สารวัด ฉบับที่ 882 วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

บอกเล่าให้ฟัง

เมื่อเข้าเงียบที่แล้วในวันที่ 30 พฤศจิกายน และวันที่ 1 ธันวาคม คุณพ่อผู้เทศน์ได้แบ่งปันเรื่องการพัฒนาชีวิตจิต พ่อเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องจึงขอเอามาแบ่งปันให้พี่น้องฟังบ้าง เผื่อว่าจะมีบางคนสามารถนำเอาไปต่อยอดพัฒนาชีวิตจิตของตนเองได้

การพัฒนาชีวิตจิตแห่งการฟัง ในการสวดภาวนาและดำเนินชีวิตร่วมกันหลายๆครั้งเราพูดมากเกินไป เราจึงต้องรู้จักฝึกตนเป็นผู้ฟังที่ดีมีความอดทน แต่อย่างไรก็ตามในชีวิตของคนต้องทำให้เกิดดุลยภาพทั้งในการพูดและการฟัง ถ้าเอาแต่พูดอย่างเดียวโดยไม่ฟังคนอื่นเขาบ้างมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งเสียหาย หรือฟังอย่างเดียวไม่พูดเราก็จะขาดความคิดเห็นที่หลากหลายที่จะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ แต่เนื่องจากว่าผู้เทศน์ท่านคิดว่าเราพูดมากเกินไปจึงต้องมีการพัฒนาเรื่องการฟัง และต้องฟังแล้วจับประเด็นให้ถูกต้องด้วย ในการสวดภาวนาเราต้องหยุดเงียบฟังพระเป็นเจ้าบ้าง ถ้าเราเอาแต่พูดเราจะรู้พระประสงค์ของพระเป็นเจ้าได้อย่างไร

การพัฒนาชีวิตจิตแห่งการปล่อยวาง การยึดมั่นถือมั่นกับลาภ ยศ สรรเสริญ ร่วมทั้งยึดตนเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินทุกสิ่ง บางคนบ้างานเกินไปจนไม่มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ ก็เป็นอุปสรรค์ในการพัฒนาชีวิตจิตเหมือนกัน ธรรมชาติของมนุษย์ ต้องมีสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ต้องมีแพ้ต้องมีชนะ ต้องมีถูกต้องมีผิดบ้างจึงถือว่าเป็นคนธรรมสามัญ ถ้าเราคิดว่า “ฉันต้อง ถูก ต้องชนะ ต้องสำเร็จเสมอ” แพ้ไม่เป็นล้มเหลวไม่ได้เราก็เป็นคนผิดปกติไปแล้ว ถ้าเราต้องการพัฒนาชีวิตจิตให้เติบโตต้องปล่อยวางจากสิ่งต่างเหล่านี้ เมื่อเราได้พยายามสุดความสามารถแล้วก็ต้องยอมรับความจริงยอมให้มันดำเนินไปตามครรลองธรรมชาติ

การพัฒนาชีวิตจิตแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์ ถ้าใครเข้าคนอื่นลำบากหรือเพื่อนน้อยเต็มที ชอบทำตัวแปลกแยก ก็น่าสงสัยว่าเขาจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้าได้อย่างไร เรามนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาในความสัมพันธ์ให้เป็นชายและหญิง และพระเป็นเจ้าของเราเป็นพระเป็นเจ้าแห่งความสัมพันธ์ พระบิดา พระบุตร และพระจิตเป็นพระเป็นเจ้าหนึ่งเดียว การพัฒนาเรื่องการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นจึงจำเป็นต่อการพัฒนาชีวิตจิตด้วยเหมือนกัน

การพัฒนาชีวิตจิตแห่งพระวาจา พระวาจาของพระเจ้าเป็นอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตจิตให้เจริญเติบโต การมีความผูกพันกับพระวาจาของพระเจ้า ให้ความสำคัญกับการฟัง การอ่าน การรำพึงพระวาจา และนำไปปฏิบัติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาชีวิตจิต พ่อคิดเล่นๆว่าคริสตังบ่นอยู่เสมอว่า พระสงฆ์คนนั้นเทศน์ยาว ถ้าเผอิญว่าคุณพ่อเขาเอาใจใส่เตรียมอย่างดี พยายามอธิบายพระวาจาให้ชัดเจน ก็น่าสงสัยว่าเราเบื่อที่จะฟังเทศน์ฟังธรรม แถมยังไม่อ่านเองอีกด้วย ชีวิตจิตของเราจะเป็นอย่างไร พ่อหวังว่าสิ่งที่พ่อแบ่งปันมานี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราบ้างนะครับ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การรอคอยด้วยความหวัง

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเป็นเทศกาลแห่งความหวัง ความหวังเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่ทำให้ชีวิตของเรามนุษย์ก้าวไปข้างหน้า ตรงกันข้ามความสิ้นหวัง ความหมดหวังซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ชีวิตของมนุษย์ชะงักงัน บางคนถึงขนาดฆ่าตัวตาย สิ่งที่เราต้องไตร่ตรองก็คือพระเป็นเจ้ายังเป็นองค์ความหวังสำหรับเราคริสตชนหรือไม่ ขณะที่ยอห์นบัปติสตากำลังรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยใจจดใจจ่อ ท่านประกาศข่าวดีให้กับประชาชนด้วยความชื่นชมยินดีว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว สันติสุข ความชื่นชมยินดีกำลังจะมาถึง ฉับพลันนั้นก็มีสิ่งที่ทำให้ท่านลังเลใจ ว้าวุ่นใจ เพราะท่านถูกจองจำอยู่ในคุก(มธ.11:2) นี่หรือยุคพระแมสซียาผู้มีชัย ผู้กอบกู้ให้พ้นเงื้อมมือศัตรู ความสงสัยลังเลใจมีผลกระทบต่อท่านอย่างรุนแรงจนท่านให้ศิษย์ไปทูลถามพระเยซูคริสตเจ้าว่า “ท่านคือผู้ที่จะมาหรือเราต้องรอคอยใครอีก”(มธ.11:3) คำตอบของพระเยซูคริสตเจ้าไม่ใช่คำตอบแบบตรงไปตรงมา “จงไปบอกยอห์นถึงสิ่งที่ท่านได้ยินและได้เห็น คนตาบอดกลับแลเห็น คนง่อยเดินได้ ……..คนยากจนได้รับการประกาศข่าวดี ผู้ที่ไม่แคลงใจในเราย่อมเป็นสุข”(มธ.11:4-6) แต่ก็ทำให้ท่านยอห์นได้เรียนรู้หนทางของพระเป็นเจ้าซึ่งเป็นหนทางแห่งการอุทิศตนรักและรับใช้ผู้อื่น และทำให้ท่านมีความหวัง มีความเชื่อมั่นต่อไป จนกระทั่งท่านยอมสละชีวิตเพื่อยืนยันวิถีทางของพระองค์ เพราะสิ่งที่ศิษย์ของท่านเล่าให้ฟังตรงกับคำทำนายของบรรดาประกาศกทุกประการ

หลายๆครั้งเราหวังอย่างที่ท่านยอห์นหวัง หวังอยากให้พระเป็นเจ้าทำทุกอย่างดั่งใจเรา แต่พระองค์ไม่ได้ทำเช่นนั้นเพราะหนทางของพระองค์นั้นดีกว่า เราจึงต้องพยายามแสวงหาหนทางของพระองค์ให้พบและเดินตาม หนทางของพระเจ้าเป็นหนทางที่สวนทางกับชาวโลก มนุษย์คาดหวังหนทางที่ง่ายๆราบรื่นและสมบูรณ์แบบในทุกสิ่ง แต่หนทางของพระเป็นเจ้านั้นเป็นหนทางแห่งความเพียรพยายามและอดทน สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตมนุษย์ต้องมาจากความเพียรพยายามและความอดทนทั้งสิ้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนให้เราเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขน หนทางแห่งความเพียรทน และมีแต่หนทางนี้เท่านั้นที่นำความรอดพ้นความสุขที่แท้จริงมาให้ พระองค์ไม่ได้สอนด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ด้วยแบบอย่างชีวิตของพระองค์ พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเป็นกษัตริย์ผู้เรืองอำนาจแบบชาวโลก แต่มาเป็นผู้รับใช้ ผู้สละชีวิตเพื่อผู้อื่น ใครก็ตามที่เข้าใจและเดินตามก็จะสามารถมีความหวังความชื่นชมยินดีท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากในชีวิตเพราะเขาจะรู้ว่ากำลังเดินบนหนเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้าพระอาจารย์ และความหวังนี้แหละจะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่จะเป็นพลังที่สำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าเสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอความร่วมมือจากเด็กๆและเยาวชนช่วยแสดงละครศักดิ์สิทธิ์คืนวันคริสตมาส ลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  2. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
  3. ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมารและนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้านลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค. 2010 เป็นวันเทศน์ตรีวารครั้งที่สองโดย คุณพ่อยอแซฟ สุวนาถ กวยมงคล มิสซา 8.30 น.
  5. ตารางเวลาวันฉลองพระคริสตสมภพ วันศุกร์ที่ 24 ธ.ค. 2010 เริ่มด้วยนพวาร เวลา 18.00 น. ต่อด้วยกิจกรรมต่างๆ จนถึงเวลา 21.00 น. เวลา 21.30 น. ละครศักดิ์สิทธิ์ เวลา 22.00 น. เริ่มมิสซา หลังมิสซามีแจกของขวัญครอบครัวที่มาลงชื่อครอบครัวไว้
  6. วันเสาร์ที่ 25 ธ.ค. 2010 มิสซาสมโภชพระคริสตสมภพ เวลา 9.00 น. หลังมิสซาครอบครัวที่ลงชื่อไว้แต่ยังไม่ได้รับของขวัญคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2010 รับของขวัญหลังมิสซา และในวันนี้มีมิสซาค่ำ เวลา 19.00 น. เป็นมิสซาฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์
  7. วันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค. 2010 เป็นวันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ จะมีการรวมมิสซาภาษาไทยและอังกฤษ มิสซาเวลา 9.30 น. หลังมิสซามีกิจกรรมฉลองครอบครัวร่วมกัน
  8. วันอาทิตย์นี้ เป็นวันพระคัมภีร์ พี่น้องท่านได้ต้องการช่วยเหลืองานด้านพระคัมภีร์ บริจาคได้ที่กล่องกลางวัด

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.