บอกเล่าให้ฟัง
ความคิดของคนเป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขต เราสามารถคิดไปไกลจนเกินเขตขอบฟ้าถึงดวงจันทร์ ถึงดาวอังคาร คนที่เป็นคนที่ใช้ได้เป็นคนที่มีสาระในชีวิตเป็นคนสมคน จึงต้องเป็นคนที่รู้จักคิดให้เป็น คิดให้ดี คิดให้ถูกอย่าคิดฟุ้งซ่าน ต้องรู้จักควบคุมความคิดของตนเองให้อยู่ในร่องในรอย เหมือนคนที่ขี่ม้าจะต้องจับบังเหียนม้าและบังคับม้าให้เดินหรือวิ่งไปตามทางที่ตนต้องการ ความทุกข์ของคนหลายๆเรื่องเกิดจากความคิด คิดไปเอง คิดในแง่ลบ และชอบคิดแทนคนอื่น ความคิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขและจะส่งผลถึงสุขภาพกายและจิตใจของเรา เราจึงต้องพยายามควบคุมความคิดของเราให้อยู่ในขอบเขตที่ถูกที่ควรอย่าให้เลยเถิด
การประชุมพระสงฆ์เขต 2 ของเดือนมิถุนายน ได้หยิบยกเอาเรื่องการเปลี่ยนแปลงการประชุมเยาวชนเขต 2 ขึ้นมาพูดคุยกัน เปลี่ยนจากสองเดือนครั้งพร้อมกับสภาอภิบาลเขตมาเป็นเดือนละครั้ง มีการรื้อฟื้นเหตุผลเก่าๆมาคุยกัน ในที่สุดก็สรุปโดยถามคุณพ่อที่รับผิดชอบเยาวชนเขต 2 ว่าความคิดนี้มาจากไหนเป็นมาอย่างไร คุณพ่อตอบว่าพวกเยาชนเขาตกลงกันเองที่ประชุมจึงตกลงกันว่าเราต้องเคารพความคิดของเยาวชน แต่ต้องดูแลถ้ามีปัญหาอะไรก็ค่อยๆแก้และคุยกับพวกเยาวชนต่อไป พ่อดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจกว้างอย่างนี้ในเขต 2 ของเราที่ยินดีเปิดใจรับความคิดเห็นของผู้อื่นแม้เป็นความคิดของเด็กๆและเยาวชนก็ตาม
เราต้องระวังความคิดในแง่ลบ เพราะความคิดแบบนี้ไม่ค่อยจะส่งผลดีให้กับใครเท่าใดนัก แต่ก็ไม่หมายความว่าเราจะประมาทคิดในแง่บวกตลอดเวลาจนดูว่าเราเป็นคนโง่ไม่ทันคนไม่ทันโลก หรือแกล้งโง่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน เราต้องพยายามมองโลกในแง่ดีไว้ก่อน แต่ก็ต้องวางบนพื้นฐานของความเป็นจริงของเหตุและผลด้วย แล้วเราจะค่อยๆเรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิตและธรรมชาติของมนุษย์อย่างถ่องแท้ อย่าปล่อยให้ความคิดร้ายๆ อคติต่างๆมันเกาะกินใจเรา จนทำให้เราไม่มีความสุข ท้อแท้ใจ รู้สึกว่าโลกนี้โหดร้ายไม่น่าอยู่ คนรอบข้างดูเป็นภัยเลวร้ายไปเสียหมด ความจริงเราอยู่บนโลกใบเดิมแต่สถานการณ์บางอย่างมันเปลี่ยนไปบ้างเท่านั้น คนรอบข้างเราก็ไม่เลวร้ายอย่างที่เราคิดทุกคน ยังมีคนดีมีน้ำใจอยู่บนโลกใบนี้แน่นอน และในสถานการณ์ที่เลวร้าย อาทิ เศรษฐกิจมันแย่ในเวลานี้ถ้าเรามองอีกด้านหนึ่งเราจะพบว่ามีการคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาเกิดขึ้นมากมาย และเรากำลังค้นพบทฤษฎีใหม่ๆที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะเช่นนี้ ในความย่ำแย่เลวร้ายก็ยังมีความดีงามให้เราได้ชื่นชมอยู่เหมือนกัน
อย่าคิดไปเองและคิดแทนคนอื่น ความคิดเช่นนี้อาจทำให้เราวิตกกังวลหรือกลัวอย่างไร้เหตุผล เพราะหลายครั้งสถานการณ์มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด และคนอื่นเขาก็ไม่ได้เป็นและคิดอย่างที่เรากำลังคิดแทนเขา ปัญหาบางอย่างเรามองว่าเป็นปัญหาความทุกข์ต้องได้รับการแก้ไข แต่สำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่เช่นนั้น จงอยู่กับปัจจุบันให้มากๆไว้ อย่าคาดหวังอนาคตให้สูงหรือมากเกินไป เราต้องฝันให้ไกลในสิ่งที่ไปถึงได้ พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “อย่าไปวิตกกังวลถึงวันพรุ่งนี้เลยเพราะวันนี้ก็มีความทุกข์มากพออยู่แล้ว” เราต้องระวังอย่าคิดมากฟุ้งซ่านเกินเลย เพราะหลายๆครั้งความคิดเหล่านี้ส่อให้เห็นว่าเราขาดความไว้วางใจในพระเป็นเจ้าและเพื่อนพี่น้อง จงทำหน้าที่ของเราสุดความสามารถและจงฝากทุกอย่างไว้ในความดูแลของพระเป็นเจ้าด้วยความไว้วางใจ และส่วนที่เหลือบ่ากว่าแรง ส่วนที่ขาดพระองค์จะทรงเติมเต็มให้กับเราเอง
จากคุณพ่อเจ้าวัด
เสาหลักทางความเชื่อสองเสา
การสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล เป็นการสมโภชเสาหลักทางความเชื่อสองเสาของพระศาสนจักร นักบุญเปโตรเป็นหลักทางความเชื่อที่เราต้องยึดถือ นักบุญเปาโลเป็นผู้ป้องกันความเชื่อที่เราต้องรักษาไว้ เสาหลักทั้งสองนี้สำคัญมากเพราะความเชื่อของเราต้องเป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากอัครสาวก ความเชื่อเปรียบดังเมล็ดพันธุ์แห่งพระหรรษทานที่ถูกหว่านลงในใจคน เมื่อเรารับศีลล้างบาปพระเป็นเจ้าทรงหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อลงในใจเรา เราแต่ละคนจึงมีหน้าที่บำรุงรักษาและทำให้เติบโตเจริญงอกงาม เหมือนกับการดูแลต้นไม้เราต้องลดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย เพื่อทำให้มันเจริญเติบโตให้ดอกให้ผล เพราะฉะนั้นเมื่อโปรดศีลล้างบาปจึงต้องมีพ่อแม่ทูนหัว และต้องฝากผู้รับศีลล้างบาปใหม่ไว้ในกลุ่มคริสตชน เพราะพระศาสนจักรเชื่อว่าความเชื่อของพ่อแม่ทูนหัวและกลุ่มคริสตชนจะช่วยให้ความเชื่อของผู้รับศีลล้างบาปใหม่เจริญเติบโตขึ้นในทางที่ถูกที่ควร สิ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือคริสตชนมีความเชื่อที่ถูกต้องแค่ไหนสามารถเป็นแบบอย่างได้หรือไม่
ความเชื่อเริ่มต้นจากความรู้และจึงค่อยๆพัฒนาเป็นประสบการณ์ต่อไป เราจะเริ่มต้นจากการรู้จักคนๆหนึ่งมีประสบการณ์ที่ดีๆน่าประทับใจกับเขา ต่อมาก็จะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และในที่สุดก็รักกัน คริสตชนสำรองที่เข้ามาร่วมทุกข์ร่วมสุขในกลุ่มคริสตชนของเราจึงต้องการแบบอย่างและประสบการณ์ที่ดี พระเยซูคริสตเจ้าทรงเลือกและเรียกอัครสาวกมาร่วมทุกข์ร่วมสุข และมีประสบการณ์กับพระองค์ระยะหนึ่งแล้วพระองค์ก็ถามพวกเขาว่ารู้ไหมว่าพระองค์เป็นใคร “คนทั้งหลายกล่าวว่าบุตรแห่งมนุษย์เป็นใคร” ………. “พวกท่านล่ะคิดว่าเราเป็นใคร” ซีโมน เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” ( มธ. 16:15-16 ) คำตอบของนักบุญเปโตรตัวแทนอัครสาวกดูเหมือนว่าบรรดาอัครสาวกรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าดีแล้ว แต่หลังจากที่พระเยซูตริสตเจ้าทำนายถึงพระมหาทรมานของพระองค์ที่จะได้รับ ปฏิกิริยาที่เปโตรและบรรดาอัครสาวกแสดงออกนั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกท่านยังไม่รู้จักพระองค์เท่าที่ควร นักบุญเปาโลหลังจากได้พบพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว พระองค์ทรงแนะนำท่านให้ไปพบอานาเนียซึ่งจะสามารถช่วยเหลือและแนะนำท่านให้รู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้น เวลาที่ท่านเทศน์สอนเมื่อมีข้อสงสัยหรือโต้แย้งใดๆท่านจะไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อขอความเห็นจาก นักบุญ เปโตร ยากอบ และยอห์น ( กจ. บทที่ 9 – 11 ) แสดงให้เห็นว่าความเชื่อที่พระศาสนจักรประกาศสอนสืบเนื่องมาจากอัครสาวกที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข มีประสบการณ์รู้จักพระเยซูคริสตเจ้าทีละเล็กทีละน้อยจนแจ่มแจ้งเมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพและพระจิตเจ้าเสด็จลงมา
สำหรับเราคริสตชนต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ พิจารณาตรวจสอบความเชื่อและการปฏิบัติของเราอยู่เสมอว่าเป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากอัครสาวกหรือไม่ ในการปฏิบัติของคริสตชนมีสิ่งปนเปื้อนเข้ามาในความเชื่อมากมายโดยการปฏิบัติที่ไม่รู้จริง เอาธรรมเนียมปฏิบัติที่ปฏิบัติต่อๆกันมาโดยไม่รู้ไม่เข้าเหตุผลว่าทำไมบรรพบุรุษของเราต้องปฏิบัติอย่างนั้นมาปฏิบัติ อีกทั้งยังบวกกับความเชื่อนอกรีตด้วยว่าถ้าไม่ปฏิบัติจะเกิดภัยพิบัติสิ่งเลวร้ายอย่างโน้นอย่างนี้ คำถามเกี่ยวเรื่องนี้ก็คือ สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นได้อย่างไร พระเป็นเจ้าทำให้เกิดหรือ ถ้าพระองค์เป็นผู้บันดาลให้เกิดพระองค์ก็ไม่ใช่องค์ความดี ความเมตตา ไม่ใช่พระเป็นเจ้าของเรา เราไม่ต้องนมัสการพระเป็นเจ้าแบบนี้ ถ้าเป็นวิญญาณของพ่อแม่ปู่ย่าตายายทำกับลูกหลานเช่นนี้ก็เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ไม่รักเราจริง เราไม่จำต้องให้ความเคารพนับถืออีกต่อไป การปฏิบัติแบบนี้หลายๆเรื่องเป็นบาปที่ผิดพระบัญญัติประการที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพิจารณาอย่างถ่องแท้ว่าเราปฏิบัติตามความเชื่อของพระศาสนาจักรหรือไม่ ถ้าไม่หรือไม่รู้ต้องถามผู้ที่รู้ก็คือพระสงฆ์นั่นแหละ อย่าไปทะเลาะกับพระสงฆ์เพราะเรื่องเหล่านี้เลยเพราะไม่มีพระสงฆ์องค์ไหนยอมให้เราทำบาปหนัก หรือไม่ก็ทนๆไปกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ผิดอะไรนักเพราะท่านไม่ต้องการทะเลาะกับสัตบุรุษนั่นเอง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
เสาหลักทางความเชื่อสองเสา
- พี่น้องท่านใดต้องการไปร่วมพิธีอภิเษกพระสังฆาราชใหม่ ในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. 2009 ที่ศรีราชา ลงชื่อได้ที่ขายศาสนภัณฑ์หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 2009 พระคุณเจ้า ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ขึ้นรับตำแหน่งประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ณ วัดอัสสัมชัญ เวลา 10.00 น. พระสงฆ์ทุกองค์ต้องไปแสดงความนบนอบ ทางวัดจึงขอเลื่อนมิสซาไปเป็นเวลา 17.00 น. และขอให้สภาอภิบาลทุกวัดนำธงของวัดไปร่วมขบวนแห่ด้วย
- สภาพระสังฆาราชขอให้ทุกวัดสำรวจผู้พิการในเขตวัดและองค์กรที่ช่วยเหลือ ขอความร่วมมือจากพี่น้องทำแบบสำรวจ แบบสำรวจและคำอธิบายรับได้ที่หน้าวัด
- วันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 2009 เป็นวันผู้สูงอายุของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์กันเล็กน้อย
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต