Posts Tagged ‘เทศกาลปัสกา’

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2020 สมโภชปัสกา-พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว   นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนี่งที่พระเยซูเจ้าทรงรัก บอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ทึ่ไหน”

เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น    แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมน  เปโตร ซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย.

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว ใจของเราคงไม่แข็งกระด้างและโหดร้าย จนส่งพระองค์ไปตายอีกครั้ง พร้อมกับการทรยศหักหลัง หรือปฏิเสธพระองค์ หรือตะโกนส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงกางเขนใหม่อีก….  พระ

 

เยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว และแม้พระคูหาจะกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่พระองค์คงมิได้คอยให้เรามาพบพระองค์ในพระคูหาแห่งความเคยชินเดิมๆ ของเรา พระคูหานั้นว่างเปล่าไปแล้ว…. ใจของเราอยู่ที่ใดมากกว่ากัน ระหว่างอยู่กับพระคูหา หรืออยู่กับพระเยซูเจ้า.

    สามบทเพลงรัก

มารีย์ มักดาลา ลุกขึ้นตอนกลางคืน

มุ่งเดินหน้าสู่เนินโกละโกธา….แสวงหาผู้เป็นที่รัก….แต่ไม่อาจพบเจอ

พระคูหาว่างเปล่า นำสู่บทสรุปที่เจ็บปวด พระศพถูกขโมย

เธอออกตามหาทุกแห่งหน….ในป่าช้า ที่มืดมิด

….ในใจกลางเมือง ที่อันตราย

เธอถามหาทุกผู้คน….สาวก….ฑูตสวรรค์ และคนสวน

นางพร่ำวิงวอนอย่างสิ้นหวัง

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน

เธอจึงกลับเป็น….ความรักที่แสวงหา….เพลงรักบทแรก

มารีย์ มักดาลา เหนื่อยอ่อนและหมดหวัง จากการตามหา

เธอร่ำไห้อยู่หน้าพระคูหา ขณะฑูตสวรรค์ปรากฎ และถามเธอ

หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม

มีเพียงคำตอบเดียวที่อยู่ในหัวใจ

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

 

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน และเธอก็ร้องไห้อีก

ความหวาดกลัวอยู่ในหัวใจของทุกผู้คนเมื่อพบฑูตสวรรค์

….แต่ไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับมารีย์ มักดาลา

หัวใจของเธอบรรจุความโศกเศร้าอย่างเต็มล้น จนไม่มีที่ว่างสำหรับ

ความหวาดกลัว….หรืออารมณ์อื่นใด

คำปลอบโยนของฑูตสวรรค์ดูจะไร้ผล

มิอาจทำให้น้ำตาเธอเหือดแห้ง

เธอจีงเป็น ความรักที่ร่ำไห้….เพลงรักบทใหม่

 

มารีย์ มักดาลา

ยืนร้องไห้อยู่นอกพระคูหา แม้มีฑูตสวรรค์เป็นเพื่อน

มีอีกเสียงหนึ่งร้องถามเธอด้วยความห่วงใย

นางเอ๋ย ร้องไห้ทำไม กำลังแสวงหาใคร

เธอเห็นพระองค์ แต่จำไม่ได้….คิดว่าเป็นคนสวน

พระองค์ตรัสเรียกเธอ มารีย์

เธอหันกลับไป และร้องเรียก รับบี….พระอาจารย์

พระอาจารย์ผู้นี้เคยตรัส เราเป็นนายชุมพาบาลที่ดี เรารู้จักแกะของเรา

เราเรียกชื่อของเขา และเขาก็จำเสียงเราได้

มารีย์ จำพระพักตร์พระองค์ไม่ได้ แต่จำเสียงของคนที่เธอรักได้

เธอโผเข้ากอดพระบาท

….น้ำตาแห่งความเศร้า ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความสุข

เพลงรักบทสุดท้ายจีงเริ่มขึ้นและจบลงในความสุขยินดีของหัวใจ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น  บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น  อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                  Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official    หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย     **อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ    **สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151255 วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

Wednesday, December 25th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกกา

มธ 21:5-19

ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “สักวันหนึ่งทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย” เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น”

พระองค์ตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า “ฉันเป็นพระคริสต์” และ “เวลากำหนดมาถึงแล้ว” อย่าตามเขาไป เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฎิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง แผ่นดินไหวใหญ่หลวง ความอดอยาก  และโรคระบาดจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า

แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้น เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้ บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้”

ข้อคิด

นักบุญเปาโลอยากจะบอกคริสตชนว่า ถ้าเราทำดีอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยก็อย่าเป็นภาระแก่ใคร เราอย่าเอาเปรียบคนในบ้านด้วยการอ้างว่าเราเรียนน้อยเลยไม่ทำอะไรอยู่บ้านไปวันๆ หรือพอเรียนสูงแล้วให้คนอื่นในบ้านทำงานส่งเราเรียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่น วันเวลานั้นแสนสั้นและทุกสิ่งจะจบลงแน่ นี่เป็นโอกาสที่เราจะเป็นพยานถึงพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยืนยันว่าเราเป็นลูกของพระองค์ในเมืองสวรรค์ ชีวิตที่ไม่ยาวนานนี้จงตั้งเป้า หมายให้ดีเสียแต่วันนี้ อย่าเอาเปรียบใครแต่จงทำทุกวันเหมือนเราได้ชดใช้สิ่งที่เราได้รับมาจากพระเจ้าและครอบครัว.

พระเยซูและฝูงชน

พระเยซูและฝูงชนมองดูพระวิหารสง่างาม…ผลงานการสร้างของมนุษย์

ดวงตาต่างมองเห็นหินก้อนใหญ่และของถวายมากมาย

ดวงใจฝูงชนพานพบเกียรติอำนาจและความยิ่งใหญ่ของโลกแห่งสสาร

แต่…ดวงใจพระเยซู พานพบการจบสิ้นของโลกอำนาจและสสาร

ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย

พระเยซูและฝูงชนมองดูสงครามและการสู้รบบนผืนแผ่นดิน

ดวงตาต่างมองเห็นภาพรุนแรงและขัดแย้ง

ดวงใจฝูงชนพานพบความหวาดกลัวและหมดหวัง

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบมนุษยชาติที่เปราะบางและบาดเจ็บ

…รอคอยการเยียวยา

จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน

พระเยซูและฝูงชนมองดูการเบียดเบียนข่มเหง

 

ดวงตาต่างมองเห็นการทรยศ….ถูกจองจำและการประหาร

ดวงใจฝูงชนพานพบจุดจบและความตาย

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบจุดเริ่มและชีวิต

นี้จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา

…เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน

…ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคน เพราะนามของเรา

แต่…เส้นผมบนศีรษะของท่าน จะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว

ด้วยการยืนหยัดมั่นคง ท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้.

 

ประกาศประชาสัมพันธ์  สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ทิวลิป ทัดเทียม อายุ 34 ปี

บุตร นายสว่าง ทัดเทียม และมารีอา ฉลวย พลเมธานันท์

สัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย วิวัฒน์ ธนนิเวศ

บุตร นายเดชา และนางต้อย ธนนิเวศ ชาวกรุงเทพฯ เขตบางคอแหลม

ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 14.00 น

หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางในการแต่งงานของเขาทั้งสองคู่    จะต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

 

  1. เดือนตุลาคมเดือนแม่พระลูกประคำ ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพี่น้อง คงไม่จบการสวดลูกประคำทุกวันต่อไปนะครับ สวดทุกวันนะครับ แม่พระจะอยู่กับเราเสมอ เราจะรอดปลอดภัย จากภยันอันตรายทั้งมวล
  2. เราเริ่มเดือนพฤศจิกายนด้วยการสมโภชนักบุญทั้งหลาย – ฉลองชาวสวรรค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราทุกคนเดินหน้า มุ่งไปสวรรค์ บ้านแท้ของพวกเรา เราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เสียชาติเกิด ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ไปสวรรค์
  3. วิญญาณของผู้ล่วงลับที่อยู่ในไฟชำระ เป็นเหล่าวิญญาณที่น่าสงสารมาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะทำอะไรอีก ไม่มีโอกาสทำดี และไม่มีโอกาสทำชั่ว เขารออย่างเดียวคือ พระเมตตาจากพระเจ้า และคำภาวนาของพวกเรา แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือ พวกเขารอด 100% เพียงแต่รอรับการชำระให้บริสุทธิ์ คำภาวนา – การใช้โทษบาป – การพลีกรรม จะช่วยให้พวกเขา รับพระเมตตาของพระเจ้าโดยเร็ววัน
  4. วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง – วันลอยกระทง เพื่อขอขมาในความผิดที่เรามีต่อน้ำ ขอขมาโทษ ในความผิดพลาด บกพร่อง ของชีวิตของเรา คนที่ทำผิดแล้ว สำนึกผิด – ขอขมาโทษ เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการอภัย และเขาผู้นั้นจะก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ ศีลอภัยบาป ก็เป็นการขอสมาโทษ – เสียใจและตั้งใจใหม่ – เปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ไปสู่ความก้าวหน้า – ความศักดิ์สิทธิ์ และการเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า
  5. ตามที่ได้เกรินไว้แล้ว เทศกาลคริสตมาส – ปีใหม่ – วันฉลองครอบครัว และวันฉลองวัดของพวกเราใกล้เข้ามาแล้ว เป็นเทศกาลและช่วงเวลาของความชื่นชมยินดี – สันติสุข เทศกาลของการมอบของขวัญ เทศกาลของการให้ ให้กับผู้ที่ขัดสน – ให้กับผู้ที่ไม่มี – ผู้ยากจน เป็นการแบ่งปันและการแสดงออกถึงความมีเมตตารัก เหมือนที่พระเจ้าได้ทรงเมตตารักพวกเราทุกคน เชิญพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัยและสิ่งของ แม้สิ่งของที่ใช้แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่ยังดี เพื่อจะนำไปมอบแก่ผู้ขัดสนยากจนผู้ไม่มี ความสุขจะเกิด สละ — สละ— ให้— ให้ เหมือนกับที่พระเจ้าสละและมอบให้แก่เราทุกคน มั่นใจว่า ในบั้นปลายชีวิต เราจะพบความสุขเที่ยงแท้ และอยู่กับพระเจ้าชั่วนิรันดร
  6. อีกสิบกว่าวัน พวกเราจะได้ร่วมกันต้อนรับ องค์สมเด็จพระสันตปาปา พระประมุขสูงสุดของเราคาทอลิก ผู้แทนของพระเยซูเจ้าบนโลกนี้ เตรียมตัว – เตรียมใจนะครับ อาจจะลำบากในหลายสิ่งหลายอย่าง อดทนใช้โทษบาปนะครับ – ไม่บ่นไม่ว่า – เพื่อให้เจตจำนงของพระสันตะปาปาและพระประสงค์ของพระเจ้าจะได้สำเร็จไป

ประกาศประชาสัมพันธ์  วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2019

  1. และแล้ววันที่พวกเราชาวไทยต่างรอคอยก็กำลังจะมาถึง เย็นวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พระสันตะปาปา จะเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากกรุงโรมถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมืองเวลา12.30น.

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน เข้าพบนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล ข้าราชการ และคณะทูตานุทูต เวลา 9.00 น จากนั้นเสด็จไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก แล้วเวลาประมาณ  11.15 น เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พบบุคลากรทางการแพทย์ เยี่ยมอวยพรผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เวลา 16.55 น เสด็จเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจะเสด็จมาประกอบพิธีมิสซาขอบพระคุณ พบสัตบุรุษ และประชาชน จากทั่วประเทศ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนเวลา 10.00 น พบคณะบาทหลวง นักบวช – ชายหญิง และบรรดาครูคำสอน จากนั้น พบบรรดาบิชอป และคณะนักบวช เยซูอิตในประเทศไทย เวลาบ่าย15.20 น พบผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และผู้นำศาสนาต่างๆ เวลา 17.00 น ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 9.00 น พิธีอำลาและส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง มุ่งสู่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นต่อไป

  1. จึงขอพี่น้องที่สมัครและมีบัตรเข้าร่วมพิธี ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ตำรวจกำหนด และแจ้งให้ทราบจากหลายช่องทางแล้ว สิ่งสำคัญต้องเตรียม บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต แล้วบัตรเข้าร่วมงาน หรือใบแนบแทนผู้ถือบัตร มิฉะนั้นจะไม่อาจเข้าร่วมงานได้ ประตูสนามกีฬาเปิด ประมาณ 9.00 น มีคอนเสิร์ตเวลา 15.00 น ประตูทางเข้าจะปิดเวลาประมาณ 17.00 น พี่น้องควรเตรียมน้ำอาหารว่างอาหารกล่องด้วย แม้จะมีจำหน่าย แต่อาจไม่สะดวกและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ขอร้องคือเก็บขยะกลับบ้าน ไม่ควรต้องมีขยะตกค้างเมื่อเลิกงานนะครับ

การเดินทาง รถสาธารณะสะดวกที่สุดและรถไฟฟ้า  BTS  ถึงสนามเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ เลยครับ อย่าลืมยาสามัญประจำตัวด้วยนะครับ เตรียมตัวเตรียมใจ ให้แข็งแรงครับเพื่อจะร่วมสวดภาวนา – ขับร้องถวายเกียรติพระเจ้าครับ

  1. ตลอดเดือนพฤศจิกายน เราระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระ และวิญญาณของผู้ล่วงลับทั้งหลาย สวดภาวนา – ขอมิสซา – พลีกรรมใช้โทษบาป เพื่อให้พวกเขาได้รับพระเมตตา และเข้าสู่สวรรค์โดยเร็ววัน
  2. เทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่ วันครอบครัว และการฉลองวัดของพวกเรา ใกล้เข้ามาแล้วแล้วปีนี้เป็นปีพิเศษที่เราฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อของพวกเรา เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี และการให้ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเราว่า สิ่งใดที่ท่าน ทำต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อย – ทุกข์ยาก ท่านได้ทำต่อพระองค์เอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัย และสิ่งของ เครื่องใช้ (แม้สิ่งของที่ใช้แล้วแต่ยังดีอยู่) เพื่อนำมาจัดกิจกรรมและมอบเป็นของขวัญสำหรับ คนยากจนและแก่ทุก ๆ คนด้วยครับ พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณครับ ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ
  3. ขอเชิญชวนเด็กๆ และผู้ใหญ่ ที่สนใจร่วมแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันคริสต์มาส ติดต่อได้ที่ คุณเล็ก (ภาพตะวัน) ซึ่งคุณครูเบญจมาศ วิสิฐนนทชัย เป็นผู้ฝึกซ้อม จะทำการฝึกซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์ ครับ

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกกา

มธ 21:5-19

ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “สักวันหนึ่งทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย” เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น”

พระองค์ตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า “ฉันเป็นพระคริสต์” และ “เวลากำหนดมาถึงแล้ว” อย่าตามเขาไป เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฎิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง แผ่นดินไหวใหญ่หลวง ความอดอยาก  และโรคระบาดจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า

แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้น เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้ บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้”

ข้อคิด

นักบุญเปาโลอยากจะบอกคริสตชนว่า ถ้าเราทำดีอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยก็อย่าเป็นภาระแก่ใคร เราอย่าเอาเปรียบคนในบ้านด้วยการอ้างว่าเราเรียนน้อยเลยไม่ทำอะไรอยู่บ้านไปวันๆ หรือพอเรียนสูงแล้วให้คนอื่นในบ้านทำงานส่งเราเรียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่น วันเวลานั้นแสนสั้นและทุกสิ่งจะจบลงแน่ นี่เป็นโอกาสที่เราจะเป็นพยานถึงพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงยืนยันว่าเราเป็นลูกของพระองค์ในเมืองสวรรค์ ชีวิตที่ไม่ยาวนานนี้จงตั้งเป้า หมายให้ดีเสียแต่วันนี้ อย่าเอาเปรียบใครแต่จงทำทุกวันเหมือนเราได้ชดใช้สิ่งที่เราได้รับมาจากพระเจ้าและครอบครัว.

พระเยซูและฝูงชน

พระเยซูและฝูงชนมองดูพระวิหารสง่างาม…ผลงานการสร้างของมนุษย์

ดวงตาต่างมองเห็นหินก้อนใหญ่และของถวายมากมาย

ดวงใจฝูงชนพานพบเกียรติอำนาจและความยิ่งใหญ่ของโลกแห่งสสาร

แต่…ดวงใจพระเยซู พานพบการจบสิ้นของโลกอำนาจและสสาร

ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย

พระเยซูและฝูงชนมองดูสงครามและการสู้รบบนผืนแผ่นดิน

ดวงตาต่างมองเห็นภาพรุนแรงและขัดแย้ง

ดวงใจฝูงชนพานพบความหวาดกลัวและหมดหวัง

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบมนุษยชาติที่เปราะบางและบาดเจ็บ

…รอคอยการเยียวยา

จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน

พระเยซูและฝูงชนมองดูการเบียดเบียนข่มเหง

 

ดวงตาต่างมองเห็นการทรยศ….ถูกจองจำและการประหาร

ดวงใจฝูงชนพานพบจุดจบและความตาย

แต่…ดวงใจพระเยซูพานพบจุดเริ่มและชีวิต

นี้จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา

…เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน

…ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคน เพราะนามของเรา

แต่…เส้นผมบนศีรษะของท่าน จะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว

ด้วยการยืนหยัดมั่นคง ท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้.

ประกาศประชาสัมพันธ์  สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ทิวลิป ทัดเทียม อายุ 34 ปี

บุตร นายสว่าง ทัดเทียม และมารีอา ฉลวย พลเมธานันท์

สัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย วิวัฒน์ ธนนิเวศ

บุตร นายเดชา และนางต้อย ธนนิเวศ ชาวกรุงเทพฯ เขตบางคอแหลม

ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 14.00 น

หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางในการแต่งงานของเขาทั้งสองคู่                                        จะต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

 

  1. เดือนตุลาคมเดือนแม่พระลูกประคำ ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพี่น้อง คงไม่จบการสวดลูกประคำทุกวันต่อไปนะครับ สวดทุกวันนะครับ แม่พระจะอยู่กับเราเสมอ เราจะรอดปลอดภัย จากภยันอันตรายทั้งมวล
  2. เราเริ่มเดือนพฤศจิกายนด้วยการสมโภชนักบุญทั้งหลาย – ฉลองชาวสวรรค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราทุกคนเดินหน้า มุ่งไปสวรรค์ บ้านแท้ของพวกเรา เราต้องไปสวรรค์ให้ได้ เสียชาติเกิด ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้ไปสวรรค์
  3. วิญญาณของผู้ล่วงลับที่อยู่ในไฟชำระ เป็นเหล่าวิญญาณที่น่าสงสารมาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะทำอะไรอีก ไม่มีโอกาสทำดี และไม่มีโอกาสทำชั่ว เขารออย่างเดียวคือ พระเมตตาจากพระเจ้า และคำภาวนาของพวกเรา แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือ พวกเขารอด 100% เพียงแต่รอรับการชำระให้บริสุทธิ์ คำภาวนา – การใช้โทษบาป – การพลีกรรม จะช่วยให้พวกเขา รับพระเมตตาของพระเจ้าโดยเร็ววัน
  4. วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง – วันลอยกระทง เพื่อขอขมาในความผิดที่เรามีต่อน้ำ ขอขมาโทษ ในความผิดพลาด บกพร่อง ของชีวิตของเรา คนที่ทำผิดแล้ว สำนึกผิด – ขอขมาโทษ เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการอภัย และเขาผู้นั้นจะก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ ศีลอภัยบาป ก็เป็นการขอสมาโทษ – เสียใจและตั้งใจใหม่ – เปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ไปสู่ความก้าวหน้า – ความศักดิ์สิทธิ์ และการเป็นลูกที่ดีของพระเจ้า
  5. ตามที่ได้เกรินไว้แล้ว เทศกาลคริสตมาส – ปีใหม่ – วันฉลองครอบครัว และวันฉลองวัดของพวกเราใกล้เข้ามาแล้ว เป็นเทศกาลและช่วงเวลาของความชื่นชมยินดี – สันติสุข เทศกาลของการมอบของขวัญ เทศกาลของการให้ ให้กับผู้ที่ขัดสน – ให้กับผู้ที่ไม่มี – ผู้ยากจน เป็นการแบ่งปันและการแสดงออกถึงความมีเมตตารัก เหมือนที่พระเจ้าได้ทรงเมตตารักพวกเราทุกคน เชิญพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัยและสิ่งของ แม้สิ่งของที่ใช้แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่ยังดี เพื่อจะนำไปมอบแก่ผู้ขัดสนยากจนผู้ไม่มี ความสุขจะเกิด สละ — สละ— ให้— ให้ เหมือนกับที่พระเจ้าสละและมอบให้แก่เราทุกคน มั่นใจว่า ในบั้นปลายชีวิต เราจะพบความสุขเที่ยงแท้ และอยู่กับพระเจ้าชั่วนิรันดร
  6. อีกสิบกว่าวัน พวกเราจะได้ร่วมกันต้อนรับ องค์สมเด็จพระสันตปาปา พระประมุขสูงสุดของเราคาทอลิก ผู้แทนของพระเยซูเจ้าบนโลกนี้ เตรียมตัว – เตรียมใจนะครับ อาจจะลำบากในหลายสิ่งหลายอย่าง อดทนใช้โทษบาปนะครับ – ไม่บ่นไม่ว่า – เพื่อให้เจตจำนงของพระสันตะปาปาและพระประสงค์ของพระเจ้าจะได้สำเร็จไป

ประกาศประชาสัมพันธ์  วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2019

  1. และแล้ววันที่พวกเราชาวไทยต่างรอคอยก็กำลังจะมาถึง เย็นวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พระสันตะปาปา จะเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากกรุงโรมถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมืองเวลา12.30น.

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน เข้าพบนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล ข้าราชการ และคณะทูตานุทูต เวลา 9.00 น จากนั้นเสด็จไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก แล้วเวลาประมาณ  11.15 น เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พบบุคลากรทางการแพทย์ เยี่ยมอวยพรผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เวลา 16.55 น เสด็จเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจะเสด็จมาประกอบพิธีมิสซาขอบพระคุณ พบสัตบุรุษ และประชาชน จากทั่วประเทศ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนเวลา 10.00 น พบคณะบาทหลวง นักบวช – ชายหญิง และบรรดาครูคำสอน จากนั้น พบบรรดาบิชอป และคณะนักบวช เยซูอิตในประเทศไทย เวลาบ่าย15.20 น พบผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และผู้นำศาสนาต่างๆ เวลา 17.00 น ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 9.00 น พิธีอำลาและส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง มุ่งสู่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นต่อไป

  1. จึงขอพี่น้องที่สมัครและมีบัตรเข้าร่วมพิธี ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ตำรวจกำหนด และแจ้งให้ทราบจากหลายช่องทางแล้ว สิ่งสำคัญต้องเตรียม บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต แล้วบัตรเข้าร่วมงาน หรือใบแนบแทนผู้ถือบัตร มิฉะนั้นจะไม่อาจเข้าร่วมงานได้ ประตูสนามกีฬาเปิด ประมาณ 9.00 น มีคอนเสิร์ตเวลา 15.00 น ประตูทางเข้าจะปิดเวลาประมาณ 17.00 น พี่น้องควรเตรียมน้ำอาหารว่างอาหารกล่องด้วย แม้จะมีจำหน่าย แต่อาจไม่สะดวกและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ขอร้องคือเก็บขยะกลับบ้าน ไม่ควรต้องมีขยะตกค้างเมื่อเลิกงานนะครับ

การเดินทาง รถสาธารณะสะดวกที่สุดและรถไฟฟ้า  BTS  ถึงสนามเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ เลยครับ อย่าลืมยาสามัญประจำตัวด้วยนะครับ เตรียมตัวเตรียมใจ ให้แข็งแรงครับเพื่อจะร่วมสวดภาวนา – ขับร้องถวายเกียรติพระเจ้าครับ

  1. ตลอดเดือนพฤศจิกายน เราระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระ และวิญญาณของผู้ล่วงลับทั้งหลาย สวดภาวนา – ขอมิสซา – พลีกรรมใช้โทษบาป เพื่อให้พวกเขาได้รับพระเมตตา และเข้าสู่สวรรค์โดยเร็ววัน
  2. เทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่ วันครอบครัว และการฉลองวัดของพวกเรา ใกล้เข้ามาแล้วแล้วปีนี้เป็นปีพิเศษที่เราฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อของพวกเรา เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี และการให้ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเราว่า สิ่งใดที่ท่าน ทำต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อย – ทุกข์ยาก ท่านได้ทำต่อพระองค์เอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องร่วมบริจาคปัจจัย และสิ่งของ เครื่องใช้ (แม้สิ่งของที่ใช้แล้วแต่ยังดีอยู่) เพื่อนำมาจัดกิจกรรมและมอบเป็นของขวัญสำหรับ คนยากจนและแก่ทุก ๆ คนด้วยครับ พระเจ้าจะทรงตอบแทนทุกท่านเป็นร้อยเท่าทวีคูณครับ ขอขอบพระคุณอย่างมากครับ
  3. ขอเชิญชวนเด็กๆ และผู้ใหญ่ ที่สนใจร่วมแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันคริสต์มาส ติดต่อได้ที่ คุณเล็ก (ภาพตะวัน) ซึ่งคุณครูเบญจมาศ วิสิฐนนทชัย เป็นผู้ฝึกซ้อม จะทำการฝึกซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์ ครับ

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151227 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 อาทิตย์ที่ สี่ เทศกาลปัสกา

Saturday, May 11th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

ยามเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเรามองด้วยความหวัง แสงอรุณของวันใหม่ ทำให้เรารู้สึกได้ถึงชีวิตใหม่ลมหายใจใหม่ ที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา ยามเย็นค่ำหลังจากตรากตรำทำงานมาจนเหนื่อยล้า เรามาถึงที่นอนพักผ่อนด้วยความรู้คุณ สวดภาวนาขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่ผ่านไปอีกวันหนึ่ง สิ่งใดดีที่เราทำเราขอบพระคุณถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า สิ่งใดเป็นความผิดพลาดบกพร่องเพราะความอ่อนแอ เราขอโทษพระองค์ และวอนขอพระพรปกป้องคุ้มครองในยามที่เราพักผ่อนหลับนอน ฝากจิตวิญญาณของเราไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้จะมีสำหรับอีกหรือเปล่า วันพรุ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนสำหรับเรา ทำให้พ่อคิดถึงเพลงๆหนึ่งที่พ่อเคยฟัง ผู้แต่งเขาให้ชื่อว่า พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ เราจะได้พบอะไร คงมีคำถามมากมาย ที่ไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ไม่รู้ เราจะได้พบความสุข หรือเราจะต้องทุกข์เท่าไร คงไม่อาจทำให้เป็นเหมือนที่เราตั้งใจ พรุ่งนี้ ถ้าหากจะเจอปัญหา ขอฝากให้องค์พระคริสต์นำพา ให้ผ่านเหมือนในวันนี้ พรุ่งนี้ แม้อาจจะดีจะร้าย ไม่หวั่นไม่กลัว แต่ขอวางใจ ให้พระเยซูนำทาง

ในความไม่จีรังยั่งยืนมืดมิดแห่งชีวิต พระคริสตเจ้าเป็นความหวัง พระองค์เป็นดั่งแสงอรุณแห่งวันใหม่ที่ส่องเข้ามาในความมืด เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นแล้วไม่มีวันล่วงลับดับแสง พระองค์เดินนำหน้าเราไปก่อนแล้วในหนทางแห่งความทุกข์ระทม ระบมไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวความตาย เพื่อปฏิบัติพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าสวรรค์ จนในที่สุด ชัยชนะของพระองค์ปรากฏเด่นชัดในวันที่สาม เมื่อพระองค์เสด็จกลับคืนพระชนมชีพ นี่เป็นพระธรรมล้ำลึกปัสกาซึ่งเป็นแสงอรุณใหม่แห่งความหวังของเรา พระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงเป็นคำตอบสำหรับชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ความเจ็บป่วย ความสิ้นหวัง ความผิดหวังต่างๆ เมื่อเรามองไปยังไม้กางเขนของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะพบว่าบนหนทางสายนี้พระเยซูคริสตเจ้าทรงเดินนำเราไปก่อนแล้ว และเชิญชวนเราทุกคนให้ติดตามพระองค์ไป ใครอยากติดตามพระองค์ต้องเลิกคิดถึงตนเองแบกกางเขนของตนแล้วตามพระองค์ไป

ปัสกาหมายถึง การผ่านพ้น เราต้องผ่านจากชีวิตเก่าวิถีชีวิตแบบ เดิมๆเข้าสู่ชีวิตใหม่ การผ่านนี้จะต้องยอมสละสภาพเก่าและสภาพใหม่ก็จะเริ่มต้นขึ้น เหมือนกับทฤษฎีเมล็ดข้าวที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงประกาศไว้เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต “เมล็ดต้องตกลงในดินและเปื่อยเน่าไป จึงจะมีต้นใหม่งอกขึ้นและออกรวง ถ้ามันไม่ยอมเปื่อยเน่ามันจะคงอยู่เพียงเมล็ดเดิมเมล็ดเดียวเท่านั้น” ถ้าเราพิจารณาความเป็นมาเป็นไปของสรรพชีวิต เราจะพบว่าทุกๆชีวิตล้วนต้องอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งสิ้น ตราบที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกซึ่งเป็นอนิจจังใบนี้ ปัสกาจึงเป็นดั่งอรุณแห่งความหวังของเราทำให้เราแน่ใจว่าพรุ่งนี้แห่งชีวิตของผู้ชอบธรรม คือการมีส่วนร่วมในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึก ปัสกาจึงให้ความหมายใหม่แก่ชีวิตของเรา แม้ชีวิตจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน แม้เราจะประสบกับความทุกข์ลำบากสักเท่าใดเราจะไม่ย่อท้อ เราจะคงเดินหน้าต่อไปในหนทางของพระเจ้าด้วยความเพียรอดทน เพราะเราแน่ใจในองค์พระเยซูคริสตเจ้าแล้วว่า      นี่เป็นหนทางที่เราจะมีชีวิตใหม่ มีส่วนในชัยชนะแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

แกะที่ดีย่อมจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะได้

คำอุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเล่านั้นส่วนใหญ่เป็นวิถีชีวิตเป็นอาชีพ ที่ชาวยิวคุ้นเคยและเห็นเป็นประจำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว สำหรับชาวยิวการเลี้ยงแกะ ฝูงแกะเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นในหมู่บ้านจะมีคอกแกะที่เป็นส่วนกลาง หมายความว่าใครก็ตามที่มีอาชีพเลี้ยงแกะเมื่อนำฝูงแกะกลับเข้ามาในหมู่บ้าน เขาจะนำฝูงแกะเข้าไปเดินเกะกะในหมู่บ้านไม่ได้ จะต้องนำฝูงแกะของตนไปรวมไว้ในคอกแกะส่วนกลาง เวลาต้อนแกะเข้าคอกคงจะไม่ยากอะไรหรอก แต่เวลาจะต้อนแกะออกไปกินหญ้านี่แหละยากหน่อย เพราะผู้เลี้ยงไม่สามารถไปตามหาแกะที่ละตัว จึงต้องเป่าทำเสียงสัญญาณจนแกะของตนจำได้ และไปยืนเป่าที่หน้าคอก เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณของผู้เลี้ยงแกะของเขาจะเดินออกมาข้างนอก และผู้เลี้ยงจะคอยดูว่าใช่แกะของเขาหรือไม่ พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา” (ยน.10:14)  ภาพเช่นนี้เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่มิใช่น้อย

ผู้เลี้ยงและแกะจะจำกันและกันได้จะมีความคุ้นเคย มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทางด้านพระเยซูคริสตเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเรา ทรงจำเราได้อยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย พระองค์ได้ทำหน้าที่ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์ไปแล้วโดยยอมสละชีวิตเพื่อแกะของพระองค์ “เรายอมสละชีวิตเพื่อแกะของเรา”(ยน.10:15) ฝ่ายพวกเราคงจะต้องลองไตร่ ตรองดูว่าใครเป็นผู้เลี้ยงแกะของเรา เรายังจำเสียงของผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเราได้หรือเปล่า เสียงที่เราฟังอยู่นั้นใช่เสียงของพระเยซูคริสตเจ้าหรือไม่ การจำเสียงของพระองค์ได้ หมายถึงการติดตามพระองค์ การปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ในปัจจุบันมีแหล่งที่มาของเสียงเชิญชวนพวกเราอยู่มากมาย เป็นเสียงที่ไพเราะเต็มไปด้วยของแจกของแถมที่ชวนให้หลงใหล ให้ซื้อ ให้ติดตามมันไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ อาทิ การโฆษณาต่างๆ คำขวัญ นโยบายหรูๆทางการเมือง ค่านิยมทางโลก สุขนิยม บริโภคนิยม วัตถุนิยม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นกระแสที่เชิญชวนดึงดูดเราอย่างรุนแรง จนเราหันเหออกจากหนทางของพระเจ้า จำเสียงของพระองค์ไม่ได้ จนในที่สุดละทิ้งความเชื่อเลิกติดตามพระองค์

การเป็นศิษย์ที่ดีของพระเยซูคริสตเจ้า ต้องจำเสียงของพระองค์ได้ ติดตามเสียงนั้นไป โดยปฏิบัติตามพระวาจาคำสอนของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อ ตอบสนองเสียงเรียกของพระองค์ “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันตามเรา” (ยน.10:27) ทำไมแกะจึงจำเสียงของผู้เลี้ยงได้ คำตอบก็คือ มันได้ยินได้ฟังเสียงนั้นบ่อยๆจนมันคุ้นเคยและจำได้ เราคริสตชนซึ่งเป็นแกะของพระเยซูคริสตเจ้า เราจะจำเสียงของพระองค์ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องคลุกคลีคุ้นเคยกับพระวาจาของพระองค์มากๆ สิ่งที่ชวนให้คิดก็คือ เราให้ความสำคัญกับพระวาจาของพระเจ้าแค่ไหน ในปัจจุบันแหล่งของเสียงมันอยู่ติดตัวเราตลอดเวลา ในรูปแบบของLine ของเกมส์ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ บางคนยังเล่นเกมส์ Chat เล่นLine ตอนฟังพระวาจาของพระเจ้า ขณะร่วมบูชาขอบพระคุณ เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะคุ้นเคยจำเสียงของพระเจ้าได้อย่างไร ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังนี้เตือนใจเรา ให้เราให้ความสำคัญ สนใจ ตั้งใจฟังพระวาจาของพระเจ้า เพื่อเราจะได้เข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อติดตามพระองค์ไป หนทางนี้แหละจะทำให้เราพบกับความสุขแท้ชีวิตนิรันดร.                                            พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  2. ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2ชั้นป.6 เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า  ลงชื่อได้ที่น้าเล็ก
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2019 จะมีพิธีเปิดฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม  ที่ตึกจอห์น ปอล โรงเรียนยอแซฟ สามพราน ผู้ที่สนใจจะไปร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกเวลา 7.00 น.
  5. วันอาทิตย์ที่ 19  พ.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี  วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151226 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 อาทิตย์ที่ สาม เทศกาลปัสกา

Saturday, May 4th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

ความศรัทธา ความยึดมั่นถือมั่นอย่างผิดๆ อาทิ คิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ ถ้าจะมีความผิดพลาดอะไรก็เพราะคนอื่นไม่ใช่ฉันแน่นอน การยึดติดกับการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาอย่างไม่รู้เหตุผล หรือการเชื่อถืออย่างตาบอด ฯลฯ คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความทุกข์ร้อนแก่เรามากที่สุด เราจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ต่อเมื่อเราตั้งจุดหมายที่จะแก้ไขมันอย่างจริงจัง โดยทำให้จุดเริ่มต้นที่ไร้เหตุผลในชีวิตของเรา กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่มีเหตุ ผล เพื่อจะทำดังที่ว่านี้มีสิ่งสำคัญสองประการที่เราต้องทำ คือ

1.ต้องมองสิ่งที่ไร้เหตุผลสิ่งที่เบาปัญญาทุกอย่างในชีวิตให้ออกแล้วตั้งใจเรียนรู้มัน

2.ต้องเข้าใจว่าชีวิตที่ตระหนักรู้และมีเหตุผลนั้นเกิดขึ้นได้ (ต้องกล้าคิด กล้าทำ และยอมเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยใจกว้าง)

จุดมุ่งหมายสำคัญของครูแห่งมนุษยชาติทุกคนก็คือ สร้างความเข้า ใจถึงจุดเริ่มต้นที่ไร้เหตุผล และมีเหตุผลในชีวิตของเรา เราควรพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติได้ทุกเมื่อ และสลัดอคติออกไป เปิดใจให้กว้างและยอมรับ นักเดินเรือใบที่มุ่งไปในทางเดียวตลอดเวลา โดยไม่ยอมเปลี่ยนทิศทางเมื่อลมเปลี่ยนทิศ ย่อมไม่มีวันเดินเรือถึงฝังได้สำเร็จ    (เฮนรี จอร์จ)

เมื่อเราพิจารณาชีวิตของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในชีวิตของเรา เราจะพบว่า แนวความคิดของนักคิดที่พ่อได้นำความคิดของท่านมานำเสนอไว้ข้างต้นน่าคิดมากทีเดียว เพราะเราจะพบผู้คนมากมายที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเขาจะเป็นของเขาอย่างนั้นชั่วนาตาปี ชีวิตและทัศนคติต่างๆไม่เคยเปลี่ยนแปลงย่ำอยู่กับที่ แม้การกระทำจะสร้างปัญหาส่งผลกระทบถึงคนอื่นและส่วนรวม เขาถูกมองด้วยสายตาที่ตำหนิติเตียน หรือหลายครั้งจะถูกว่ากล่าวด้วยวาจา แต่ก็เหมือนเดิมไม่รู้สุขรู้สมอะไร คนที่มีชีวิตอย่างนี้เป็นคนที่แปลกมากทีเดียว และจะสร้างความทุกข์ร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น ถ้านักคิดท่านนี้ท่านคิดถูกและมีมูลความจริง อย่างที่เรามีประสบการณ์ในชีวิต การสดับรับฟังการยอมรับมโนธรรมทางสังคม ซึ่งอาจจะเป็นผล กระทบที่ก่อให้เกิดเสียหายทางสังคม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ผู้คนรอบข้างมีต่อเรา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องนำมาไตร่ตรองเพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น

สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนไม่พัฒนาในทุกมิติแห่งชีวิต คือความจองหอง ความจองหองทำให้เราบูชาตนเองเป็นพระเจ้า ฉันเก่งอยู่แล้ว ดีอยู่แล้ว รู้ทุกอย่าง ไม่เคยทำผิด ฉันจึงเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง ศาสนาพุทธนิกายเชนเรียกคนพวกนี้ว่าชาล้นถ้วย จะเทน้ำชาดีเท่าไรขนาดไหนก็ล้นทิ้งเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์ ศาสนาคริสต์ พระเยซูคริสตเจ้าเรียกคนพวกนี้ว่าคนที่ทำบาปผิดต่อพระจิตเจ้า และพระองค์ยังตรัสต่อไปด้วยว่าบาปทุกชนิดที่เราทำผิดต่อพระเจ้าจะได้รับการอภัย แต่บาปผิดต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัย เพราะมันคือการทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดไม่ยอมกลับใจ เราจะเห็นได้ว่าคนที่จองหอง ยึดมั่นถือมั่น ไม่ยอมรับความจริงแห่งตนเป็นคนที่พัฒนาไม่ได้ในทุกๆมิติแห่งชีวิตมนุษย์ เพราะดื้อรั้นในความผิดไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นนี่เองแหละ ที่ทำให้เขาไม่มีการพัฒนาชีวิตต้องจมอยู่ในสภาพเดิมๆเช่นนั้นตลอดไป.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การรู้จัก ความเชื่อ ความหวัง และความรัก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจพัฒนาการทางความเชื่ออย่างชัดเจน ความเชื่อเริ่มต้นจากการรู้จักหรือความ รู้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ปรารถนาที่จะเป็นคาทอลิก จะต้องมาเรียนคำสอนก่อนในการสอนคำสอนผู้สอนจะถ่ายทอดความรู้ และความเชื่อของตนให้ผู้เรียน พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำเช่นเดียวกันเมื่อพระองค์เริ่มออกมาเทศน์สอน พระองค์ทรงเรียกอัครสาวกทั้งสิบสองให้มาใช้ชีวิตกับพระองค์ และทรงสั่งสอนพวกเขาให้รู้จักพระองค์ เนื่องจากการรู้จักหรือความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อ แสดงว่าความเชื่อระดับนี้เป็นความเชื่อที่ยังไม่ลึกซึ้งไม่เข้มแข็ง ยังต้องการการพัฒนาทำให้ลึกซึ้งเข้มแข็งมากขึ้น โดยเชิญชวนให้ผู้เรียนมาสวดภาวนาและร่วมบูชาขอบพระคุณร่วมกัน เพื่อผู้เรียนจะได้มีประสบการณ์ความเชื่อในกลุ่มคริสตชน

สภาพของอัครสาวกหลังจากพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ ที่เราพบในพระวรสารแสดงให้เห็นว่าความเชื่อของพวกท่านยังผิวเผินอ่อนแอ อาจจะเป็นการรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าตามทัศนะของพวกท่านเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงทำให้พวกท่านสิ้นหวังและกลับไปประกอบอาชีพเดิม “ซีมอบ เปโตร บอกคนอื่นว่า ข้าพเจ้าจะไปจับปลาศิษย์คนอื่นตอบว่า พวกเราจะไปกับท่านด้วย (ยน.21:3) เมื่อความเชื่อของอัครสาวกเป็นเช่นนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงเสด็จมาหาพวกท่าน และกระทำกิจการหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อพัฒนาฟื้นฟูความเชื่อของพวกท่านให้เข้มแข็งและลึกซึ้งมากขึ้น อาทิ ทำให้พวกท่านจับปลาได้มาก มายซึ่งช่วยให้พวกท่านระลึกถึงเหตุการณ์ที่พวกท่านเคยประสบมาแล้ว บรรดาศิษย์จึงเหวี่ยงแหออกไป และดึงขึ้นไม่ไหว เพราะได้ปลาเป็นจำนวนมาก (ยน.21:6) ทรงนั่งย่างปลาและปิ้งขนมปัง เพื่อจะได้ให้บรรดาศิษย์รู้ว่าพระองค์ไม่ใช่ผี บรรดาศิษย์…..เห็นถ่านติดไฟลุกอยู่ มีปลาและขนมปังวางอยู่บนไฟ….ไม่มี…คนใดกล้าถามว่า ท่านเป็นใคร เพราะรู้ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยน.21:9-12)

ความเชื่อเริ่มจากการรู้จักเชื่อมั่นมีความหวังจนในที่สุดรักพระองค์ ดังนั้นหลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าทำให้บรรดาศิษย์มีความเชื่อในพระองค์แล้ว พระองค์จึงถามนักบุญเปโตรซึ่งเป็นผู้นำของพระศาสนจักรว่า รักพระองค์หรือเปล่าถึง 3ครั้ง และสั่งดูแลฝูงแกะของพระองค์ เพราะถ้ารักพระองค์จริงจะต้องรักทุกสิ่งที่พระองค์รัก และปฏิบัติตามคำสอนติดตามพระองค์ไปในหนทางของพระองค์ พระองค์ตรัสถามเป็นครั้งที่สามว่า…..ท่านรักเราไหม…..เขาทูลตอบว่า……ข้าพเจ้ารักพระองค์….จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด (ยน.21:15-17) และหลังจากที่พระองค์ตรัสถึงชะตากรรมในบั้นปลายชีวิตของท่านแล้ว พระองค์เชิญชวนท่านให้ติดตามพระองค์ จงตามเรามาเถิด (ยน.21:19) จนในที่สุดท่านได้ตอบรับคำเชิญของพระองค์โดยยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ที่บรรดาศิษย์ของพระองค์ยอมลำบากทนทุกข์ทรมานยอมสละชีวิต ก็เพราะรักพระองค์ซึ่งเป็นความเชื่อที่ลึกซึ้งที่สุด   เราคริสตชนทั้งหลาย จึงต้องพยายามพัฒนาความเชื่อของตนให้ลึกซึ้งมากขึ้นทุกๆวัน โดยอาศัยการสวดภาวนา พระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะได้รู้จักและรักพระองค์จนกระทั่งมีความเชื่อมั่นมีความกล้าหาญ ที่จะเลิกคิดถึงตนเองอุทิศตนเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขนตามพระองค์ไปจนถึงเป้าหมายปลายทาง.                                                                            พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                     คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการส่งให้เขต 2 และอัครสังฆมณฑล นำไปช่วยผู้ด้อยโอกาสต่อไป
  2. ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2 ชั้นป.6 เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้โอกาสสมโภชพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า  ลงชื่อได้ที่น้าเล็ก\
  3. วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2019 ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันรวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2019 จะมีพิธีเปิดฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม ที่ตึกจอห์น ปอล โรงเรียนยอแซฟ สามพราน ผู้ที่สนใจจะไปร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกเวลา 7.00 น.
  5. วันอาทิตย์ที่ 19  พ.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

            ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                   ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ        ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                      นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน

ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151224 วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2019 สมโภชปัสกา พระเยซูคริสตเจ้า ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

Wednesday, May 1st, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

พระธรรมล้ำลึกปัสกา ถือว่า  เป็นพระธรรมล้ำลึกที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักร ทุกครั้งที่พระสงฆ์ถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณ เป็นการฉลองพระธรรมล้ำลึกนี้เป็นพิเศษในการถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ วันสมโภช ปัสกา จึงเป็นการสมโภชใหญ่และสำคัญที่สุดในรอบปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น มีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในวันสมโภชปัสกาจึงเป็นการฉลองชีวิตใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราทุกคน เมื่อเข้าเทศกาลมหาพรตเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา ถ้าใครเคยไปยุโรปจะพบว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี เป็นฤดูที่สวยงามสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลที่เสริมส่งให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกามากขึ้น เพราะต้มไม้กำลังผลิใบออกดอกหลังจากที่มันยืนต้นเป็นเหมือนต้นไม้ตาย มาหลายเดือนในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติที่กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ในประเทศไทยฤดูกาลมันไม่ค่อยเสริมส่งเท่าไร เพราะวันปัสกามักจะอยู่ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมาก ด้วยเหตุนี้ฤดูกาลแทนที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตใหม่ จึงกลับกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความตาย ที่จริงก็ดีเหมือนกัน มันคงจะทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการใช้สัญลักษณ์จึงเข้ามามีบทบาท    เพื่อช่วยเราให้เข้าใจพระธรรมล้ำลึก ปัสกามากขึ้น สัญลักษณ์ที่แสดงถึงชีวิตใหม่นอกจากฤดูกาลตามที่เขียนเล่ามาข้างต้นแล้ว ในพระศาสนจักรยังได้หยิบยกเอาธรรมเนียมโบราณของหลายประเทศ และสิ่งอื่นๆที่พอจะช่วยเราให้เข้าใจความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกามาใช้อีกด้วย

“ไข่ปัสกา” เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตใหม่ที่นิยมใช้กันมากพอสมควร เพราะชาวอียิปต์โบราณและชาวเปอร์เซีย จะจัดงานฉลองใหญ่เมื่อฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบครบรอบปี พวกเขาถือว่าชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในงานฉลองฤดูใบไม้ผลินี้พวกเขาฉลองด้วยการกินไข่ “ไข่”เป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตเพราะเมื่อพบว่าที่ไหนมีไข่เราสามารถอนุมานได้ว่า อีกไม่นานจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ถ้าเห็นแม่ไก่กำลังฝักไข่เราก็มีความหวังว่าอีกไม่นานจะเห็นลูกเจี๊ยบเกิดขึ้น “ไข่” จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดมาและการมีชีวิตใหม่ นอกนั้นยังมีธรรมเนียมโบราณของพระศาสนจักรที่ห้ามกินไข่ในเทศกาลมหาพรต เมื่อสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตคริสตชนจึงฉลองปัสกาด้วยการกินไข่ คงจะเหมือนๆกับเทศกาลคาร์นิวัล (Carnaval) ซึ่งจะจัดขึ้นก่อนวันพุธรับเถ้า คำนี้มาจากภาษาลาตินว่า Carne แปลว่า เนื้อ Vale แปลว่า ลาก่อน พอมารวมกันเข้าจึงแปลว่า “เนื้อลาก่อน” หรือเรียกว่า “เทศกาลอำลาเนื้อ”

          “กระต่ายปัสกา” กระต่ายถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกดก อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่า เมื่อไข่ปัสกาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่แล้ว บางที่จึงมีการจัดกิจกรรมซ่อนและหาไข่ปัสกาเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งมีการจัดกิจกรรมซ่อนไข่ปัสกา และให้เด็กออกไปหาขณะที่กำลังหาอยู่นั้นเผอิญเด็กคนหนึ่งไปพบกระต่ายกระโดดออกมาจากบริเวณที่เขาจะเดินเข้าไปหาไข่ปัสกาเมื่อ เข้าไปถึงก็พบไข่ปัสกาอยู่ตรงนั้น เลยเป็นที่มาของกระต่ายนำไข่ปัสกามาให้ ไข่ปัสกาหมายถึงชีวิตใหม่ กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์ของการนำชีวิตใหม่ เมื่อคุณ ลักษณะการมีลูกดกของกระต่ายบวกด้วยตำนาน กระต่ายจึงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตใหม่

สัญลักษณ์เหล่านี้แม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายความหมายแห่งปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า ที่นำชีวิตใหม่มาให้กับมนุษยชาติ และทำให้มนุษยชาติได้รับความรอดพ้น.

                                                                       จากคุณพ่อเจ้าวัด

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

พระธรรมล้ำลึกปัสกา หมายถึง การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อไถ่บาปช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้นของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งข้อความเชื่อทั้งหมดของเรา ถ้าพระเยซูคริสตเจ้า ไม่ได้รับทนทรมาน ไม่ได้สิ้นพระชนม์ และไม่ได้กลับคืนพระชนมชีพ ความเชื่อของเราจะเป็นความเท็จเป็นการโกหกทั้งสิ้น เพราะข้อความเชื่อของเราทั้งหมด ล้วนมีความสัมพันธ์กับพระธรรมล้ำลึก ปัสกา พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อและยอมรับตามประสามนุษย์ จากสิ่งที่บรรดาศิษย์และอัครสาวกประสบ คือคนๆหนึ่งถูกทรมาน ตอกตรึงบนไม้กางเขนสิ้นเรี่ยวแรงจนตาย ถูกหอกแทงที่สีข้างเลือดและน้ำไหลหลั่งออกมามากมาย ซึ่งแสดงว่าคนๆนั้นตายจริงๆ และจะให้พวกเขาเชื่อว่าคนที่พวกเขาเห็นด้วยตาว่าตายแล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไร

เนื่องจากตามประสามนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับและเชื่อยากอย่างนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงต้องแสดงเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง พระคูหาว่างเปล่าทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ เห็นผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง (ยน.20:6-7) พระองค์ทรงปรากฏองค์ให้บรรดาศิษย์และอัครสาวกได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และได้รับประทานอาหารร่วมกับพระองค์  เพื่อกระตุ้นเตือนพวกท่านให้คิดถึงการทำนายล่วงหน้าของพระองค์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยพวกเขาจะได้สามารถก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพ ตามประสามนุษย์ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเชื่อในพระองค์ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ได้ยิน ได้เห็น จะก้าวพ้นเหตุการณ์ทางกายภาพและมีความเชื่อ เขายังคงไม่เชื่อและดำเนินชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเครื่องหมายทางกายภาพหลายอย่าง มีคนจำนวนมากมายที่มีประสบการณ์รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นพยาน ไปบอกเล่า พาไปดูหลักฐาน แต่ก็ยังมีคนมากมายที่ไม่เชื่อ ไม่มีใครมาหาเราได้ นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา…ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา (ยน.6:44-45)

ความเชื่อจึงไม่ได้เป็นเพียงความรู้ ความเข้าใจ และการจำนนด้วยหลักฐานหรือเหตุผล แต่เป็นประสบการณ์ที่คนๆหนึ่งเข้าไปสัมผัสลิ้มรสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ อาทิ การมาร่วมบูชาขอบพระคุณ การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อย่างดี การสวดภาวนา การอ่าน ฟังพระวาจาของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม ฯลฯ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว หลักฐานและเหตุผลต่างๆ ก็จะเป็นเรื่องรองๆ ลงมาที่ช่วยเสริมให้เขามีความเชื่อมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเขาประสบปัญหาความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ความเชื่อของเขาก็จะไม่คลอนแคลนหวั่นไหวง่ายๆ เพราะเขาเชื่อมั่นในการประทับอยู่และพยานสอดส่องของพระเจ้า

แม้พยานหลักฐานในการกลับคืนพระชนมชีพจะไม่เพียงพอ และพวกเจ้าคณะสงฆ์จะจ้างคนไปประกาศว่า อัครสาวกมาขโมยพระศพไป อีกทั้งยังมีการเบียดเบียนลงโทษ แต่บรรดาอัครสาวกและสาวกอื่นๆที่มีประสบการณ์ความเชื่อทั้งหลาย ก็ยังคงยืนยันด้วยชีวิตและประกาศความเชื่อ เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าต่อไป เหตุว่าพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อเรื่องนี้จริงๆ และนี่คือพยานหลักฐานที่หนักแน่นที่สุด เพราะเป็นการยืนยันด้วยการยอมพลีชีวิตของตนเพื่อยืนยันความจริงที่พวกท่านได้ประกาศเทศน์สอน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ประกาศ

  1. สุขสันต์วันปัสกาสำหรับพี่น้องทุกท่าน และขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้พิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์และการสมโภชปัสกาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2019 จะมีพิธีโปรดศีลกำลังสำหรับเด็กๆที่มาจากทุกเขตของอัครสังมณฑลกรุงเทพ ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ มีการซ้อมพิธี 8.30 น. มิสซาเวลา 10.00 น. ขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่ เด็กที่จะรับศีลกำลังและพ่อแม่ทูลหัว ให้นัดแนะกับบราเดอร์ให้ตรงเวลาด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. 2019 จะมีพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรก และการรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปอย่างสง่าที่วัดของเรา ขอพี่น้องพาลูกที่จะรับศีลมาวัดก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัวทำความเข้าใจกับพิธีการต่างๆ
  5. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  6. ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                       ยอแซฟ วรพจน์ รวิวรกุล

บุตรของ           ยอแซฟ อภิทัศน์ และ โรซา ภาวนา รวิวรกุล

กับ                          นางสาว สุชาดา พงษ์เขตคาม

บุตรีของ        นาย สมชาติ และ นาง สุรีย์พร พงษ์เขตคาม

พิธีสมรสวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้

พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

ฉบับที่ 14022 วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2014 เทศกาลปัสกา

Thursday, May 29th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

มีเริ่มก็มีจบ มีขึ้นก็มีลง มีสุขก็มีทุกข์ มีรักก็มีเกลียด มีพบก็มีลา เมื่อมา……ถึงเวลาก็ต้องไป สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นของคู่กันเสมอ พบเจอสลับไปมาอยู่ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอตลอดในชีวิต เป็นเรื่องปกติธรรมดาและไม่สามารถหลีกหนีพ้นไปได้ ไม่ว่าเราจะร่ำร้องขอจากใครก็ตามเราก็ไม่อาจหลีกหนีได้ ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องพบกับมัน สิ่งเดียวที่เราทำได้คือทำใจ ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดกับเราให้ได้ ยิ้มรับทุกอย่างด้วยความยินดี “พระเจ้าทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์” (รม.8:28) อยากให้พระวาจานี้เป็นกำลังใจทุกครั้งสำหรับผู้ที่หาคำตอบให้กับชีวิตของตนไม่ได้ พระวาจานี้จะทำให้เรามีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น ในยามที่เราประสบปัญหาพบความยากลำบาก มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มืดมน ไม่มีใครเข้าใจ หาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ หลายครั้งที่ความยากลำบากในชีวิตทำให้เราท้อแท้หมดหวัง เรามักตั้งคำถามกับตัวเอง พร้อมกับบ่นว่าพระเจ้า “ทำไม?…ต้องเจอสิ่งนี้….อย่างนี้…อย่างนั้น” มากมาย และเราก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เรามัวแต่มองในมุมของตนเอง แต่หากเรามองในมุมอื่นบ้าง มองแบบที่พระเจ้าทรงมอง จะทำให้เราเห็นในอีกแบบหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นผลดีมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดหรือวางแผนไว้ แล้วนั้นเราจะมีความสุขใจ และทำใจยอมรับสิ่งต่างๆที่เกิดกับเราได้มากขึ้น ซึ่งอาจไม่เห็นผลทันตาแต่มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

(more…)