ฉบับที่ 915 วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2554 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” ในเรื่องนี้คริสตชนหลายๆคนเข้าใจและมีมุมมองที่แคบเกินไป เพราะคิดว่าเป็นการมาร่วมมิสซาบูชาขอบคุณในวันอาทิตย์เท่านั้น จริงอยู่การมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ถือว่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการฉลองวันพระเจ้าเป็นศักดิ์สิทธิ์ เพราะในพระบัญญัติของพระศาสนจักรระบุอย่างชัดเจนว่า “จงร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ และหยุดงานในวันอาทิตย์และวันฉลองบังคับ” แต่จะพิจารณาเพียงมุมมองแคบๆเท่านี้ไม่ได้ เราต้องพิจารณาให้ครอบคลุมถึงวันพระเจ้าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงในการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นคริสตชนที่มาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ พอพิธีกรรมจบก็รีบขึ้นรถกลับบ้านแล้วถือว่าได้ทำหน้าที่คริสตชนในวันพระเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว

ถ้าเราพิจารณาเจตนารมณ์ของวันพระเจ้าก็จะพบว่า วันพระเจ้าหมายถึงวันนั้นทั้งวันที่เราจะถวายเกียรติ์แด่พระเจ้าด้วยกิจการต่างๆ เป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณ สรรเสริญ และขอบพระคุณพระองค์ ด้วยเหตุนี้วันพระเจ้าจึงครอบคลุมวันนั้นทั้งวันและกิจการต่างๆที่เรากระทำด้วย ว่ากิจการต่างๆที่เราทำนั้นเป็นการสรรเสริญ ถวายเกียรติ์ ขอบพระคุณพระเจ้าหรือไม่ บางคนอาจจะถามว่า การใช้เวลาอยู่ร่วมกันในครอบครัว การพักผ่อน ถือว่าเป็นการฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ พ่อคงต้องถามว่ากิจการต่างๆที่เราทำเป็นกิจการอะไร ดีหรือไม่ดี ถ้าเป็นกิจการที่ดีเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว หรือแม้กระทั่งการพักผ่อนที่ดีทำให้สดชื่นเพื่อจะได้มีพลังในการทำหน้าอย่างดีในวันต่อไป ก็ต้องถือว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ที่ต้องการให้เราร่วมมือกับพระองค์ในการสร้างสรรค์คุณงามความดี เพื่อทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ เมื่อพิจารณาในแง่มุมนี้จะเห็นชัดเจนว่าไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถทำได้ในวันพระเจ้าวิถีทางใหม่ของพระศาสนจักรซึ่งพยายามที่จะทำให้พระศาสนจักร เป็นพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วมก็ถือว่าเป็นการฉลองวันพระเจ้าด้วย หมายความว่าต่อไปนี้สัตบุรุษจะเป็นเพียงผู้รับในสิ่งที่ศาสนบริกรจัดไว้ให้ไม่ได้แล้ว สัตบุรุษจะต้องมีส่วนร่วมที่จะทำให้พิธีกรรมมีชีวิตชีวาโดยมีส่วนร่วมตามบทบาทและความสามารถของตน ทุกคนต้องถือว่าวัดเป็นชุมชนแห่งความเชื่อที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนา และทำให้ชุมชนมีความเชื่อเข้มแข็ง โดยเริ่มออกจากตนเองไปทำความรู้จักกับผู้อื่น เพื่อเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หล่อเลี้ยงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้า และกระจายจากวัดที่เป็นศูนย์กลางไปยังชุมชนที่อยู่ในละแวกเดียวกัน บ้านใกล้เรือนเคียงจะมีการพบปะกันบ้าง เพื่อปรึกษาหารือและช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆทั้งทางโลก และทางธรรมบนพื้นฐานแห่งความเชื่อปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้า เมื่อวันพระเจ้ามาถึงเราจะมาที่ศูนย์กลางเพื่อเติมพลังให้แก่กันและกันด้วยพระวาจาและศีลมหาสนิท นี่เป็นแนวทางที่พ่อฝันๆเอาไว้เพื่อจะพยายามร่วมมือกับพระศาสนจักรสุดความสามารถในการทำวิถีชุมชนวัด แต่จะสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆคน ลองดูนะครับถ้าไม่ลองก็ไม่รู้

จากคุณพ่อเจ้าวัด

อาหารในถิ่นทุรกันดาร

นักบุญมัทธิวเล่าเรื่องการทวีขนมปังเลี้ยงประชาชน หลังจากได้เล่าเหตุการณ์น่าสลดใจที่เกิดขึ้นกับพระเยซูคริสตเจ้าสองเรื่อง ประชนชนที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระองค์ไม่ต้อนรับพระองค์ “คนเหล่านี้รู้สึกสะดุดใจและไม่ยอมรับพระองค์”(มธ.13:57) และนักบุญยอห์นบัปติสตาถูกตัดศีรษะ “บรรดาศิษย์ของยอห์นได้มารับศพไปฝัง แล้วแจ้งข่าวให้พระเยซูเจ้าทรงทราบ”(มธ.14:12) หลังจากประสบกับเหตุการณ์เหล่านี้แล้วพระองค์เสด็จไปยังที่สงบในถิ่นทุรกันดาร ฉากชีวิตแบบนี้ทำให้เราเห็นความเป็นมนุษย์แท้ของพระองค์ ยามที่ประสบกับปัญหาความยุ่งยากใจพระองค์ต้องการเวลาสถานที่ที่สงบสำหรับใกล้ชิดกับพระบิดา ผู้ซึ่งสามารถเติมพลังใจให้กับพระองค์เพื่อจะได้สามารถปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาสืบไป ข้อสังเกตนี้ชวนให้เรารำพึงถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา กี่ครั้งมาแล้วที่เราประสบกับปัญหาความมืดมนของชีวิต วิกฤตการณ์ต่างๆ หลายๆครั้งเราเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยการดับเครื่องชน เพราะเราไม่ทราบว่าเราจะทำอย่างไร เราลืมพระเจ้าผู้ประทับอยู่ในความสงบเงียบซึ่งรอคอยเราอยู่ ศีลมหาสนิทเป็นพระเยซูคริสตเจ้าเองที่ประทับอยู่ท่านกลางเรา พร้อมที่จะช่วยเหลือและนำทางเราทำไมเราไม่เข้าไปหาพระองค์ให้พระองค์เติมพลังใจให้กับเรา เป็นต้นในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันนัดพบระหว่างเรากับพระองค์

ปัญหาที่เกิดขึ้นในถิ่นทุรกันดารซึ่งมีประชาชนมากมายเวลาใกล้จะค่ำแล้ว และไม่มีอาหารพอที่จะเลี้ยงพวกเขา บรรดาอัครสาวกเสนอว่าให้ประชาชนกลับไปหาอาหารตามหมู่บ้าน แต่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด”(มธ.14:16) นี่เป็นคุณลักษณะของผู้อภิบาลที่ดีที่พระองค์มีความปรารถนาให้บรรดาศิษย์ และบรรดาผู้อภิบาลทั้งหลายเลียนแบบอย่างพระองค์ นั่นก็คือรักและเมตตา ห่วงใยผู้ที่อยู่ในความดูแล และพยายามที่จะดูแลพวกเขาในทุกๆด้านเพื่อทำให้พวกเขาปลอดภัยเติบโตขึ้นในความเชื่อ

จากสภาพการณ์ของปัญหา “มีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว”(มธ.14:17) จะเลี้ยงดูประชาชนหลายพันคนได้อย่างไร ตามประสามนุษย์ทำไม่ได้เรากำลังอับจนหนทางแต่สำหรับพระเจ้าทุกอย่างเป็นไปได้ พระองค์ต้องการให้เรามอบวิธีการทำงานของเราไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ “เอามาให้เราที่นี่เถิด”(มธ.14:18) ยามที่เราประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ ยามที่เรามืดมนอับจนหนทางหลังจากที่เราได้พยายามแล้ว อย่าลืมมิติเบื้องบนคือองค์พระผู้เป็นเจ้า เวลานี้เองที่เรียกร้องความเชื่อ ความวางใจในพระองค์จากเรามากที่สุด ที่เราจะฝากทุกอย่างไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ให้พระองค์จัดการดูแล จากในเรื่องการทวีขนมปัง “ทุกคนได้กินจนอิ่ม แล้วยังเก็บเศษที่เหลือได้สิบสองกระบุง”(มธ.14:20) เราไม่ทราบแน่ชัดว่าพระเจ้าทำอย่างไร อาจจะเป็นอย่างที่นักพระคัมภีร์หลายท่านตีความก็เป็นได้ คือเห็นเด็กยอมเสียสละแล้วทุกคนต่างละอายใจจึงเอาส่วนที่ตนมีออกมาแบ่งปันกัน หรืออาจจะเป็นอัศจรรย์เหนือธรรมชาติก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งสองอย่างก็เป็นกิจการของพระเจ้าที่ช่วยเหลือประชากรของพระองค์ ดังนั้นเราอย่าลืมอาหารในถิ่นทุรกันดารนี้จงเชื่อและวางใจในพระเจ้าในการดำเนินชีวิตของเราเสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซา ขอเชิญพี่น้องทุกท่านอยู่ร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์เพื่อทำความรู้จักกัน ของพวกเราชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ที่หน้าวัด
  2. วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2011 เขต 2 จัดเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจที่วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ มีวจนะพิธีกรรมศีลอภัยบาป และโปรดบาปต้องสงวน และเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องวิถีชุมชนวัด เชิญทุกท่านลงชื่อเพื่อเข้าร่วมเข้าเงียบได้ที่หน้าวัด
  3. วันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ขอให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า แล้วนำมาให้พ่อก่อนวันล้างบาป ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. สมุดปกแดงสำหรับบันทึกอัศจรรย์ ที่ได้รับจากการเสนอวิงวอนโดยผ่านทางคุณพ่อ นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ทำเสร็จแล้ว วางอยู่ที่หน้ารูปของท่าน ผู้ใดต้องการบันทึกขอให้ปลดกระดาษออกมาบันทึกอย่างครบถ้วน แล้วนำมาส่งคืนด้วย
  5. วันเสาร์ที่ 6 ส.ค. 2011 เป็นวันผู้สูงของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาร่วมสวดภาวนา และมิสซาบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.30 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.