บอกเล่าให้ฟัง
การเข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าช่างยากจริงหนอ แต่ถึงแม้ว่าจะเข้าใจยากอย่างไรเราก็ต้องพยายามแสวงหา และพยายามเข้าใจให้จงได้ พ่อได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่าพระประสงค์ของพระเจ้าผ่านมาทางผู้ใหญ่ ฟังดูแล้วง่ายดีแต่เมื่อพบกับสถานการณ์จริงมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เราต้องต่อสู้กับน้ำใจของเราเอง ต่อสู้กับความคิดต่างๆมากมายที่ผ่านเข้าในความคิดของเรา เป็นต้นความคิดที่ร้ายๆและลบๆ อาทิ ผู้ใหญ่ก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเราท่านคิดผิดมองผิดไม่ได้เชียวหรือ และหลายๆครั้งกรณีแวดล้อมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ช่างเป็นใจส่งเสริมให้เราคิดในแง่ลบ เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาที่เราสับสนเครียดเราต้องระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ปล่อยตัวให้ไหลไปตามกระแสความคิด ต้องสวดภาวนามากๆไว้ขอพระเจ้าทรงเพิ่มพูนความเชื่อ ความวางใจในพระองค์ให้ทวีมากขึ้นอยู่เสมอ
พระเจ้าทรงเรียกให้อับราฮัมให้ออกเดินทางไปในดินแดนที่ท่านไม่รู้จัก ตามที่พระองค์จะชี้บอกทางให้ อับราฮัมได้ออกเดินทางตามการเรียกของพระเจ้าโดยไม่สงสัยเลย โอช่างเป็นความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ เป็นความวางใจที่เปี่ยมล้น พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ดังก้องในความคิดคำนึงของพ่อเป็นรอบที่สองแล้ว รอบแรกไปเรียนที่กรุงโรมแม้จะประสบกับความทุกข์ยากลำบากเจียนตาย แต่พ่อก็ได้พบกับผลงานอันแสนประเสริฐแห่งพยานสอดส่องของพระเจ้าเกิดขึ้นมากมาย ถึงกระนั้นรอบสองนี้ก็ยังไม่วายที่จะมีความกลัวความกังวลใจอีกเช่นเคย ทำอย่างไรหนอเราจะได้มีความเชื่อ ความวางใจในพระเจ้าเช่นเดียวกับท่านอับราฮัมออกเดินทางด้วยใจสงบ พี่น้องหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพ่อกล้าเขียนเล่าเรื่องนี้ให้พี่น้องอ่าน พ่อเป็นพระสงฆ์แต่มีความเชื่อ ความวางใจในพระเจ้าน้อยอย่างนี้ ไม่อายบ้างหรืออย่างไร ตรงกันข้ามพ่อกลับคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมีข้อคิดมากมาย และทำให้พี่น้องได้รับรู้ว่าความจริงพ่อเป็นคนธรรมสามัญคนหนึ่ง อ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้า และต้องการคำภาวนาจากพี่น้องเสมอ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ปัสกาการผ่านพ้นสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่ชีวิตใหม่
พระเยซูคริสตเจ้าทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการยอมรับทนทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน จนในที่สุดพระองค์ได้ก้าวผ่านหนทางแห่งไม้กางเขนนี้ เข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพจากความตาย เรื่องราวในประวัติศาสตร์แห่งความรอดชาวอิสราเอลเดินทางข้ามทะเลแดง พวกเขาพ้นจากการเป็นทาสก้าวสู่ความเป็นไท พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกสี่สิบปี เพื่อจะได้เดินทางผ่านพ้นทะเลทรายอันแสนกันดารลำบากเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ปัสกาหมายถึงการผ่านพ้น เราต้องผ่านสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่สภาพชีวิตใหม่ ต้องผ่านความตายไปสู่ชีวิต แน่นอนที่สุดการผ่านพ้นนี้มีหนทางเดียวซึ่งเป็นหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า นั่นก็คือต้องผ่านความทุกข์ทรมานและความตายเข้าสู่ชีวิตใหม่ “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกนึกถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนทุกวันและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิต ผู้นั้นจะต้องสูญเสียชีวิต แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตเพราะเรา ผู้นั้นจะรักษาชีวิตได้”(ลก.9:23-24)
การเข้าร่วมส่วนในพระธรรมล้ำลึกปัสกา จะต้องเป็นการเข้าร่วมส่วนทั้งครบ จะร่วมบางส่วนหรือเลือกเฉพาะบางช่วงบางตอนไม่ได้ นั่นก็คือเราต้องมีส่วนร่วมในพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า แล้วจึงสามารถมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์ เหตุการณ์การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระวรสารนักบุญยอห์นเล่าว่ามีคนไปพบเหตุการณ์นี้ตอนเช้าตรู่ขณะที่ยังมืดอยู่ แล้วได้ไปบอกศิษย์สองคนของพระองค์ ศิษย์ทั้งสองวิ่งไปที่พระคูหา พวกเขาได้เห็นและมีความเชื่อ แต่พระวรสารยังบันทึกไว้ด้วยว่าเขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย “เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืดอยู่ มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา และเห็นหินเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว นางจึงวิ่งไปหาซีมอนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนึ่ง……………ทั้งสองวิ่งไปด้วยกัน……………..ถึงพระคูหา……..เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองคนยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนม์ชีพจากบรรดาผู้ตาย”(ยน.20:1-9) พระวรสารได้แสดงให้เห็นนัยสำคัญของการมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกา ผู้พบเหตุการณ์คนแรกในเวลาเช้าตรู่ขณะที่ยังมืดอยู่ แน่นอนที่สุดในช่วงแรกๆของการเข้าส่วนในพระธรรมล้ำลึกปัสกา ชีวิตของเรายังคงอยู่ในความมืดมน ความสงสัย ความไม่แน่ใจ ความกลัวฯลฯ เพราะการเข้าร่วมส่วนในพระธรรมล้ำลึกนี้ต้องผ่านความทุกข์ลำบาก ความตาย (ตายจากมนุษย์เก่า) เราไม่สามารถหยั่งรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พระสัญญาของพระเจ้าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กล่าวถึงต้องเกิดในช่วงแรกๆเป็นเรื่องธรรมดา พระเยซูคริสตเจ้าเองและบรรดาศิษย์ก็ผ่านช่วงชีวิตอย่างนี้มาแล้วเหมือนกัน เราจึงต้องมีความหวังความเพียรทนที่จะก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ พระวรสารให้ความหวังกับเราว่า “เวลานั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ ขณะที่ยังมืดอยู่” แสดงว่าอีกไม่นานดวงอาทิตย์จะขึ้นและส่องแสง นั่นคือแสงแห่งความหวังแสงแห่งชีวิตนั่นเอง ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความหวังกำลังใจที่จะก้าวเดินในหนทางเดียวกับพระเยซุคริสตเจ้า เพื่อเราจะได้มีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ตลอดเดือนเมษายนทางวัดมีค่ายคำสอน มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 60-70 คน ผู้ที่มีความปรารถนาที่จะช่วยค่าใช้จ่ายของค่ายอบรมความเชื่อให้เด็กๆลูกหลายของเรา เชิญบริจาคได้ที่ตู้กลางวัด
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และพระวาจา รวมทั้งฝึกซ้อมช่วยมิสซาด้วย หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. 2011 พระศาสนจักรจะแต่งตั้งพระสันตะปาปา ยอห์นปอลที่ 2 เป็นบุญราศี พระศาสนจักรเชิญชวนคริสตชนทั่วโลกร่วมแสดงความชื่นชมยินดีในโอกาสนี้ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จะร่วมแสดงความยินดีในโอกาสนี้ โดย ตั้งรูปพระสันตะปาปาในวัด และรณรงค์ให้คริสตชนสวมเสื้อขาวมาวัดในวันนั้น เพราะสีขาวเป็นสีของพระสันตะปาปา
- วันจันทร์ที่ 25 – วันอังคารที่ 26 เม.ย. 2011 พ่อต้องไปสอนที่ ซี ซี จึงขอคำภาวนาและงดมิสซาในวันดังกล่าว
- วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ใดต้องการพาลูกหลานมารับศีลล้างบาป ช่วยกรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. 2011 จะมีพิธีรื้อฟื้นศีลล้างบาปอย่างสง่า และรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็กคำสอน
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ 1 พ.ค. 2011 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าร่วมประชุม
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต