ฉบับที่ 14003 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

การจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังแห่งชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะทำให้ชีวิตของเรามีระเบียบไม่วุ่นวายจนเกินไป หลายคนเครียดไม่มีความสงบสุขในชีวิต เพราะเขาไม่ได้จัดลำดับคุณค่าก่อนหลังในชีวิต ในการดำเนินชีวิตนั้นเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ เพราะเรามีบทบาทหน้าที่หลายอย่างตามสถานภาพที่เราเป็น เราเป็นคริสตัง เป็นพ่อแม่ เป็นนายจ้าง เป็นลูกจ้าง เป็นประชากรของประเทศ ฯลฯ สถานภาพเหล่านี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ เราจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าอะไรมีความสำคัญเร่งด่วน อะไรมีความจำเป็นขาดเสียมิได้ในการดำเนินชีวิต เมื่อเรารู้คุณค่าลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆในชีวิตแล้ว เราจะสามารถจัดลำดับในการปฏิบัติ และให้เวลากับสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง

มนุษย์ประกอบไปด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ ดังนั้นเราต้องพยายามสร้างความสมดุลให้กับทั้งสองด้านในชีวิต ด้านร่างกายเราต้องพยายามดูแลสุขภาพพัฒนาในด้านต่างๆ และทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริตทั้งที่เราก็ทราบอยู่แล้วว่าใดๆในโลกล้วนอนิจจัง ทุกสิ่งจะต้องเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่เราจะต้องอยู่บนโลกใบนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เราจึงจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อครอบครัว ต่อผู้อื่น และตนเอง ในด้านนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะมันเป็นรูปธรรมที่เราเห็นกันอยู่ทุกๆวัน เพียงแต่เราต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวให้น้อยลงและคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มากขึ้นสิ่งต่างๆก็น่าจะดำเนินไปได้อย่างดี กล่าวโดยสรุปก็คืออย่าเห็นแก่ตัวในด้านจิตวิญญาณเป็นด้านที่น่าเป็นห่วงมากๆ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ หลายๆคนจึงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวยังไม่สำคัญนักรอไว้ก่อนได้ จึงจัดลำดับเรื่องศาสนาพระเป็นเจ้าเป็นลำดับท้ายๆของชีวิต อีกหลายคนไม่เห็นความสำคัญดูเป็นเรื่องไร้สาระจึงไม่จัดให้อยู่ในลำดับใดๆเลยในชีวิต สิ่งที่มนุษย์เห็นว่าไม่มีคุณค่าและความสำคัญ แต่ในสายพระเนตรของพระเป็นเจ้ากลับมีคุณค่าและสำคัญยิ่ง เพราะสิ่งนั้นคือนิรันดรภาพ เป็นเรื่องของความสุขและความทุกข์ตลอดนิรันดรตัดสินใจแล้วเปลี่ยนไม่ได้ วินาทีสุดท้ายของการตัดสินใจนี้ก็คือวินาทีก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไปหรือก่อนสิ้นลมหายใจนั่นเอง พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า “อย่าสะสมทรัพย์สมบัติในโลกนี้เพราะปลวก มอด ขมวนมันกัดกินได้ แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์ ทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหนใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย” บางคนอาจจะคิดว่าคำสอนเช่นนี้ลดความสำคัญของหน้าที่การงานทางโลก แต่ตรงกันข้ามกลับให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะความดีต้องทำตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อตายไปแล้วก็หมดเวลาทำความดี การทำความดีหมายถึงการรับใช้พระเป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์ ตามบทบาทหน้าที่ของตนอย่างดีสุดความสามารถ การทำความดีเกิดขึ้นที่ไหน ความรักความเมตตา ความสงบสุข การพัฒนาก็เกิดขึ้นที่นั่น เราจึงต้องเข้าใจคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของการทำความดี และจัดลำดับคุณค่าก่อนหลังให้ถูกต้องเพื่อสร้างดุลยภาพให้แก่ชีวิตของเรา ชีวิตเช่นนี้แหละเป็นชีวิตที่มีคุณค่าเป็นที่พอพระทัยพระเป็นเจ้า

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จัก

“นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก”(ยน.1:29) การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าของยอห์นบัปติสตา ทำให้เราเห็นหน้าที่หลัก 2 ประการของเราคริสตชน คือ 1. ต้องพยายามรู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้นทุกวัน 2. การแนะนำผู้อื่นให้รู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้า

ยอห์นบัปติสตาถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้เตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ ท่านเป็นญาติของพระเยซูคริสตเจ้าอยู่แล้ว ท่านคงจะรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าพอสมควร แต่ท่านก็พยายามที่จะรู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้นอยู่เสมอ เราจะพบว่าในพระวรสารนักบุญมัทธิวกล่าวถึงเวลาที่ท่านถูกจองจำ ท่านมีความสงสัย จึงใช้ศิษย์ไปทูลถามพระเยซูคริสตเจ้าว่า “ท่านคือผู้ที่จะมาหรือเราจะต้องรอคอยใครอีก”(มธ.11:3) ในที่สุดท่านก็ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระผู้ไถ่สมคำทำนายของบรรดาประกาศกทุกประการ การเรียนรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เรายิ่งรู้จักพระองค์มากเท่าใดเราจะรักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และถ้าเรารู้จักพระเยซูคริสตเจ้าก็เท่ากับเรารู้จักพระบิดาด้วย “ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย”(ยน.14:7) เราคริสตังต้องถามตัวเราเองบ่อยๆว่าเรารู้จักพระองค์มากน้อยแค่ไหน พระองค์เป็นใครสำหรับเรา การรู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้าจริงต้องรู้จักอย่างที่พระองค์เป็น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้พระองค์เป็น และต้องพยายามรู้จักพระองค์อย่างชัดเจนมากขึ้นทุกๆวัน โดยทางการสวดภาวนา พระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์

เมื่อรู้จักพระองค์แล้วหน้าที่อีกประการหนึ่งของเราก็คือต้องแนะนำพระองค์ให้ผู้อื่นรู้จักด้วย หน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่แห่งความรักเพราะพระเยซูคริสตเจ้าเป็นองค์ความรอดพ้น ใครรู้จักพระองค์และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ก็จะได้รับความรอดพ้น ความรักจึงเรียกร้องให้เราต้องนำสิ่งที่ดีที่สุดไปแบ่งปันให้กับผู้อื่น เพื่อพวกเขาจะได้พบหนทางแห่งความรอดพ้นด้วย พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เราเป็น หนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา”(ยน.14:6) การแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้า ก็เท่ากับการแนะนำผู้อื่นให้รู้จักหนทางแห่งความรอดพ้นนั่นเอง งานธรรมทูตจึงเป็นการแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จัก แน่นอนที่สุดการรู้จักพระองค์ไม่ได้หมายความว่ารู้ว่าพระองค์เป็นใครมาจากไหน เป็นลูกหลานของใคร แต่เป็นการประกาศคำสอนพระองค์เพื่อเป็นแนวทางดำเนินชีวิต พระเยซูคริสตเจ้าทรงสั่งเป็นคำสั่งสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ……จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้ท่าน”(มธ.28:19-20) คำสั่งของพระองค์ก็คือบทบัญญัติแห่งความรักให้เรารักกันและกัน นักบุญมาระโกได้บันทึกคำสั่งนี้เกี่ยวพันถึงความรอดพ้นด้วย “ท่านทั้งหลายจงออกไป…..ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น”(มก.16:15-16) การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จักจึงเป็นการประกาศข่าวดี ซึ่งพันธกิจที่สำคัญที่เราได้รับมอบจากพระเยซูคริสตเจ้า ขอให้เราได้ตระหนักถึงพันธกิจนี้และเป็นผู้ประกาศข่าวดีเสมอทั้งด้วยวาจาและด้วยการเป็นพยานในการดำเนินชีวิต

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. 2014 มีประชุมเยาวชนที่ห้องประชุมของวัด ขอให้เยาวชนและผู้ที่ปรารถนาที่จะมาร่วมกลุ่มเยาวชนวัด เข้าประชุมหลังมิสซา
  3. วันศุกร์ที่ 31 ม.ค. 2014 เป็นวันตรุษจีน ขอเชิญพี่น้องมาร่วมขอบพระคุณพระเจ้าในโอกาสปีใหม่ของชาวจีน ทางวัดจะจัดมิสซาบูชาขอบพระคุณฉลองตรุษจีน เวลา 9.00 น. ซึ่งพ่อจะใช้มิสซาสมโภชพระชนนีของพระเป็นเจ้าเหมือนวันฉลองวัด
  4. วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 2014 เป็นวันฉลองการถวายพระกุมารในพระวิหาร จะมีพิธีเสกเทียนและแห่เทียนเข้าวัด
  5. วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  6. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 2014 ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  7. วันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2014 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ชมรมผู้สูงอายุจัดให้เป็นวันเข้าเงียบถึงเที่ยง เริ่มลงทะเบียน 8.00 น. ขอเชิญผู้สูงอายุและผู้ที่สนใจมาเข้าเงียบ สวดภาวนา ร่วมมิสซา และรับประทานอาหารร่วมกัน

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 19-01-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.