Posts Tagged ‘สารวัด’

ฉบับที่ 14019 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2014

Thursday, May 8th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

คณะทำงานที่ดีต้องมีฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านที่ดีต้องคัดค้านในสิ่งที่มีเหตุผล และทั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานนั้นต้องเป็นคนใจกว้างพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากตน พ่อคงจะเบื่อน่าดูถ้าเจอวัดไหนที่มีแต่ลูกขุนพลอยพยัคฆ์ คุณพ่อว่าอย่างไรก็ว่าตามกันหรืออะไรๆก็แล้วแต่คุณพ่อ โชคดีของพ่อที่วัดของเราไม่เป็นอย่างที่กล่าวถึงนี้ สัตบุรุษต้องกล้าแสดงความคิดเห็นซึ่งได้ไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้ว และต้องยินดีรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากตนด้วยใจกว้าง เพราะโดยธรรมชาติแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนจะสามารถรู้ไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นจึงไม่มีใครเลยที่สามารถตั้งตนเองเป็นมาตรการตัดสินทุกสิ่ง

(more…)

ฉบับที่ 14018 วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2014

Thursday, May 1st, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

หนังสือประกาศกเป็นหนึ่งในพระคัมภีร์ 73 ฉบับ ที่พระศาสนจักรรับรอง ถ้าพี่น้องเคยอ่านพระคัมภีร์หรือเคยได้ฟังพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมอยู่บ้าง พี่น้องก็พอที่จะทราบว่าประกาศกมีหน้าที่อะไร ประกาศกมีหน้าที่ที่จะนำเอาพระประสงค์ของพระเจ้ามาแจ้งให้ประชากรของพระองค์ทราบ พระประสงค์ของพระเจ้าที่เป็นคำแนะนำหรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ถ้าประกาศกพูดเรื่องทำนองนี้เราเรียกว่า “การสอน” ถ้าเทศน์สอนเรื่องที่ประชากรของพระเจ้าทำผิดพลาดและเชิญชวนให้เปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินชีวิตเราเรียกว่า “การตักเตือน” และเมื่อประกาศกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเราเรียกว่า “การทำนาย”

(more…)

ฉบับที่ 14017 วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2014

Friday, April 25th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

พี่น้องเวลานี้เราผ่านเทศกาลมหาพรตเข้าสู่เทศกาลปัสกา ตั้งแต่วันพุธรับเถ้าซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลมหาพรต จนถึงวันสมโภชพระจิตเจ้าเสด็จมา เป็นช่วงเวลาที่เราเรียกกันว่ากำหนดปัสกา ซึ่งมีระบุไว้ในพระบัญญัติของพระศาสนจักรว่า “จงรับศีลอภัยบาป และจงรับศีลมหาสนิทอย่างน้อยปีละครั้งในกำหนดปัสกา” พ่ออยากให้พี่น้องสังเกตวลีที่ว่า “อย่างน้อยปีละครั้ง” ไม่ใช่ปีละครั้งเฉยๆนะครับ ก็แสดงว่านี่เป็นขั้นต่ำสุดหรือเส้นตาย ถ้าใครไม่ทำเช่นนี้ต้องถือว่าเสียความเชื่อแล้ว สำหรับคนที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่เสมอก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะเราได้ปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนคนที่ห่างเหินการปฏิบัติศาสนกิจไปบ้างก็ไม่ต้องถือเคร่งจนเกินเหตุ ถ้าเราจะรับศีลอภัยบาปสามารถมาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดปัสกา เพราะที่พระศาสนจักรกำหนดไว้เช่นนี้เป็นเพียงการกำหนดเวลา เพื่อเตือนสำนึกคริสตชนในการปฏิบัติศาสนกิจเท่านั้น

(more…)

ฉบับที่ 14016 วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2014

Thursday, April 17th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

“พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” เป็นประโยคหนึ่งที่อยู่ในบทข้าแต่พระบิดา ซึ่งเราสวดกันเป็นประจำเกือบทุกวันที่เราสวดภาวนา ฟังดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า และยินดีน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ด้วยความเชื่อด้วยความวางใจในพระองค์ว่า พระองค์จะจัดเตรียมทุกอย่างที่ดีไว้สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ ความวางใจ และรักพระองค์ แต่เมื่อเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบาก ในยามที่เราเจ็บป่วย เวลาที่มีปัญหาต่างๆมันถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา มันก็ทำให้เราสวดภาวนาประโยคนี้ได้ยังไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนกัน เพราะความเชื่อความวางใจในพระเจ้าของเราจะเริ่มหวั่นไหว เราจะเริ่มสงสัยไม่เข้าใจในพระประสงค์ของพระเจ้า และน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์นั้นยากจริงหนอ แต่ถึงแม้จะยากสักเท่าใดก็อย่าหมดความวางใจในพระองค์

(more…)

ฉบับที่ 14015 วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2014

Thursday, April 10th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ในช่วงเวลานี้พระศาสนจักรในประเทศไทยพยายามที่จะสร้างพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม โดยอาศัยกระบวนการสร้างกลุ่มวิถีชุมชนวัด (Basic Ecclesial Community) วิทยากรท่านหนึ่งได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีปัญหามากมาย อาทิ ยาเสพติด เด็กๆเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ตามศาลาสาธารณะ การพนันแทบทุกประเภท ฯลฯ แล้วท่านก็ถามชาวบ้านที่มาฟังบรรยายว่า “พวกเราชอบหมู่บ้านแบบนี้ไหม ปรารถนาให้หมู่บ้านของเราเป็นอย่างนี้ไหม” “หมู่บ้านของเรามีปัญหาอย่างนี้บ้างหรือไม่” ชาวบ้านก็ตอบกันส่วนใหญ่ว่า “ปัญหาส่วนใหญ่มันก็คล้ายๆกัน” เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรทำอะไรเพื่อจะแก้ปัญหา ในที่ประชุมตกลงกันว่าจะทดลองตั้งกลุ่มวิถีชุมชนวัด เมื่อกลุ่มเหล่านี้เข้มแข็งขึ้นแล้วปัญหาก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

(more…)

ฉบับที่ 14014 วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2014

Saturday, April 5th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นแล้ว วันแรกวุ่นวายน่าดูชมเลยทีเดียว รถรับนักเรียนมาช้าเพราะรถติดบ้าง หาบ้านไม่เจอบ้าง วันที่สองเริ่มดีขึ้น เด็กมีโอกาสสวดภาวนาร่วมกัน พ่อมีโอกาสอบรมเด็กๆก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียน คำถามแรกที่พ่อถามเด็กๆที่เข้ามาเรียนคำสอนก็คือ “พวกเธอมาเรียนคำสอนกันทำไม” ไม่น่าเชื่อมีเด็กสองสามคนตอบอย่างชัดเจนว่า “หนูอยากรู้จักพระเยซูคริสตเจ้า” บางคนตอบว่า “เพื่อจะได้รู้จักประวัติของพระเยซูคริสตเจ้า และแม่พระ” ถามว่าคำตอบนี้ตรงกับคำตอบที่มีอยู่ในใจพ่อหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นคำตอบที่ไม่ตรงทีเดียวนัก แต่ถามว่า ผิดไหม คงต้องตอบว่าไม่ผิด เพราะคำตอบที่พ่อต้องการก็คือ “เพื่อเด็กๆจะได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น” ถึงแม้คำตอบจะไม่ตรงใจพ่อนัก แต่พ่อยังคงตั้งใจฟังคำตอบนั้น และเชื่อมโยงเข้าหาคำตอบที่พ่อต้องการ “เก่งมากลูก พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระเจ้าพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพ ที่ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทำให้เรารู้จักพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น”

(more…)