สารวัด ฉบับที่ 804 วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

การประชุมและเข้าเงียบพระสงฆ์เขต 2 ที่ผ่านมายังมีการหยิบยกเรื่องงานส่งเสริมกระแสเรียกขึ้นมาคุยกัน และให้งานนี้ควบรวมกับกลุ่มเด็กช่วยมิสซา เพราะเวลานี้เรามีเด็กช่วยมิสซาทั้งชายและหญิง การส่งเสริมกระแสเรียกถือเป็นงานหลักสำคัญของทุกๆวัด ที่ต้องช่วยกันทำให้บรรลุผล เพราะปัจจุบันกระแสเรียกของการเป็นพระสงฆ์นักบวชชายหญิงลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง วิกฤตการณ์นี้อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุอาทิ ปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีลูกกันน้อยคน แรงจูงใจทางโลกทางสังคมแรงกว่าแรงจูงใจทางธรรม ฯลฯ เวลาคิดถึงกระแสเรียกพ่อคิดถึงเครื่องบูชาของอาแบล ท่านนำเอาของที่ดีที่สุดจากผลิตผลของท่านมาถวายแด่พระเป็นเจ้า และพระเป็นเจ้าก็ทรงพอพระทัยเครื่องบูชานั้น และทรงอวยพรท่าน ครอบครัวของท่านรวมทั้งการงานของท่านด้วย

อีกท่านหนึ่งคืออับราฮัมท่านเชื่อฟังพระเป็นเจ้า นำอิสอัคบุตรหัวปีคนเดียวซึ่งเป็นบุตรแห่งพระสัญญาไปถวายเป็นบูชาตามคำสั่ง พระเป็นเจ้าไม่ได้เอาชีวิตของอิสอัค อีกทั้งยังอวยพรให้อับราฮัมเป็นบิดาของชนชาติใหญ่และยกย่องท่านเป็นบิดาแห่งความเชื่อซึ่งถูกขานนามจนถึงทุกวันนี้ นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าพระเป็นเจ้าทรงตอบแทนน้ำใจดีของบุคคลที่มีน้ำใจดีเสียสละเสมอ

พี่น้อง วันอาทิตย์แรกที่พ่อมาทำมิสซาที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าอย่างเป็นทางการ หลังมิสซาสัตบุรุษหลายท่านนำรูปพระและสายประคำมาให้พ่อเสก หลังจากนั้นมีเด็กสามคนเดินมาถามพ่อว่า “พ่อทำอะไรคะ” พ่อตอบว่า “เสกรูปพระลูก” เด็กกลุ่มนั้นถามตามประสาซื่อว่า “พ่อเสกพวกหนูด้วยได้หรือเปล่า” พ่อตอบว่าได้ และอวยพรเด็กเหล่านั้น จากนั้นพ่อกลับมาที่ห้องทำงานพยายามจัดเอกสารให้เข้าที่เข้าทาง และหาง่าย ในระหว่างนั้นมีเยาวชนชายและหญิงโผล่หน้าเข้ามาถามพ่อว่า “พ่อมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ พ่อมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” อยู่ตลอดเวลา พ่อคิดว่านี่เป็นเครื่องหมายที่ดี ที่เด็กๆและเยาวชนวัดของเราไม่กลัวพระสงฆ์ เหมือนผีกลัวพระอย่างบางวัดที่พ่อเคยผ่านมา แถมยังกล้าเข้ามาพูดคุยกับพระสงฆ์อีกด้วย นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดีหรือเปล่า ที่ผู้ใหญ่จะมีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนเพื่อรับรู้ความปรารถนา ปัญหา และธรรมชาติของพวกเขา เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย และจะได้สามารถพูดภาษาเดียวกัน คุณพ่อ ยอห์นบอสโก บิดาและองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ และเยาวชนสอนว่า “วิธีดูแลและอบรมเด็กๆ และเยาวชนที่ดีที่สุดคือการอยู่ใกล้ชิดและมีชีวิตร่วมกันกับพวกเขา”

พี่น้องที่พ่อนำเอาเรื่องกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงมาเล่าให้พี่น้องฟัง ไม่ได้หมายความกระแสเรียกการมีครอบครัวไม่สำคัญ ตรงกันข้ามกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดซึ่งพ่อได้เคยเล่าให้ฟังแล้วในสารวัดฉบับก่อนหน้านี้ เพราะกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงจะต้องมาจากครอบครัวที่มีความศรัทธา มีความเชื่อที่เข้มแข็ง เราจึงต้องเริ่มต้นส่งเสริมกระแสเรียกโดยการทำให้ครอบครัว ชุมชนวัด เป็นครอบครัวและชุมชนวัดที่แกร่งด้วยความเชื่อศรัทธา พี่น้องถ้าหากว่าพระเป็นเจ้าทรงพอพระทัยเรียกลูกของพี่น้องคนใดคนหนึ่งให้ไปเป็นเณรหรือเข้าอาราม ขอให้พี่น้องดีใจและภูมิใจเถิดเพราะท่อธารแห่งพระพรมาถึงครอบครัวของเราแล้ว สำหรับครอบครัวที่ไม่มีใครไปเป็นพระสงฆ์นักบวชชายหญิงเลยก็ไม่ต้องเสียใจ ขอให้เราตอบสนองกระแสเรียกตามบทบาทหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด พระเป็นเจ้าก็จะอวยพรครอบครัวของเราหน้าที่การงานของเราเช่นเดียวกัน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

จิตตารมณ์ศีลมหาสนิท

ศีลมหาสนิทเป็นศีลศักดิ์สิทธ์ที่ประกอบไปด้วยพระกาย พระโลหิต พระวิญญาณ และพระเทวภาพของพระเยซูคริสตเจ้าเอง ซึ่งหมายถึงองค์พระเยซูคริสตเจ้าทั้งครบ มิสซาบูชาขอบพระคุณที่เรามาร่วมกันทุกๆวัน หรือทุกๆวันอาทิตย์ก็คือการฉลองศีลมหาสนิทนั่นเอง ศีลมหาสนิทเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการรัก และรับใช้และความเป็นหนึ่งเดียว ศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้จึงเป็นศูนย์กลางและชีวิตคริสตชน ทุกๆครั้งที่เราไปรับศีลมหาสนิทเราจึงต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราต้องพยายามทำให้ศีลมหาสนิทเป็นชีวิต และบังเกิดผลในชีวิตของเรา

พระเยซูคริสตเจ้าทรงปรารถนาที่จะประทับอยู่กับเรา และเป็นชีวิตเป็นเลือดเป็นเนื้อเดียวกับเราโดยทางศีลมหาสนิท ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างพระเยซูคริสตเจ้ากับมนุษย์ โดยทางศีลมหาสนิทภาษาอังกฤษเราใช้คำว่า “communion” ซึ่งนักเทววิทยาในประเทศไทยพยายามแปลเป็นภาษาไทย ให้ตรงความหมายมากที่สุดแต่ก็หาคำหรือวลีใดมาสื่อความหมายของคำๆนี้ได้ยากจริงๆ พระสงฆ์คณะเยสุอิตท่านหนึ่งท่านได้ให้ความหมายของคำว่า “communion” ไว้ว่า “การเป็นกายเดียวใจเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า” ความหมายนี้เป็นความหมายที่พ่อชอบมากที่สุด และรู้สึกว่ามีความหมายใกล้เคียงมากที่สุดด้วย แสดงว่าเมื่อเราไปรับศีลมหาสนิทเราต้องกลายเป็นกายเดียวใจเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า นั่นหมายความว่าเราต้องมีชีวิตเหมือนกับพระองค์ เราคริสตชนไปรับศีลมหาสนิทบ่อยๆ หรือไปรับแทบทุกครั้งที่เรามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ เรามีชีวิตเหมือนพระเยซูคริสตเจ้ามากน้อยแค่ไหน ศีลมหาสนิทเกิดผลในชีวิตของเราตามความหมายหรือไม่อย่างไร

คริสตชนหลายคนไปรับศีลมหาสนิทบ่อยๆ แต่ทำไมศีลมหาสนิทไม่เกิดผลในชีวิตของพวกเขา สาเหตุหลักคงจะอยู่ที่ว่าคริสตชนหลายๆคนรับศีลมหาสนิทไม่เป็น เขารู้แต่เพียงว่าออกไปแบมือหรืออ้าปากรับศีลเท่านั้น แต่ความหมายของการรับศีลมหาสนิทคืออะไร ก็น่าคิดอยู่ว่าจะทราบหรือเปล่า เวลาเราไปรับศีลมหาสนิทเราต้องไปรับเอาจิตตารมณ์ของศีลมหาสนิท แล้วนำไปปฏิบัติในชีวิตจริง จิตตารมณ์ของศีลมหาสนิทคือการรัก และรับใช้ และยินดีเป็นหนึ่งเดียวกับทุกๆคน ในพระวรสารนักบุญมาระโกได้เล่าถึงการตั้งศีลมหาสนิทไว้ว่า “พระเยซูคริสตเจ้าทรงหยิบขนมปัง ถวายพระพร ทรงบิขนมปังประทานให้บรรดาสาวก ตรัสว่า จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา แล้วทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณ ประทานให้เขาและทุกคนดื่มจากถ้วยนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่จะหลั่งออกเพื่อคนจำนวนมาก” ( มก. 14 : 22 – 24 ) แต่ท่านนักบุญยอห์นกับเล่าเรื่องการล้างเท้าอัครสาวกในเหตุการณ์และช่วงเวลาเดียวกันในพระวรสารของท่านบทที่ 13 นักพระคัมภีร์หลายท่านตีความว่านักบุญยอห์นเล่าเรื่องการตั้งศีลมหาสนิทเป็นรูปสัญลักษณ์ หมายถึงการถ่อมตนรักและรับใช้ผู้อื่นตามแบบอย่างของพระอาจารย์ที่ทรงสั่งไว้ “พวกท่านจงล้างเท้าซึ่งกันและกัน” “จงทำดังนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” คำสั่งทั้งสองบันทึกไว้ในพระวรสารคนละฉบับแต่มีความคล้ายคลึงกันมาก เวลาเราออกไปรับศีลมหาสนิท พระสงฆ์จะชูศีลขึ้นกล่าวว่า “พระกายพระคริสตเจ้า” และผู้รับตอบว่า “อาแมน” การตอบอาแมน คงไม่ได้หมายความถึงการยืนยันว่าฉันเชื่อว่านี่คือศีลมหาสนิทนี่คือพระเยซูคริสตเจ้าเอง ความหมายที่แท้จริงของการตอบอาแมน คือ การให้คำมั่นสัญญากับพระเยซูคริสตเจ้าว่า “ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า พระองค์เสด็จมารักและรับใช้และพลีชีวิตเพื่อมนุษยชาติอย่างไร พวกลูกก็จะทำเช่นเดียวกับพระองค์” ด้วยเหตุนี้มิสซาบูชาขอบพระคุณจึงไม่ได้จบลงที่วัด แต่มิสซาบูชาขอบพระคุณแห่งชีวิตที่แท้จริงกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่น้องเดินออกจากวัดแล้วเริ่มรัก และรับใช้ตามจิตตารมณ์ของศีลมหาสนิท ถ้าเรารับศีลมหาสนิทอย่างถูกต้องและเข้าใจเช่นนี้ การรับศีลมหาสนิทก็จะเกิดผลทำให้พี่น้องเป็นกายเดียวใจเดียวและมีชีวิตเหมือนองค์พระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้นทุกๆวัน เพราะพี่น้องได้ถวายตัวเองและกิจการต่างๆเป็นบูชาที่มีชีวิตเหมือนกับองค์พระเยซูคริสตเจ้าที่ถวายองค์เป็นบูชาอยู่เสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. 2009 จะมีพิธีอภิเษกพระสังฆาราช ซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ณ ศาลารวมใจฯ โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา เวลา 10.00 น. ทางวัดจะจัดรถไปร่วมพิธีผู้ที่สนใจไปร่วมพิธีนี้ สามารถลงชื่อได้ที่คุณ ไพโรจน์ ผอ. สภาอภิบาล หรือติดสอบถามได้ที่ขายศาสนภัณฑ์หน้าวัด
  2. ผู้ที่จะรับศีลสมรส กรุณาแจ้งล่วงหน้าก่อนนานๆ เพราะกระบวนการเตรียมเอกสาร และขออนุญาตจะยาวขึ้น เพราะนโยบายของเขต 2 ให้คู่บ่าวสาวต้องมารับการอบรมอย่างน้อย 7 หัวข้อก่อนดำเนินการเรื่องใดๆ
  3. เงินจากกระบอกมหาพรตปีนี้วัดของเราได้ 57,395 บาท พ่อได้นำส่งให้เขต 2 60 % และ อัครสังฆมณฑล 40 % เรียบร้อยแล้ว
  4. เงินกองทุนนักบุญเปาโลวัดของเราได้ 10,840 บาท พ่อได้นำส่งในวันที่พ่อไปเข้าเงียบประจำเดือนเรียบร้อยแล้ว

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.