ฉบับที่ 900 วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 อาทิตย์มหาทรมาน (อาทิตย์ใบลาน)

บอกเล่าให้ฟัง

ในช่วงเวลานี้พระศาสนจักรในประเทศไทยพยายามที่จะสร้างพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม โดยอาศัยกระบวนการสร้างกลุ่มวิถีชุมชนวัด (Basic Ecclesial Community) วิทยากรท่านหนึ่งได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีปัญหามากมาย อาทิ ยาเสพติด เด็กๆเยาชนมีเพศสัมพันธ์ตามศาลาสาธารณะ การพนันแทบทุกประเภท ฯลฯ แล้วท่านก็ถามชาวบ้านที่มาฟังบรรยายว่า “พวกเราชอบหมู่บ้านแบบนี้ไหม ปรารถนาให้หมู่บ้านของเราเป็นอย่างนี้ไหม” “หมู่บ้านของเรามีปัญหาอย่างนี้บ้างหรือไม่” ชาวบ้านก็ตอบกันส่วนใหญ่ว่า “ปัญหาส่วนใหญ่มันก็คล้ายๆกัน” เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรทำอะไรเพื่อจะแก้ปัญหา ในที่ประชุมตกลงกันว่าจะทดลองตั้งกลุ่มวิถีชุมชนวัด เมื่อกลุ่มเหล่านี้เข้มแข็งขึ้นแล้วปัญหาก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

พ่อได้ยินเรื่องนี้แล้วพ่อคิดถึงชีวิตของมนุษย์ กุญแจสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงตนเอง มีการกลับใจเกิดขึ้นในชีวิตของคนๆหนึ่ง ก็ต่อเมื่อคนๆนั้นยอมรับความเป็นจริงในตัวเอง เขามีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข เขาได้รับความทุกข์ทรมานและความเจ็บช้ำเพราะบาป ในที่สุดเขาอยากหลุดพ้นจากสภาพดังกล่าว อยากมีชีวิตที่ดีกว่า ช่วงเวลานี้เองเขาจะหาวิธีการเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น และนี่คือมูลเหตุที่สำคัญของการกลับใจ เหมือนกับลูกคนเล็กในเรื่องลูกล้างผลาญหรือบิดาผู้ใจดี ลูกคนเล็กคนนั้นประสบกับความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสแบบสุดๆ อันเป็นผลจากการทรยศ และออกจากบ้านของบิดาไป จนเขาอยากจะกินข้าวที่หมูกินแต่เจ้าของก็ไม่อนุญาต เขาจึงคิดได้ว่าที่บ้านของบิดาคนใช้ในบ้านยังมีอาหารที่ดีกว่าอาหารที่หมูกิน แล้วเขาก็ตัดสินใจกลับบ้านไปขอโทษบิดาของตน ถ้าไม่มีช่วงเวลาที่เขารู้สึกแย่ๆอย่างนี้เขาก็คงจะเพลิดเพลินกับชีวิตที่เหลวแหลกต่อไป 

กุญแจที่สำคัญของการกลับใจอีกประการหนึ่งก็คือ การสำนึกถึงความดี ความรัก ความเมตตาของพระเจ้า เหมือนกับลูกคนเล็กคนนั้นเขาสำนึกถึงความดีของบิดา และความสุขที่ได้รับจากบิดาความสุขที่เขาเคยสัมผัสเมื่ออยู่บ้าน เขาละทิ้งสภาพแย่ๆทันทีแล้วกลับบ้าน การสำนึกถึงความดี ความรัก ความเมตตาของพระเจ้านอกจากจะเป็นกุญแจสำคัญของการกลับใจแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของความเคารพยำเกรงพระเจ้าอีกด้วย ถ้าใครก็ตามสำนึกได้ว่าบาปเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามพระเจ้าขนาดไหนเขาคงไม่กล้าทำบาป นี่คือความเคารพยำเกรงพระเจ้า ความเคารพยำเกรงพระเจ้าก็มาจากความรักนั่นเอง

ขอให้การรำพึงถึงมหาทรมาน และกิจการต่างๆที่พระศาสนจักรแนะนำให้เราปฏิบัติตลอดเทศกาลมหาพรตนี้ ช่วยเราให้ไตร่ตรองชีวิต พิจารณามโนธรรม และความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าถึงกุญแจสำคัญแห่งการกลับใจสองดอกนี้ และสามารถมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาด้วยความชื่นชมยินดี โดยการผ่านสภาพชีวิตเก่าเข้าสู่สภาพชีวิตใหม่ในองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ นี้คือชัยชนะและความชื่นชมยินดีแห่งปัสกาที่แท้จริง เพราะเราได้ตายจากมนุษย์เก่ากลับคืนชีพมีชีวิตใหม่ เหมือนพระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพได้ชัยชนะต่อบาปและความตายในวันปัสกา

จากคุณพ่อเจ้าวัด

รำพึงมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ที่ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้ จากบรรดาผู้มีปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย”(มธ.11:25-26) หนทางแห่งความรอดพ้น เป็นหนทางของคนที่มีใจสุภาพถ่อมตน หนทางนี้เป็นหนทางที่ผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลกมักมองข้าม ไม่เข้าใจ และไม่เลือกเดิน เพราะคนทั่วไปมักเลือกเดินหนทางที่สะดวกสบาย เลือกทำสิ่งง่ายๆ และถ้าเป็นสิ่งที่ถูกใจตนเองได้ก็ยิ่งดี แต่พระเยซูคริสตเจ้ากลับสอนว่าใครอยากไปสวรรค์ ต้องเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขน “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”(มธ.16:24) หนทางแห่งความรอดพ้นเป็นหนทางที่เสียสละตายต่อน้ำใจของตนเอง มีความเพียรทนเพื่อจะได้มีชีวิตใหม่ “ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร”(มธ.16:25) ประตูสวรรค์เป็นประตูแคบๆหลายๆคนอยากจะเข้าไปแต่ก็เข้าไม่ได้ คนที่จะสามรถเข้าไปได้ต้องพยายามดิ้นรนจนถึงที่สุด ตัดสละทุกสิ่งที่เป็นอุปสรรค์ เหมือนกับการทำตัวลีบๆเพื่อจะได้สามารถแทรกเข้าประตูแคบนั้น “จงพยายามเข้าทางประตูแคบ….. หลายคนพยายามจะเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้”(ลก.13:24) ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดโง่ๆสำหรับผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก แต่กลับเป็นเรื่องที่จำเป็นและหลักแหลมสำหรับคนฝ่ายธรรม

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูคริสตเจ้าครั้งนี้ เป็นการตอบสนองประสงค์ขององค์พระบิดาเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงทราบดีว่าพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าก็คือ พระองค์ต้องรับทนทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงทราบและทำนายล่วงหน้าแล้วแต่พระองค์ก็ยังเสด็จไป เพราะพระองค์เสด็จมาไม่ใช่เพื่อทำตามอำเภอใจของตนเอง แต่เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า “บัดนี้พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบแก่บรรดาหัวหน้าสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต และถูกมอบให้คนต่างชาติสบประมาท เยาะเย้ย โบยตีและนำไปตรึงกางเขน”(มธ.20:18-19) การกระทำเช่นนี้ทำให้คนที่ชื่อ “เยซู” เป็นคนที่โง่ที่สุดในสายตาของผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก แต่กลับเป็นคนฉลาดหลักแหลมของผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายธรรม เพราะพระสัญญาของพระบิดาเจ้าเป็นจริง และประสงค์ของพระองค์สำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ “แต่วันที่สามบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพ”(มธ.20:19)

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการเสด็จเข้าไปเยี่ยงกษัตริย์ผู้ทรงชัย ไม่ใช่ผู้แพ้ และชัยชนะของพระองค์จะต้องผ่านหนทางแห่งมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ แล้วกลับคืนพระชนมชีพอย่างผู้มีชัยชนะ นี่คือพระธรรมล้ำลึกปัสกาชัยชนะอย่างแท้ของพระองค์ การมีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกนี้จึงต้องเป็นการมีส่วนร่วมทั้งครบ ในมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ การรำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า จึงทำให้เรามีความหวังมีกำลังใจในยามที่ความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิตของเรา เพราะเราแน่ใจว่าเรากำลังเดินในหนทางเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เข้าส่วนในมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และในที่สุดเราจะได้ชัยชนะกลับคืนชีพเช่นเดียวกับพระองค์ด้วย

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ตลอดเดือนเมษายนทางวัดมีค่ายคำสอน มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 60-70 คน ผู้ที่มีความปรารถนาที่จะช่วยค่าใช้จ่ายของค่ายอบรมความเชื่อให้เด็กๆลูกหลายของเรา เชิญบริจาคได้ที่ตู้กลางวัด
  2. วันอังคารที่ 19 เม.ย. 2011 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  3. วันพุธที่ 20 เม.ย. 2011 ขอเลือนมิสซามาตอนเช้า เวลา 7.00 น. เพราะตอนเย็นพ่อต้องไปช่วยฟังแก้บาปที่วัดอัครเทวดามีคาแอล สะพานใหม่
  4. วันพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์พิธีนมัสการกางเขน วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมในวันเหล่านี้จะเริ่มเวลา 19.00 น.
  5. วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัด เวลา 15.00 น.
  6. วันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย. 2011 เป็นวันอาทิตย์ปัสกา มิซาเวลา 8.30 น. หลังมิสซามีแจกไข่ปัสกา ตารางเวลาต่างๆของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ดูได้ที่เสาหน้าวัด
  7. วันอาทิตย์ที่นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจจะช่วยอ่านบทอ่านและแบ่งปันพระวาจา ร่วมแบ่งปันพระวาจา และจัดตารางเวลาที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น.

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.