ฉบับที่ 969 วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ศาสนาสร้างคน คนสร้างชาติ ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพระเจ้าทรงเริ่มแผนการช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น โดยเริ่มจากคนๆหนึ่ง “พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน” พ่อคิดเล่นๆตามทัศนะของชาวบ้าน ทำไมพระเจ้าต้องเรียกอับราฮัมออกจากบ้านเกิดเมืองนอน และทำให้เกิดเป็นชนชาติใหม่ ชนเผ่าต่างๆในสมัยนั้นคงจะมีอะไรดิบๆเถื่อนๆอยู่บ้าง พระองค์จึงทรงเรียกคนๆหนึ่งออกมาต่างหาก เพื่อจะได้เตรียมเขาให้เป็นบิดาของชนชาติที่พระองค์ทรงเลือกสรรในอนาคต โดยการทำให้อับราฮัมค่อยๆมีประสบการณ์กับพระเจ้าเที่ยงแท้ และเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ ทำให้ท่านรู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเป็นคนสมคน เป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ จากครอบครัวเดียวกลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ พระเจ้าทรงทราบดีว่าชนกลุ่มใหญ่เช่นนี้จะอยู่ด้วยกันได้ จะต้องมีผู้นำพระองค์ทรงเรียกโมเสส จะต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกันพระองค์ประทานพระบัญญัติ 10 ประการให้ที่ภูเขาซีนัย จากนั้นชนกลุ่มเล็กๆก็ค่อยๆพัฒนามีระบบระเบียบจนกลายเป็นชนชาติอิสราเอลขึ้นมา

การยกตัวอย่างเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดมาเล่าให้ฟังนี้ ทำให้เราเห็นวิถีทางของพระเจ้าและเราจะพยายามเลียนแบบวิถีทางของพระองค์ การสร้างชนชาติซึ่งจะเป็นประชากรที่ทรงเลือกสรรเริ่มจาก “คน” ทำให้พ่อคิดว่าพัฒนาต่างๆต้องเริ่มจาก “คน” อาทิ การพัฒนาครอบครัว การพัฒนาวัดหรือชุมชนแห่งความเชื่อ การพัฒนาสังคม การพัฒนาประเทศ และการพัฒนาโลก ถ้าสามารถสร้างคนดีๆขึ้นมากๆบุคคลเหล่านี้จะเป็นกลไกที่สำคัญทำให้สิ่งต่างๆพัฒนาไปในแนวทางที่ดี การพัฒนาคนสร้างคนต้องเริ่มจากภายในออกมาสู่ภายนอก “คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า”เราต้องพยายามทำให้คนดีเสียก่อน และความดีคุณธรรมต่างๆ อาทิ ความซื่อตรง การมีระเบียบวินัยก็จะให้คนๆนั้นพัฒนาศักยภาพในตัวเขาจนกลายเป็นคนเก่ง สิ่งที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจคนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ใช่การศึกษาแต่เป็นศาสนา เพราะศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวแห่งจิตใจจึงสามารถเข้าถึงจิตใจมนุษย์การพัฒนาคนจึงต้องเริ่มต้นที่จิตใจทำให้ให้คนมีจิตใจสูงมีคุณธรรม ศาสนาจึงมีบทบาทที่สำคัญในการสร้าง “คน” แต่น่าเสียดายผู้นำหลายๆท่านกลับไม่เห็นคุณค่า ยกเอาวิชาศีลธรรม และหน้าที่พลเมืองออกจากระบบศึกษา เพราะพวกท่านเน้นคุณค่าทางวัตถุมากกว่าคุณค่าทางด้านจิตใจ เมื่อถึงวันนี้รู้ซึ้งถึงปัญหาจะใส่เข้าไปใหม่ก็ยากเสียแล้ว เพราะเราได้ใส่วิชาอย่างอื่นเข้าไปทดแทนจนไม่มีช่องว่างให้ใส่กลับคืนที่เดิม จึงเกิดภาวะรักพี่เสียดายน้องขึ้นมาและต้องหาวิธีการสอดไส้เข้าไปจนได้ จึงมีผู้คิดค้นพัฒนาหลักสูตร “โตไปไม่โกง” เพื่อนำไปใส่ทดแทนของเดิมที่ขาดหายไปจากระบบการศึกษา ด้วยเหตุนี้ถ้าพวกเราเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า “ศาสนาสร้างคน คนสร้างชาติ” เราคงไม่ต้องรอระบบการศึกษาหรอกครับ เราสามารถเริ่มทำได้ทันทีจากตัวเราครอบครัวของเรา เพราะระบบต่างๆนั้นมีอยู่แล้วเพียงเราต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ เรามีศาสนารวมทั้งครูสอนอยู่แล้ว พระศาสนจักรสอนว่า “พ่อแม่เป็นครูคำสอนคนแรกของลูกๆ” ถ้าพ่อแม่เอาใจใส่สอนความเชื่อปลุกฝังคุณธรรมให้กับลูก ปัญหาจะคลี่คลายไปในทางดีโดยไม่ต้องรอระบบการศึกษาอย่างแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การเดินทางชีวิตคริสตชน

ชีวิตคริสตชนเป็นการเดินทางเรากำลังเดินทางกลับบ้านแท้ของเราคือเมืองสรรค์ พระเยซูคริสตเจ้าทรงบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า หนทางนี้มีความยากลำบากเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน และเป็นหนที่เราต้องติดตามพระองค์ไปจึงจะสามารถถึงเป้าหมาย “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”(มธ.16:24) บนหนทางไกลและผจญภัยเช่นนี้พวกเราคงทราบดีอยู่แล้วว่า สิ่งที่จำเป็นที่ต้องนำติดตัวไปก็คือ เข็มทิศหรือสิ่งที่บ่งชี้เป้าหมายที่ชัดเจน อาหาร ยารักษาโรค และอาวุธ ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงประทานพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเดินทางชีวิตคริสตชนให้กับเรา เพื่อเราจะได้สามารถเดินทางจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต

พระวาจาของพระเจ้า เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเป็นดั่งเข้มทิศที่ชี้บอกทาง ให้เราทราบว่าเราต้องเดินไปทางไหนและต้องเดินทางอย่างไร ในการดำเนินชีวิตของเราพระวาจาของพระเจ้าจะทำให้เราทราบว่า เราต้องดำเนินชีวิตอย่างไรต้องปฏิบัติอะไรซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และอะไรต้องหลีกเลี่ยงเพราะจะนำเราไปสู่ความหายนะ “ทุกคนจะได้รับคำสอนจากพระเจ้า ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา และเรียนรู้จากพระองค์ก็มาหาเรา”(ยน.6:45) พระวาจาของพระเจ้ายังเป็นดั่งอาหารที่ทำให้เราชุ่มชื่นใจมีปีติภายใน มีกำลังใจในการเดินทางต่อไป “มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”(มธ.4:4)

ศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นดังอาหารและยารักษาโรค เป็นต้นศีลมหาสนิทพระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิตผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย….เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต”(ยน.6:34,51) ภาพพจน์ของศีลมหาสนิทที่เป็นเสบียงอาหารเราเห็นชัดเจนในการโปรดศีลเจิมคนไข้พระสงฆ์จะนำศีลมหาสนิทไปส่งให้ผู้ป่วยด้วยซึ่งเราเรียกว่า “ศีลเสบียง” เพื่อเป็นเสบียงอาหารในการเดินทางไปสู่ชีวิตนิรันดร “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเราก็จะมีชีวิตนิรันดร เราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย”(ยน.6:54) ศีลมหาสนิทยังเป็นยาที่เยียวยารักษาเราให้พ้นจากพิษร้ายของบาป ในบทเสกศีลมหาสนิทพระสงฆ์ภาวนาว่า “โลหิตซึ่งจะหลั่งออกเพื่อยกบาปสำหรับท่าน และมนุษย์ทั้งหลาย” แสดงว่าศีลมหาสนิทเป็นโอสถทิพย์ที่ให้ชีวิตอมตะและสามารถเยียวยารักษาพิษร้ายของบาป

ข้อสังเกตจากการถูกประจญของพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์เอาชนะการประจญเหล่านี้ด้วยพระวาจาของพระเจ้า “พระองค์ตรัสตอบว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า….”(มธ.4:3,6,7,10) นอกนั้นโดยอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เราไปรับด้วยความศรัทธา เราจะได้รับพระหรรษทานเฉพาะศีลซึ่งเป็นเหมือนยา อาวุธ และพลังที่ทำให้เราสามารถต่อสู้กับศัตรูความชั่วร้ายได้ทั้งสิ้น พระเยซูคริสตเจ้าประทานพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ให้กับเรา เพราะปรารถนาให้พวกเราเดินทางชีวิตจนบรรลุเป้าหมายปลายทาง นั่นคือชีวิตนิรันดรมีความสุขกับพระองค์ในเมืองสวรรค์ ขอให้เราได้ใช้ของประทานอันประเสริฐนี้อย่างคุ้มค่าและมีความหมายต่อชีวิตของเรา เพื่อเราจะได้สามารถกลับบ้านแท้ไปพบพระบิดาของเราสักวันหนึ่ง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์ที่ 19 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบท และผู้ที่ปรารถนาจะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  3. วันจันทร์ที่ 13 ส.ค. 2012 ฉลองวัดมารีย์สวรรค์ และรื้อฟื้นการแต่งงานครบ 25 ปี และ 50ปีขึ้นไป ขอเชิญพี่น้องไปร่วมแสดงความยินดีกับคู่แต่งงานเหล่านี้ด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. 2012 มีอบรมถ่ายภาพในวัดครั้งที่ 2 ขอเชิญผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพ เป็นต้นการถ่ายภาพในพิธีกรรม รับการอบรมหลังมิสซาเวลา 10.30 น. ที่บ้านพักพระสงฆ์
  5. ประกาศแต่งงานระหว่างนาย ประชัย ศิริรติกุล บุตรของนาย ประจง แซ่จู และนาง ดวงพร ศิริรติกุล กับ อานัสตาเซีย นัฐฐิกา วรธนิตกิจกุล บุตรีของยอแซฟ วิจักษ์ และ มารีอา มลินี วรธนิตกิจกุล ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 12-08-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.