บอกเล่าให้ฟัง
พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่ง และทรงใส่ความดีงามของพระองค์ไว้ในสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง เมื่อมนุษย์พบและเข้าใจ จะสามารถนำเอาความดีงามต่างๆเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สำหรับส่วนรวมและตนเอง เพราะฉะนั้นกิจการต่างๆที่มนุษย์กระทำ ถ้ามนุษย์พยายามแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ ดำเนินชีวิตอยู่ในทำนองครองธรรม มนุษย์จะพบว่ามีความดีงามบังซ่อนอยู่ในสรรพสิ่งและกิจการต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดคุณประโยชน์สำหรับชีวิตเสมอ
Take time to think, it is the source of power.
ใช้เวลาสำหรับคิดพิจารณา เพราะนั่นคือบ่อเกิดของพลังทั้งมวล
Take time to play, it is the secret of perpetual youth.
ใช้เวลาในการเล่นออกกำลังกาย เพราะนั่นคือเคล็ดลับของการทำให้เราเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ
Take time to read, it is the foundation of wisdom.
ใช้เวลาในการอ่าน เพราะการอ่านเป็นรากฐานของความรอบรู้ปรีชาญาณชาญฉลาด
Take time to pray, it is the greatest power on earth.
ใช้เวลาในการสวดภาวนา เพราะการสวดภาวนาเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้
Take time to love and beloved, it is the God given privilege.
ใช้เวลาในการรักและเป็นที่รัก เพราะนั่นคือของประทานพิเศษจากพระเจ้า
Take time to be friendly, it is the road to happiness.
ใช้เวลาในการสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น เพราะมันคือหนทางแห่งความสุข
Take time to laugh, it is the music of soul.
ใช้เวลาในการหัวเราะ เพราะมันเป็นดั่งเสียงดนตรีที่จรรโลงจิตวิญญาณ
Take time to give, it is to short a day to be selfish.
ใช้เวลาในการให้ เพราะมันทำให้ความเห็นแก่ตัวน้อยลงไปเรื่อยๆ
Take time to work, it is the price of success.
ใช้เวลาในการทำงาน เพราะผลตอบแทนของมันคือความสำเร็จในชีวิต
Take time to do charity, it is the key to heaven.
ใช้เวลาในการทำกิจเมตตาสร้างบุญสร้างกุศล เพราะนั่นคือกุญแจเข้าสู่สวรรค์
พ่อนำเอาประโยคเหล่านี้มาเล่าให้เราฟัง เพื่อเราจะได้ใช้เวลาและพระพรต่างๆที่พระเจ้าประทานให้กับเรา ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับส่วนรวมและตัวเราเอง
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ข่าวดีสำหรับคนยากจน
ถ้าเราอ่านพระวรสารของนักบุญลูกาด้วยการพินิจพิจารณาไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง เราจะพบว่างานเขียนของท่านเน้นถึงพระเมตตาของพระเจ้า ความรักความเอาใจใส่ของพระเจ้าต่อคนยากจน บุคคลชายขอบของสังคม และบุคคลที่สังคมประณามดูถูกเหยียดหยาม ท่านจึงจงใจเริ่มต้นพระวรสารของท่านด้วยความสุภาพว่า “ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพรักยิ่ง คนจำนวนมากได้เรียบเรียงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา…..ได้ถ่ายทอดเหตุการณ์เหล่านี้ให้เรารู้แล้ว”(ลก.1:1-4) ที่บอกว่าท่านจงใจเริ่มอย่างนี้เพราะ “เธโอฟีลัส” เป็นคำที่มาจากภาษากรีกซึ่งแปลว่า “ผู้ที่รักพระเจ้า” เป็นชื่อที่ไม่เจาะจงหมายถึงใคร ท่านต้องการจะหมายถึงใครก็ได้ที่ต้องการแสวงหาพระเจ้าด้วยความรัก ปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง เพราะยิ่งรู้จักพระเจ้าลึกซึ้งมากเท่าใดก็จะรักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และที่บอกว่าท่านเริ่มด้วยความสุภาพ เพราะท่านยอมรับว่าท่านไม่ได้เป็นผู้รับคำสอนจากพระเยซูคริสตเจ้าโดยตรง แต่ท่านได้รับการถ่อยทอดมาอีกต่อหนึ่ง แต่กระนั้นท่านก็พยายามเรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นข่าวดีสำหรับพวกเรา
พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาประกาศข่าวดีสำหรับคนยากจน เป็นความหวังสำหรับผู้ที่สังคมประณามไม่คบหา และดูเหมือนว่าประตูสวรรค์จะปิดตายสำหรับคนพวกนี้ไปแล้ว ข่าวดีที่พระองค์ประกาศเป็นความหวังของทุกคน “ทุกคนมีสิทธิ์เข้าสวรรค์” แต่มีข้อแม้ว่า “จะต้องสำนึกผิดกลับใจใช้โทษบาป เปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีพูด และวิถีดำเนินชีวิตของตนให้ตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า” ด้วยเหตุนี้การเทศน์สอนของพระองค์จึงนำความชุ่มชื่นใจ มาให้กับทุกๆคนที่ถูกกดขี่ข่มเหงจากชนชั้นสูงในเวลานั้น จากการขานรับและปฏิกิริยาของประชาชน ทำให้เราทราบว่าความยากจนในทัศนะของนักบุญลูกา ไม่ใช่ความยากจนในเรื่องเงินทองปัจจัยภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความยากจนทางด้านจิตใจ สำหรับทุกคนที่โหยหาปรารถนาจะรู้จักพระเจ้า ปรารถนาที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนของชีวิต ซึ่งคำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็บ่งบอกไว้ชัดเจนแล้ว และพระเยซูคริสตเจ้ายังเน้นว่าพระองค์มาเพื่อการนี้ “พระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน… ปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ… คืนสายตาให้แก่คนตาบอด… ปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า…พระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”(ลก.4:18-21)
สิ่งที่พรรณนามาข้างต้นแสดงว่าโซ่ตรวนถูกปลดล๊อกกุญแจไว้แล้ว แต่ไฉนมีผู้คนจำนวนมากมายยังอยู่ในสภาพเดิมๆ เพราะมีหลายๆคนเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วรีบปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ แต่อีกหลายคนมือยังคงจับโซ่ตรวนไว้แน่นย่ำอยู่ที่เก่า นี่จึงเป็นสภาพที่น่าเวทนาเพราะเพียงเขาปล่อยมือจากโซ่ตรวนนั้นมันจะร่วงหล่นลงไปเอง คนที่อยู่ในสภาพเช่นนี้แหละทำให้เราคริสตชนต้องตระหนักถึงหน้าที่ในการประกาศข่าวดี พระเยซูคริสตเจ้าทรงปลดปล่อยมนุษยชาติให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วก็จริง แต่ยังปรารถนาให้เราทุกคนร่วมมือกับพระองค์ในการประกาศข่าวดีแห่งความรัก ความเมตตา และความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อมนุษยชาติ เมื่อทุกคนได้สัมผัสและรับรู้พวกเขาจะได้ทราบว่าพวกเขาได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ หลุดพ้นจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วไม่จมอยู่ในนั้นอีกต่อไป
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันล้างบาป
- ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
- วันเสาร์ที่ 2 ก.พ. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและรับศีลอภัยบาป
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2013 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกๆท่านเข้าประชุมกันโดยพร้อมเพียง
- วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น.
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 20-01-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต