บอกเล่าให้ฟัง
ทุกวันนี้เห็นเด็กๆทำการบ้าน ทำรายงาน แล้วก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าอะไรๆมันง่ายและรวดเร็วไปหมด ถ้าใครได้มีโอกาสเห็นเด็กๆเปิดพจนานุกรมหาความหมายของคำศัพท์จากหนังสือพจนานุกรม หรือเห็นพวกเขาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือโดยไม่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าช่วย ก็ต้องถือว่าเป็นคนโชคดีมาก เพราะว่าปัจจุบันหาดูได้ยากเต็มที คิดถึงวิธีการแบบเก่าๆ เวลาเราจะหาความหมายของศัพท์คำหนึ่ง เราต้องเริ่มจากการสะกดตัวอักษรของศัพท์คำนั้น และเปิดพจนานุกรมไล่เรียงตามตัวอักษรจนกว่าจะพบ เมื่อพบแล้วจึงดูความหมาย เราลองคิดดูว่าคำที่เราสะกดตัวอักษรอยู่ในใจหลายๆรอบจนพบคำนั้น มันจะมีอะไรติดตาติดอยู่ในความทรงจำบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เขาพิมพ์ตัวอักษรลงใน dictionary แล้วกดปุ่มให้มันหา มันก็หาได้ทันทีแถมยังพูดให้ฟังอีกด้วย สิ่งที่ได้มาง่ายๆอย่างนี้จะมีอะไรติดอยู่ในความทรงจำบ้างหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน ยิ่งเป็นการทำรายงานด้วยแล้ว อยากรู้อะไรก็แค่พิมพ์หัวเรื่องถามนาย google มันก็ให้คำตอบได้ตั้งหลายแบบ ถ้าเด็กๆที่ทำรายงานอ่านและเลือกดูบ้างก็พอใช้ได้อยู่ อย่างน้อยได้อ่านหาความรู้บ้าง แต่ถ้าเจอแล้ว copy ส่งเลยก็น่าคิดอยู่ว่าความรู้จะมาจากไหน เพราะไม่ได้อ่าน ไม่ได้เขียน ไม่ได้พิมพ์ และเขาก็ส่งการบ้านกันทาง e-mail อีกด้วย ส่งที่ได้มาง่ายๆก็เสียไปง่ายๆ สิ่งที่ได้มาง่ายๆจะมีคุณค่าแค่ไหน จะมีความภูมิใจได้อย่างไร มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาอยู่เหมือนกัน
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
เกลือดองแผ่นดิน และแสงสว่างส่องโลก
คุณสมบัติที่สำคัญของเกลือคือความเค็ม เพราะเราใช้ความเค็มของเกลือในการถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้นานๆไม่เน่าเสียง่าย ความเค็มของเกลือยังสามารถปรับสภาพของน้ำเสียให้กลับดีขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงเชิญชวนเราคริสตชนให้เป็นเกลือดองเผ่นดิน “ท่านทั้งหลายจงเป็นเกลือดองแผ่นดิน” (มธ.5:13) และยังบอกด้วยว่า ถ้าเกลือไม่มีรสเค็ม เกลือจะมีประโยชน์อะไร “ถ้าเกลือจืดไปแล้ว…เกลือนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร” (มธ.5:13) คำเปรียบเทียบของพระเยซูคริสตเจ้า ทำให้เราเห็นบทบาทหน้าที่ของคริสตชนต่อสังคมอย่างชัดเจน “คริสตชนที่ดี ต้องเป็นคริสตชนที่ยึดมั่นในความดี เหมือนเกลือที่มีความเค็ม และต้องพยายามจรรโลงความดีของสังคมให้คงอยู่เหมือนเกลือดองแผ่นดิน” เมื่อกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของคริสตชนต่อสังคมเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคริสตชน นั่นก็คือ คริสตชนเป็นเกลือดองแผ่นดินได้จริงหรือเปล่า ชุมชนที่มีคริสตชนอยู่กับชุมชนที่ไม่มีคริสตชนอยู่ด้วย มีความแตกต่างกันหรือไม่ ชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร ถ้าชุมชนที่มีคริสตชนอยู่และไม่มีคริสตชนอยู่ด้วย ไม่มีอะไรแตกต่างกัน ก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่า ชีวิตคริสตชนมีความหมายอย่างไรต่อสังคม และทำไมจึงต้องมาเป็นคริสตชน
“ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก” (มธ.5:14) คำเชื้อเชิญของพระเยซูคริสตเจ้า ให้คริสตชนเป็นแสงสว่างส่องโลก สะท้อนให้เห็นภาพแห่งภยันตรายของประชาชนที่ดำเนินชีวิตจมอยู่ในความมืดและเงาแห่งความตาย การเดินทางในความมืดเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก มีอุปสรรคสิ่งกีดขวางมากมาย และอันตรายอยู่รอบด้าน ด้วยเหตุนี้ แสงสว่างที่ปรากฏหรือจุดขึ้นท่ามกลางความมืดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งสามารถช่วยผู้เดินทางให้เดินทางอย่างปลอดภัยจนบรรลุเป้าหมาย อีกทั้งยังสามารถช่วยผู้ร่วมทางอื่นๆให้เดินทางบรรลุเป้าหมายอีกด้วยเช่นกัน การที่พระเยซูคริสตเจ้าเชิญชวนเราคริสตชนให้เป็นแสงสว่างส่องโลกหรือประทีปนำทางชีวิต แสดงว่าพระองค์ทรงให้เกียรติและเชื่อมั่นในความดีของเราคริสตชน “แสงสว่างของท่านต้องส่องแสงต่อหน้ามนุษย์ เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์” (มธ.5:16) ในเมื่อพระองค์ทรงให้เกียรติและเชื่อมั่นในความดีของเราคริสตชนเช่นนี้ เราคริสตชนจึงต้องดำเนินชีวิตสมเกียรติสมศักดิ์ศรีที่พระองค์ทรงให้กับเรา
การดำเนินชีวิตสมเกียรติสมศักดิ์ศรีแห่งการเป็นคริสตชนคือ การดำเนินชีวิตตามคำสอนขององค์พระเยซูคริสตเจ้า ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ในการรักและรับใช้ผู้อื่น แสดงความรับผิดชอบและตระหนักถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเป็นต้นปัญหาเกี่ยวกับศีลธรรมและจริยธรรม การไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราคริสตชนจะต้องไม่นิ่งดูดายแต่ต้องยืนหยัดอยู่ฝ่ายความจริงและความถูกต้อง โดยเป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีเสมอ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้สำนึกถึงบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของเราต่อสังคม ในฐานะที่เป็นเกลือดองแผ่นดินและแสงสว่างส่องโลก มีความมุ่งมั่นในการทำความดีเพื่อเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญพระบิดาเจ้าสวรรค์จะได้ดังก้องไปทั่วแผ่นดิน.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังมิสซา
- วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 2014 ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- ขอให้พี่น้องนำใบลานมาส่งคืนที่วัด เพื่อทางวัดจะได้นำไปทำเถ้าเพื่อใช้ในวันพุธรับเถ้า
- ขอให้ผู้ปกครองที่ปรารถนาจะให้เด็กเรียนคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ลงชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต