บอกเล่าให้ฟัง
ในปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนเราตามไม่ทัน ระบบ Internet ทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถกระจายข่าวสารออกไปได้อย่างกว้างขวาง บางคนเริ่มมี Web site เป็นของตนเองและมีช่องทางการสื่อระบบอื่นๆทาง Internet ความเจริญเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราใช้อย่างถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ เพราะความเจริญเหล่านี้เป็นเหมือนดาบสองคม มีทั้งคุณและโทษในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องใช้สิ่งเหล่านี้อย่างระมัดระวัง เพราะถ้ามันก่อให้เกิดผลเสียหรือความเข้าใจผิดมันจะทำให้เกิดในวงกว้างในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผลเสียหาย และความเข้าใจผิดเหล่านี้เป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะเราไม่ทราบว่าข่าวสารที่เราส่งออกไป ไปถึงไหนถึงใคร และส่งผลกระทบต่อใครบ้าง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพ่อกับสภาภิบาลไปประชุมเรื่องแผนงานอภิบาลที่บ้านผู้หว่าน มีคุณพ่อหลายท่านถามถึงนามปากกาที่ชอบเขียนชอบตอบหรือเข้าไปใน Web site ที่พวกท่านรับผิดชอบอยู่ พวกท่านเล่าให้ฟังว่าความคิดและข้อความที่เอาขึ้น Web site เป็นข้อความที่แปลกๆอยู่ และไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไรนัก พ่อคิดว่าคนที่อาจจะมีน้ำใจดีแบบนี้ควรจะมีวิจารณญาณไตร่ตรองอย่างดี ด้วยมโนธรรมที่ถูกต้องเที่ยงตรงก่อนที่จะสื่อสารหรือทำอะไรลงไปนะครับ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้
เรื่องพระเยซูคริสตเจ้าทรงรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดในพระวรสารนักบุญยอห์น ทำให้เราเห็นภาพพจน์ของคนประเภทต่างๆมากมาย เริ่มจากพระเยซูคริสตเจ้าเอง พระองค์ช่วยเหลือคนตาบอดคนนั้น ทั้งๆที่เขาไม่ได้ขอความช่วยเหลือ ทำให้เราซาบซึ้งในความรักความเมตตาของพระเจ้าที่ทรงรักเรามนุษย์ก่อนเสมอ ทรงสร้างมนุษย์ด้วยความรัก ทรงทำพันธสัญญากับมนุษย์ และเมื่อพันธสัญญานั้นถูกทำลายเพราะมนุษย์ทำบาปพระองค์ทรงเป็นผู้เริ่มต้นใหม่ และพระเยซูคริสตเจ้าเองทรงยืนยันหลายครั้งว่า “พระองค์ถูกส่งมาเพื่อทำการนี้”
คนตาบอดแต่กำเนิด การตาบอดของเขาทำให้เขาได้รับความทุกข์ทรมาน ความทุกข์ทรมานเกิดจากการมองไม่เห็น และเกิดจากคนอื่นที่มองไม่เห็นความต้องการของเขา แต่คนที่ชื่อ “เยซู” เห็นและยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ความรักความเมตตาที่พระเยซูคริสตเจ้ามีต่อคนตาบอดนั้น มิได้ช่วยให้เขามองเห็นเท่านั้นแต่ยังเปิดดวงตาแห่งจิตวิญญาณทำให้เขาเห็นแสงสว่างแห่งธรรมมีความเชื่อในพระองค์ เขาทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าเชื่อพระเจ้าข้า แล้วกราบนมัสการพระองค์”(ยน.9:38)
คนอีกประเภทหนึ่งคือ คนตาดีฝ่ายกายแต่พวกเขาตาบอดฝ่ายจิตวิญญาณ ประชาชนในบริเวณนั้นที่เฉยเมยต่อความต้องการของผู้อื่นขาดความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง คนเช่นนี้เป็นคนตาบอดฝ่ายจิตวิญญาณเพราะการละเลยในสิ่งที่ต้องทำ และในการแสดงความรักต่อผู้อื่นถือว่าเป็นบาปแม้ดูเหมือนเขาจะมิได้ทำอะไรผิดก็ตาม พ่อแม่ของคนตาบอดคนนั้นเป็นคนประเภทที่ไม่ต้องการจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดๆ เพราะกลัวเป็นภาระ กลัวลำบาก “เขาโตแล้ว ท่านจงถามเขาเองเถิด”(ยน.9:23) คนประเภทนี้ถือว่าเป็นคนที่ขาดความรักต่อผู้อื่น เพราะหลายๆเรื่องในชีวิตเราต้องเข้าไปข้องเกี่ยวเพื่อความดีของส่วนรวม และความถูกต้อง ฟาริสี เป็นคนประเภทที่เชื่อยากทั้งๆที่เห็นกิจการที่พระเยซูคริสตเจ้าทำแต่พวกเขาไม่เชื่อในพระองค์ “พวกเรารู้ว่า พระเจ้าตรัสกับโมเสส แต่เยซูคนนี้ เราไม่รู้ว่าเขามาจากไหน”(ยน.9:29) พวกฟาริสียังเป็นคนจองหองที่คิดว่าตนเองเป็นคนดีอยู่แล้ว ดีกว่าคนอื่นพวกจึงเชื่อและกลับใจยาก “ท่านเกิดมาในบาปทั้งตัว แล้วยังกล้ามาสั่งสอนพวกเราอีกหรือ”(ยน.9:34) การไม่เชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้านั้นเกิดจากอคติของพวกเขา อาทิ ความอิจฉา ความจองหองคิดว่าตนเองดีหรือแน่กว่าผู้อื่นอยู่เสมอ สภาพจิตใจเช่นนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ เพราะคนแบบนี้จะไม่ยอมกลับใจเนื่องจากเขาคิดว่าเขาดีอยู่แล้ว เขาจะไม่เชื่อในพระเจ้าเพราะความจองหองนั่นแหละ จะทำให้เขาตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าโดยยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ เหมือนคนตาบอดคนนั้นเขาเกิดมาตาบอดเพราะเขาเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะเป็นได้เพราะเขาเลือกที่จะในองค์พระเยซูคริสตเจ้า พวกเราก็เช่นกันเราเลือกที่จะเป็นได้ พระวรสารนักบุญยอห์นได้ให้ภาพพจน์ของคนไว้หลายประเภทเป็นตัวอย่างให้เราสามารถเลือกที่จะเป็น ศีลล้างบาปลบล้างบาป และคืนสิทธิการเป็นลูกของพระเจ้าให้กับเรา แต่เราก็ยังมีอิสรภาพที่จะเลือกปฏิบัติ เลือกที่จะเป็นได้ ขอพระวาจาของพระเจ้าเป็นแนวทางให้เราเลือกที่จะเป็นคนดีมีเมตตา เลือกที่จะเชื่อในพระเจ้า และปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์เสมอ
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ มีติดตามผลการฟื้นฟูคริสตชน 3 เสาร์ครั้งที่ 2 เรื่อง “พระวาจาของพระเจ้า” ขอเชิญพี่น้องเข้าร่วมรับฟังบรรยายได้ที่ศาลาเรือนไทย หลังมิซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. 2011 เป็นวันผู้สูงอายุของวัดเรา จะมีพิธีโปรดศีลเจิมคนไข้ให้ผู้สูงอายุ หลังมิสซา จะมีการพบปะสังสรรค์ พิธีรดน้ำผู้ใหญ่ และกิจกรรมของผู้สูงอายุ ขอเชิญผู้สูงอายุ และลูกหลานร่วมกิจกรรมที่ศาลาเรือนไทย
- ตลอดเดือนเมษายนทางวัดมีค่ายคำสอน มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 60-70 คน ผู้ที่มีความปรารถนาที่จะช่วยค่าใช้จ่ายของค่ายอบรมความเชื่อให้เด็กๆลูกหลายของเรา เชิญบริจาคได้ที่ตู้กลางวัด
- วันอังคารที่ 5 – วันศุกร์ที่ 8 เม.ย. 2011 มีสัมมนาของพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และเป็นเวลาที่พระอัครสังฆราชจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของพระสงฆ์ ขอคำภาวนาและของดมิสซาในวันดังกล่าวด้วย
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต