สารวัด ฉบับที่ 151351 วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก

มก 10:2-16

เวลานั้น ชาวฟาริสีบางคนทูลถามหวังจะจับผิดพระเยซูเจ้าว่า “เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ชายจะหย่ากับภรรยา” พระองค์ตรัสตอบว่า “โมเสสได้บัญญัติไว้ว่าอย่างไร” เขาทูลตอบว่า “โมเสสอนุญาตให้ทำหนังสือหย่าร้างและหย่ากันได้” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เพราะใจดื้อแข็งกระด้างของท่าน โมเสสจึงได้เขียนบัญญัติข้อนี้ไว้ แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ดังนั้น ชายจะละบิดามารดา และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนี้ เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่พระเจ้าทรงรวมไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” เมื่อกลับเข้าไปในบ้านแล้ว บรรดาศิษย์ทูลถามเรื่องนี้อีก พระองค์จึงตรัสตอบว่า “ผู้ใดหย่าร้างภรรยา และแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีต่อภรรยาคนเดิม และถ้าหญิงคนหนึ่งหย่ากับสามี ไปแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีเช่นเดียวกัน”    มีผู้นำเด็กเล็กๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพร แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น เมื่อทรงเห็นเช่นนี้ พระองค์กริ้ว ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้ เราบอกความจริงกับท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย” แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร.

ข้อคิด

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงอวยพระพรเด็กเล็กๆ ก็เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของการหย่าร้างไม่ได้ของการแต่งงาน ซึ่งพระองค์ได้ตรัสสอนก่อนหน้านี้ เพราะว่า เด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าสำหรับคู่รักนั้น จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างของบิดามารดามากที่สุด พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เด็กเล็กๆ ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวที่มั่นคงและอบอุ่น ดังนั้น ให้เราวอนขอพระเป็นเจ้าโปรดให้เรามีจิตใจอ่อนโยนและถ่อมตน ยอมอยู่ภายให้พระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้า ซึ่งจะปกป้องคุ้มครองเราในครอบครัวใหญ่ของพระองค์.

 

พากลับบ้าน  

ในโลกที่เปราะบาง

ณ ที่ซึ่งความแตกแยก และความล่มสลายของครอบครัว

เกิดขึ้นได้ง่ายดายดังใบไม้ร่วง

พระเยซูทรงนำพาประชากรของพระองค์เดินทางกลับบ้าน

…กลับคืนสู่สวนเอเดน…ต้นกำเนิดของมนุษยชาติ

ณ ที่นั้น มนุษยชาติได้รับลมหายใจของพระเจ้า และมีชีวิต

ณ ที่นั้น พระเจ้าทรงเปลี่ยนดินแดนว่างร้างให้กลับเป็นสวนสวยงาม

และมองให้เป็นบ้านแรกของเขา

บ้านหลังนี้มีทุกสิ่ง…เว้นแต่ คู่ชีวิต ที่ยังคงขาดหายไป

พระเจ้าทรงปั้นบรรดาสัตว์ในท้องทุ่งและนกในท้องฟ้า

ทรงนำมาให้เขา เพื่อเขาจะได้ตั้งชื่อ

เขาตั้งชื่อสัตว์ทั้งปวงอย่างไร สัตว์นั้นก็มีชื่ออย่างนั้น

แต่อนิจจา…ยังไม่มีสัตว์ใดเลยที่ได้ชื่อ คู่ชีวิต

เขาจึงยังคงโดดเดี่ยวอยู่เช่นเดิม

พระเจ้าจึงจำเป็นต้องคิดใหม่…สร้างส่วนที่ขาดหายไป

ส่วนนั้นมาจากซี่โครง…สีข้างของเขาเอง

และทันทีที่เขาพบเห็น…เขาจำได้ และร้องตะโกนด้วยความสุขยินดี

…นี่แหละคือกระดูกจากกระดูกของฉัน…เนื้อจากเนื้อของฉัน

เขาเรียกเธอว่า คู่ชีวิต เพราะเธอคือส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

เขาและเธอได้พบชิ้นส่วนที่ขาดหายไป…ในกันและกัน

มนุษยชาติจึงกำเนิดมาในเอกภาพ และจิตเกื้อกูล

แม้จะหล่นหายไปบ้างระหว่างทาง

แต่พระเจ้ายังคงเพียรทน นำพาพวกเขากลับบ้าน

 

สัปดาห์ที่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2021

สัปดาห์ที่ 26  เทศกาลธรรมดา

พระเยซูเจ้าตรัสว่า ….. “ผู้ใดให้น้ำท่านดื่มเพียงแก้วหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนของพระคริสต เจ้า เราบอกความจริงกับท่านว่า เขาจะได้รับบำเหน็จรางวัลอย่างแน่นอน”   พี่น้องที่เคารพรักยิ่ง จากพระดำรัสของพระเยซูเจ้านี้ พระองค์ยืนยันกับเราว่า สิ่งที่เราทำต่อพี่น้อง โดยเฉพาะแม้กับผู้ต่ำต้อย เราได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พวกเขาไม่มีโอกาสจะตอบแทนเราคืนได้เลย    แต่พระเป็นเจ้าตอบแทนและประ ทานรางวัลให้กับเราแทนเขา ซึ่งเราไม่ทราบว่า พระเป็นเจ้าจะตอบแทนเราเมื่อใด-อย่างใด สิ่งที่เราจะต้องมี คือ ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในพระเป็นเจ้า   ในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน พี่น้องจำนวนมากมายได้รับความทุกข์ยาก ลำบาก การระบาดของไวรัสโควิดระบาดไปทั่ว  ผู้คนมากมายติดโควิด ผู้คนมากมายไม่มีงานทำ  อีกมากมายไม่มีรายได้  –  ไม่มีเงินหรือปัจจัยในการใช้สอย     ไม่มีเงินซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต  อย่างไรก็ดี ตามที่เราทราบและเป็นข่าว มีผู้คนจำนวนมากได้แสดงออกซึ่งความมีเมตตา และได้กระทำการช่วยเหลือผู้ขัดสนแล้ว จึงเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนจะใคร่ครวญถึงตัวเราเอง    ว่าเราได้แสดงออกหรือกระทำอย่างไรหรือยัง???  เพราะบางครั้ง เราก็อาจคิดว่า    ฉันไม่ทำความชั่วหรือไม่ทำความไม่ดีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็คือ ยังไม่พอ  มันเป็นการขาดหรือเรียกว่าการละเลย  พระเป็นเจ้าพระทรงเมตตาและประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย ทุกสิ่งที่เรามี–ทุกอย่างที่เราเป็น    ล้วนเป็นพระเมตตาของพระเจ้า   ผู้ทรงพระทัยดีต่อเรา พระองค์สอนให้เราเลียนแบบความมีเมตตาของพระองค์  ฉะนั้นอย่ากังวลใจ  จงเจริญชีวิตด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเป็นเจ้า   พระองค์จะทรงดูแลเรา พระองค์ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีเสมอ  เราซึ่งเป็นลูกแกะของพระองค์จะไม่ขัดสนสิ่งใด ขอพระองค์ประทานพระพร และความเชื่อแก่เราทุกคนเสมอ เพื่อให้เราดำเนินชีวิตเป็นบุตรที่ดีของพระองค์เสมอทุกวันเวลา

***    พี่น้องที่รัก อดทนและเจริญชีวิตแบบ New Normal นะครับ     สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา   ล้างมือบ่อยๆ   เว้นระยะห่างทางสังคม  ไม่ทานอาหารร่วมกัน  ไม่ไปในที่แออัดหรือแหล่งมั่วสุม  และสิ่งสำคัญที่สุด  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้องทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ  ต้องออกกำลังกาย ต้องทำใจให้มีอารมณ์ดี – ไม่อารมณ์เสีย และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เจริญชีวิตด้วยความเชื่อ  สวดภาวนา ไม่ลืมร่วมมิสซาแม้จะเป็นแบบ on line    เพื่อขอพระพร    จากพระเจ้า และก้าวเดินไปกับพระองค์ทุกวันเวลา.

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2021

สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

พระเจ้าทรงสร้างและทรงค้ำจุนทุกสิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมาก เข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์ จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์ โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน เพราะทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่า “พี่น้อง”    พระเยซูเจ้า ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า….

            “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเขาเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเล็กๆ เหล่านี้  ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่อาจเข้าสู่พระอาณาจักรนั้นได้เลย แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร”                                                                                                      พี่น้องที่เคารพรัก พระเจ้าทรงสร้างเรามา พระองค์ทรงสร้างสารพัดทุกสิ่ง พระเจ้าทรงให้พระบุตรของพระองค์เสด็จลงมาในโลก ทรงไถ่บาป และนำทุกคนกลับเป็นบุตรของพระองค์ ทรงอำนวยพระพรและประทานพระหรรษทาน ทรงสอนทุกคนให้มีใจสุภาพ นอบน้อม และถ่อมตน สอนให้เราทุกคนมีจิดใจซื่อๆ เป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่มอบความวางใจและเชื่อใจอย่างสนิทกับพ่อแม่ และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็ต้องรักลูกของตน พ่อแม่จะรักลูกของตนได้ ก็ต้องรักซึ่งกันและกัน หากพ่อแม่ไม่รักกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ตบตีกัน หย่าร้างกัน เขาจะรักและเลี้ยงดูลูกๆได้ละหรือ พระเยซูเจ้าจึงกล่าวว่า แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้น พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน เขาจะไม่เป็นสองแต่เป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนั้นพระองค์จึงกล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พระเจ้ารวมกันไว้ มนุษย์อย่าแยกเลย” พระศาสนจักรคาทอลิกเรา จึงยึดถือแนวปฏิบัตินี้เรื่อยมา คือ เมื่อแต่งงานแล้ว จะต้องไม่มีการหย่าร้าง ดังนั้น เพื่อจะไม่มีการหย่าร้าง เราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก – ความเห็นอกเห็นใจกัน – ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน – เมตตาอารีย์ต่อกัน และมิใช่เพียงในครอบครัว แต่แผ่ความรักของเราไปยังเพื่อนพี่น้อง เหมือนด้งที่พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเราทุกคน”

***        เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระลูกประคำ   เชิญชวนให้พี่น้อง สวดลูกประคำทุกวัน อยากบอกเพียงสั้นๆ ว่า  “ยังไม่เคยได้ยิน          เลยว่า ผู้ที่มาพึ่งพระแม่ จะถูกพระแม่ทอดทิ้ง” บ้านใดจะเชิญ พ่อไปสวดที่บ้านติดต่อพ่อได้เลยนะครับ!!!                             

 ***   ขอขอบพระคุณในความมีน้ำใจดีของพี่น้องทุกๆท่าน พระเจ้า จะไม่มีวันลืมสิ่งที่พี่น้องได้ทำ แม้เพียงเล็กน้อย ขอพระเจ้า    ตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่านเทอญ.                 

 

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ  กิจสกุล

 

Tags: , , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.