขึ้นและออกรวง ถ้ามันไม่ยอมเปื่อยเน่ามันจะคงอยู่เพียงเมล็ดเดิมเมล็ดเดียวเท่านั้น” ถ้าเราพิจารณาความเป็นมาเป็นไปของสรรพชีวิต เราจะพบว่าทุกๆชีวิตล้วนต้องอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งสิ้น ตราบที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกซึ่งเป็นอนิจจังใบนี้ ปัสกาจึงเป็นดั่งอรุณแห่งความหวังของเราทำให้เราแน่ใจว่าพรุ่งนี้แห่งชีวิตของผู้ชอบธรรม คือการมีส่วนร่วมในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึก ปัสกาจึงให้ความหมายใหม่แก่ชีวิตของเรา แม้ชีวิตจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน แม้เราจะประสบกับความทุกข์ลำบากสักเท่าใดเราจะไม่ย่อท้อ เราจะคงเดินหน้าต่อไปในหนทางของพระเจ้าด้วยความเพียรอดทน เพราะเราแน่ใจในองค์พระเยซูคริสตเจ้าแล้วว่า      นี่เป็นหนทางที่เราจะมีชีวิตใหม่ มีส่วนในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

แกะที่ดีย่อมจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะได้

คำอุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเล่านั้นส่วนใหญ่เป็นวิถีชีวิตเป็นอาชีพ ที่ชาวยิวคุ้นเคยและเห็นเป็นประจำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว สำหรับชาวยิวการเลี้ยงแกะ ฝูงแกะเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นในหมู่บ้านจะมีคอกแกะที่เป็นส่วนกลาง หมายความว่าใครก็ตามที่มีอาชีพเลี้ยงแกะเมื่อนำฝูงแกะกลับเข้ามาในหมู่บ้าน เขาจะนำฝูงแกะเข้าไปเดินเกะกะในหมู่บ้านไม่ได้ จะต้องนำฝูงแกะของตนไปรวมไว้ในคอกแกะส่วนกลาง เวลาต้อนแกะเข้าคอกคงจะไม่ยากอะไรหรอก แต่เวลาจะต้อนแกะออกไปกินหญ้านี่แหละยากหน่อย เพราะผู้เลี้ยงไม่สามารถไปตามหาแกะที่ละตัว จึงต้องเป่าทำเสียงสัญญาณจนแกะของตนจำได้ และไปยืนเป่าที่หน้าคอก เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณของผู้เลี้ยงแกะของเขาจะเดินออกมาข้างนอก และผู้เลี้ยงจะคอยดูว่าใช่แกะของเขาหรือไม่ พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา” (ยน.10:14)  ภาพเช่นนี้เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่มิใช่น้อย

ผู้เลี้ยงและแกะจะจำกันและกันได้จะมีความคุ้นเคย มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทางด้านพระเยซูคริสตเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเรา ทรงจำเราได้อยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย พระองค์ได้ทำหน้าที่ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์ไปแล้วโดยยอมสละชีวิตเพื่อแกะของพระองค์ “เรายอมสละชีวิตเพื่อแกะของเรา”(ยน.10:15) ฝ่ายพวกเราคงจะต้องลองไตร่ ตรองดูว่าใครเป็นผู้เลี้ยงแกะของเรา เรายังจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเราได้หรือเปล่า เสียงที่เราฟังอยู่นั้นใช่เสียงของพระเยซูคริสตเจ้าหรือไม่ การจำเสียงของพระองค์ได้ หมายถึงการติดตามพระองค์ การปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ในปัจจุบันมีแหล่งที่มาของเสียงเชิญชวนพวกเราอยู่มากมาย เป็นเสียงที่ไพเราะเต็มไปด้วยของแจกของแถมที่ชวนให้หลงใหล ให้ซื้อ ให้ติดตามมันไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ อาทิ การโฆษณาต่างๆ คำขวัญ นโยบายหรูๆทางการเมือง ค่านิยมทางโลก สุขนิยม บริโภคนิยม วัตถุนิยม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นกระแสที่เชิญชวนดึงดูดเราอย่างรุนแรง จนเราหันเหออกจากหนทางของพระเจ้า จำเสียงของพระองค์ไม่ได้ จนในที่สุดละทิ้งความเชื่อเลิกติดตามพระองค์

การเป็นศิษย์ที่ดีของพระเยซูคริสตเจ้า ต้องจำเสียงของพระองค์ได้ ติดตามเสียงนั้นไป โดยปฏิบัติตามพระวาจาคำสอนของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อ ตอบสนองเสียงเรียกของพระองค์ “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันตามเรา” (ยน.10:27) ทำไมแกะจึงจำเสียงของผู้เลี้ยงได้ คำตอบก็คือ มันได้ยินได้ฟังเสียงนั้นบ่อยๆจนมันคุ้นเคยและจำได้ เราคริสตชนซึ่งเป็นแกะของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะจำเสียงของพระองค์ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องคลุกคลีคุ้นเคยกับพระวาจาของพระองค์มากๆ สิ่งที่ชวนให้คิดก็คือ เราให้ความสำคัญกับพระวาจาของพระเจ้าแค่ไหน ในปัจจุบันแหล่งของเสียงมันอยู่ติดตัวเราตลอดเวลา ในรูปแบบของLine ของเกมส์ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ บางคนยังเล่นเกมส์ Chat เล่นLine ตอนฟังพระวาจาของพระเจ้า ขณะร่วมบูชาขอบพระคุณ เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะคุ้นเคยจำเสียงของพระเจ้าได้อย่างไร ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังนี้เตือนใจเรา ให้เราให้ความสำคัญ สนใจ ตั้งใจฟังพระวาจาของพระเจ้า เพื่อเราจะได้เข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อติดตามพระองค์ไป หนทางนี้แหละจะทำให้เราพบกับความสุขแท้ชีวิตนิรันดร.                                            พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  2. ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2ชั้นป.6 เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า  ลงชื่อได้ที่น้าเล็ก
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2019 จะมีพิธีเปิดฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม  ที่ตึกจอห์น ปอล โรงเรียนยอแซฟ สามพราน ผู้ที่สนใจจะไปร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกเวลา 7.00 น.
  5. วันอาทิตย์ที่ 19  พ.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต