บอกเล่าให้ฟัง
ศาสนาสร้างคน คนสร้างชาติ ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพระเจ้าทรงเริ่มแผนการช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น โดยเริ่มจากคนๆหนึ่ง “พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน” พ่อคิดเล่นๆตามทัศนะของชาวบ้าน ทำไมพระเจ้าต้องเรียกอับราฮัมออกจากบ้านเกิดเมืองนอน และทำให้เกิดเป็นชนชาติใหม่ ชนเผ่าต่างๆในสมัยนั้นคงจะมีอะไรดิบๆเถื่อนๆอยู่บ้าง พระองค์จึงทรงเรียกคนๆหนึ่งออกมาต่างหาก เพื่อจะได้เตรียมเขาให้เป็นบิดาของชนชาติที่พระองค์ทรงเลือกสรรในอนาคต โดยการทำให้อับราฮัมค่อยๆมีประสบการณ์กับพระเจ้าเที่ยงแท้ และเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ทำให้ท่านรู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเป็นคนสมคน เป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ จากครอบครัวเดียวกลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ พระเจ้าทรงทราบดีว่าชนกลุ่มใหญ่เช่นนี้จะอยู่ด้วยกันได้ จะต้องมีผู้นำพระองค์ทรงเรียกโมเสส จะต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกันพระองค์ประทานพระบัญญัติ 10 ประการให้ที่ภูเขาซีนัย จากนั้นชนกลุ่มเล็กๆก็ค่อยๆพัฒนามีระบบระเบียบจนกลายเป็นชนชาติอิสราเอลขึ้นมา
จากคุณพ่อเจ้าวัด
การเดินทางชีวิตคริสตชน
ชีวิตคริสตชนเป็นการเดินทางเรากำลังเดินทางกลับบ้านแท้ของเราคือเมืองสรรค์ พระเยซูคริสตเจ้าทรงบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า หนทางนี้มีความยากลำบากเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน และเป็นหนที่เราต้องติดตามพระองค์ไปจึงจะสามารถถึงเป้าหมาย “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”(มธ.16:24) บนหนทางไกลและผจญภัยเช่นนี้พวกเราคงทราบดีอยู่แล้วว่า สิ่งที่จำเป็นที่ต้องนำติดตัวไปก็คือ เข็มทิศหรือสิ่งที่บ่งชี้เป้าหมายที่ชัดเจน อาหาร ยารักษาโรค และอาวุธ ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงประทานพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเดินทางชีวิตคริสตชนให้กับเรา เพื่อเราจะได้สามารถเดินทางจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต
พระวาจาของพระเจ้า เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเป็นดั่งเข้มทิศที่ชี้บอกทาง ให้เราทราบว่าเราต้องเดินไปทางไหนและต้องเดินทางอย่างไร ในการดำเนินชีวิตของเราพระวาจาของพระเจ้าจะทำให้เราทราบว่า เราต้องดำเนินชีวิตอย่างไรต้องปฏิบัติอะไรซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และอะไรต้องหลีกเลี่ยงเพราะจะนำเราไปสู่ความหายนะ “ทุกคนจะได้รับคำสอนจากพระเจ้า ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา”(ยน.6:45) พระวาจาของพระเจ้ายังเป็นดั่งอาหารที่ทำให้เราชุ่มชื่นใจมีปีติภายใน มีกำลังใจในการเดินทางต่อไป “มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”(มธ.4:4)
ศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นดังอาหารและยารักษาโรค เป็นต้นศีลมหาสนิทพระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิตผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย….เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต”(ยน.6:34,51) ภาพพจน์ของศีลมหาสนิทที่เป็นเสบียงอาหารเราเห็นชัดเจนในการโปรดศีลเจิมคนไข้พระสงฆ์จะนำศีลมหาสนิทไปส่งให้ผู้ป่วยด้วยซึ่งเราเรียกว่า “ศีลเสบียง” เพื่อเป็นเสบียงอาหารในการเดินทางไปสู่ชีวิตนิรันดร “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเราก็จะมีชีวิตนิรันดร เราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย”(ยน.6:54) ศีลมหาสนิทยังเป็นยาที่เยียวยารักษาเราให้พ้นจากพิษร้ายของบาป ในบทเสกศีลมหาสนิทพระสงฆ์ภาวนาว่า “โลหิตซึ่งจะหลั่งออกเพื่อยกบาปสำหรับท่าน และมนุษย์ทั้งหลาย” แสดงว่าศีลมหาสนิทเป็นโอสถทิพย์ที่ให้ชีวิตอมตะและสามารถเยียวยารักษาพิษร้ายของบาป
ข้อสังเกตจากการถูกประจญของพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์เอาชนะการประจญเหล่านี้ด้วยพระวาจาของพระเจ้า “พระองค์ตรัสตอบว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า….”(มธ.4:3,6,7,10) นอกนั้นโดยอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เราไปรับด้วยความศรัทธา เราจะได้รับพระหรรษทานเฉพาะศีลซึ่งเป็นเหมือนยา อาวุธ และพลังที่ทำให้เราสามารถต่อสู้กับศัตรูความชั่วร้ายได้ทั้งสิ้น พระเยซูคริสตเจ้าประทานพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ให้กับเรา เพราะปรารถนาให้พวกเราเดินทางชีวิตจนบรรลุเป้าหมายปลายทาง นั่นคือชีวิตนิรันดรมีความสุขกับพระองค์ในเมืองสวรรค์ ขอให้เราได้ใช้ของประทานอันประเสริฐนี้อย่างคุ้มค่าและมีความหมายต่อชีวิตของเรา เพื่อเราจะได้สามารถกลับบ้านแท้ไปพบพระบิดาของเราสักวันหนึ่ง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
- วันอาทิตย์ที่ 19 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบท และผู้ที่ปรารถนาจะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- วันจันทร์ที่ 13 ส.ค. 2012 ฉลองวัดมารีย์สวรรค์ และรื้อฟื้นการแต่งงานครบ 25 ปี และ 50ปีขึ้นไป ขอเชิญพี่น้องไปร่วมแสดงความยินดีกับคู่แต่งงานเหล่านี้ด้วย
- วันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. 2012 มีอบรมถ่ายภาพในวัดครั้งที่ 2 ขอเชิญผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพ เป็นต้นการถ่ายภาพในพิธีกรรม รับการอบรมหลังมิสซาเวลา 10.30 น. ที่บ้านพักพระสงฆ์
- ประกาศแต่งงานระหว่างนาย ประชัย ศิริรติกุล บุตรของนาย ประจง แซ่จู และนาง ดวงพร ศิริรติกุล กับ อานัสตาเซีย นัฐฐิกา วรธนิตกิจกุล บุตรีของยอแซฟ วิจักษ์ และ มารีอา มลินี วรธนิตกิจกุล ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 12-08-2012
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต