ฉบับที่ 941 วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2555 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

คิดดี พูดดี ทำดี เป็นสามสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “ทุกสิ่งที่อออกมาจากปาก ก็คือสิ่งที่ออกมาจากใจ” เมื่อกล่าวถึง “ใจ” หรือ “จิตใจ” เราไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจของมนุษย์ พ่อขออธิบายว่า “ใจ” เป็นสภาวะภายในที่เป็นนามธรรม นักปราชญ์ผู้รู้บางท่านได้อธิบายว่า “การพูดของคนๆหนึ่งคือการคิดเสียงดังๆให้คนอื่นได้ยิน” ความคิดเช่นนี้คล้ายๆกับคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้านั่นเอง ดังนั้นเวลาเราพูดอะไรบ่อยๆแสดงว่าเรากำลังคิดถึงสิ่งนั้น หรือมีสิ่งนั้นหมักหมมอยู่ในใจ และสิ่งเหล่านี้มีผลต่อพฤติกรรมของเราอย่างแน่นนอน เราเพิ่งผ่านวันตรุษจีนมามีธรรมเนียมจีนบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ ในวันตรุษจีนหรือในวันชิวอิกคนจีนเขาห้ามพูดคำหยาบ พูดเรื่องไม่ดีไม่เป็นมงคลต่อชีวิต ห้ามด่าและสาปแช่ง ถ้าพูดอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดทั้งปีอะไรทำนองนั้น อันที่จริงธรรมเนียมนี้ก็มีเหตุผลทางจิตวิทยาอยู่เหมือนกัน เพราะความคิดในเชิงบวกคิดเรื่องดีๆมีผลในเชิงพฤติกรรมด้านการพัฒนาของมนุษย์ อย่างน้อยเป็นขวัญเป็นกำลังใจให้เราก้าวหน้าในทางที่ดี ส่วนความคิดในเชิงลบหรือมีความคิดร้ายๆจะทำให้เราสูญเสียความมั่นใจและหลายๆครั้งทำให้ชีวิตของเราชะงักงัน จมอยู่ในเรื่องร้ายจมอยู่กับเรื่องที่ทำให้จิตใจมัวหมอง เมื่อเป็นเช่นนี้คนๆนั้นจะก้าวหน้าพัฒนาไปในทางที่ดีได้อย่างไร

ด้วยเหตุนี้การคิด การพูด ถึงตนเองและผู้อื่นในเรื่องไม่ดีหรือเรื่องร้ายๆ จึงเป็นการตอกย้ำเชิงพฤติกรรมทำให้คนๆนั้นเป็นอย่างนั้นไปในที่สุด อันที่จริงถ้าเราอ่านหรือฟังพระวาจาของพระเจ้า อย่างไตร่ตรองและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เราจะพบว่าพระเยซูคริสตเจ้าทรงเตือนเราเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน “ใครก็ตามที่กล่าวกับคนอื่นว่า “ไอ้บ้า” “ไอ้โง่” จะถูกปรับโทษอย่างหนัก การด่าคนอื่น “ไอ้บ้า” “ไอ้โง่” สำหรับเราอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยชิวๆ เพราะเราใช้จนเคยชินแล้ว แต่ในทางจิตวิทยาถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว นักจิตวิทยาวัยเด็กเขาห้ามนักหนาว่า “พ่อแม่ และคุณครู ห้ามตราหน้าหรือด่าลูกและลูกศิษย์ว่า “โง่” เพราะเด็กที่โดนอย่างนั้นจะโง่จริงๆ” เพราะฉะนั้นเราต้องไม่คิดร้ายถึงตนเองและผู้อื่น เราต้องไม่ดูถูกตนเองและผู้อื่นเป็นต้นเด็กๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกของเราเอง เพราะวาจาของพ่อแม่ถือได้ว่าเป็นวาจาที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่พ่อเล่าให้ฟังนี้พี่น้องจะเชื่อก็ได้หรือไม่เชื่อก็ได้ เพราะมันเป็นเพียงทฤษฎีที่พูดกันไปอย่างนั้นเองเชื่อถือไม่ได้ แต่คนที่ คิดดี พูดดี ทำดี ก็เป็นศรีเป็นสิริมงคลแก่ตนเองมิใช่หรือ การไม่นินทาว่าร้ายคนอื่นอย่างน้อยก็ช่วยเราไม่ให้สร้างศัตรู สุภาษิตจีนเขาสอนว่า “มีเพื่อนที่ดีเป็นหมื่นๆเป็นแสนๆคนยังไม่เพียงพอ แต่มีศัตรูแค่คนเดียวก็มากไปแล้ว”พี่น้องพ่อพยายามเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้พี่น้องฟังเรื่อยมา พ่อหวังเพียงว่าการเป็นคนช่างคิดช่างฝันและกล้าคิดออกมาดังๆของพ่อ อาจจะมีข้อคิดอะไรสำหรับผู้ที่ได้อ่านบ้าง ถ้าหากมีเรื่องผิดพลาดประการใดพ่อขออภัยไว้นะที่นี้ด้วย พี่น้องอย่าถือสาเพราะไม่มีใครที่สามารถรู้ไปเสียทุกเรื่อง แต่การกล้าแสดงความคิดของตนเองออกมาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจเป็นเรื่องที่ดี บางทีอาจจะเป็นเวทีที่เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ถ้ามีคนนำไปคิดต่อและกล้าแสดงทัศนะพูดคุยกับผู้อื่น การพูดคุยกันในเชิงสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ดีครับ มันจะทำให้เราได้รับความคิดและมุมมองใหม่ๆ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

หน้าที่การเป็นประกาศก

หน้าที่ของผู้ที่มีส่วนร่วมในความเป็นสงฆ์ของพระเยซูคริสตเจ้ามี 3 ประการคือ การเป็นสงฆ์ ประกาศก และกษัตริย์ พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เน้นถึงหน้าที่การเป็นประกาศก หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติกล่าวอย่างชัดเจนว่า “พระเจ้าของท่านจะทรงบันดาลให้ประกาศกเหมือนท่านเกิดขึ้นสำหรับท่าน จากบรรดาพี่น้องของท่าน ท่านจะต้องเชื่อฟังเขา”(ฉธบ.18:15) นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสไว้ และทรงกำชับด้วยว่าประกาศกจะเป็นผู้ที่นำเอาพระวาจามาบอกกับประชากร พระวาจานั้นอาจเป็นคำสอน คำตักเตือน คำให้กำลังใจ ส่วนประชากรจะต้องเชื่อฟังประกาศก ถ้าประกาศกไม่ได้ประกาศพระวาจาของพระเจ้าแต่ประกาศคำที่มาจากที่อื่น พระองค์จะเอาเรื่องประกาศกนั้น

พระเยซุคริสตเจ้าทรงสอนอย่างทรงอำนาจ “คำสั่งสอนของพระองค์ทำให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจอย่างมาก เพราะทรงสอนเขาอย่างทรงอำนาจ ไม่เหมือนกับบรรดาธรรมาจารย์”(มก.1:22) ความประทับใจในคำสอนอาจมีสาเหตุหลายอย่าง คำสอนนั้นเป็นสิ่งที่ให้ความหวัง กำลังใจ และสัมผัสใจของผู้ฟัง ที่สำคัญที่สุดผู้ฟังประทับใจในการดำเนินชีวิตของผู้สอน สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้คำสอนนั้นมีพลังในการสอน มีแรงดึงดูดใจให้คนอยากฟัง ในบริบททางสังคมของชาวยิวในสมัยนั้น คำสอนมักจะออกมาในลักษณะของคำสั่งห้าม ห้ามคบหากับคนประเภทนั้นประเภทนี้ ถ้าคบแล้วจะกลายเป็นคนบาปคนมีมลทิน คำสอนนั้นกีดกันปิดโอกาสในการกลับใจคืนดีกับพระเจ้าของคนบางพวก คนพวกนี้จึงไม่มีทางไปสวรรค์ได้เลย เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงเทศน์สอนพระองค์ประกาศเรื่องพระอาณาจักรสวรรค์ พระอาณาจักรสวรรค์ตามคำสอนของพระองค์ เปิดต้อนรับทุกคนมีเงื่อนไขเพียงต้องกลับใจเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ คำสอนเช่นนี้ทำให้ประชาชนมีความหวัง เป็นคำสอนที่มีพลังสามารถทำให้คนปรับเปลี่ยนวิถีทางดำเนินชีวิต ด้วยเหตุนี้ประชาชนจึงประทับใจในคำสอนของพระองค์ รู้สึกว่าคำสอนของพระองค์มีอำนาจ และพระองค์สอนไม่เหมือนธรรมาจารย์คนอื่นๆ

สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 สอนว่าคริสตชนที่รับศีลล้างบาปแล้วทุกคน มีส่วนในความเป็นสงฆ์ของพระเยซูคริสตเจ้า จึงมีส่วนร่วมในพันธกิจ 3 ประการคือ การเป็นสงฆ์ ประกาศก และกษัตริย์ ด้วยเหตุนี้คริสตชนทุกคนจึงต้องทำหน้าที่ประกาศกในการประกาศข่าวดี พ่อแม่มีหน้าที่สั่งสอนตักเตือนลูกๆของตน เราทุกคนจึงสามารถตักเตือนกันและกันได้ และเป็นต้นพระสงฆ์ศาสนบริกรของพระศาสนจักร เราต้องยอมรับว่าพวกท่านได้รับการเลือกสรรจากพระเจ้า ให้เป็นประกาศกท่ามกลางหมู่คริสตชน พระสงฆ์จึงต้องทำหน้าที่ประกาศกในการสอน และตักเตือนสัตบุรุษเมื่อมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นในกลุ่มคริสตชน ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์โดยพิจารณาไตร่ตรองเราจะพบว่า พระเยซูคริสตเจ้าทรงทำหน้าที่ประกาศกอย่างครบถ้วน พระองค์ทรงสอนให้ความหวังกำลังใจแก่ประชาชน บางครั้งพระองค์ทรงตำหนิติเตียนถึงการกระทำที่ไม่ถูกต้องของพวกเขา ขอให้เราคริสตชนเป็นต้นพระสงฆ์ศาสนบริกรของพระเจ้า เลียนแบบองค์พระเยซูคริสตเจ้าในการทำหน้าประกาศกประกาศข่าวดี มีความกล้าหาญที่จะตักเตือนกันและกัน และสามารถยอมรับบทบาทหน้าที่นี้ด้วยใจกว้าง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา รวมทั้งผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมการช่วยมิสซา
  2. วันเสาร์ที่ 4 ก.พ. 2012 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนาและร่วมบูชาขอบพระคุณร่วมกัน เวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและรับศีลอภัยบาป
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ. 2012 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญสมาชิกสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง
  4. ประกาศแต่งงานระหว่าง Mr. Kyaw Swar Min บุตรของ Mr. David Lim และ Mrs.Sophia Min กับ อักแนส วราภรณ์ บุบผา บุตรีของ นาย สุวรรณ บุบผา และ นาง สมหวัง พิศนอก ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

สารวัดประจำสัปดาห์ ในรูปแบบของไฟล์

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 29-01-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.