สารวัด ฉบับที่ 881 วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2553 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

บอกเล่าให้ฟัง

วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันพ่อแห่งชาติ เราคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพิเศษ และยังคิดถึงพระคุณของพ่อของเราด้วย การเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นพระคุณที่ยิ่งใหญ่สำหรับลูกๆ และเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงเช่นเดียวกัน เพราะผู้ให้กำเนิดต้องเป็นผู้อบรมเลี้ยงดูลูกๆทั้งฝ่ายกายและจิตวิญญาณ ตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้าเพื่อลูกๆจะได้เติบโตขึ้นเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคม เมื่อไม่นานมานี้ถ้าใครติดตามข่าวก็จะทราบว่ามีการพบศพทารกที่เกิดจากการทำแท้ง 2002 ศพที่วัดแห่งหนึ่ง ตามข่าวบอกว่าสองพันกว่าแต่พ่อเชื่อว่าต้องมีมากกว่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้น่าจะสะกิดเตือนใจอะไรให้กับคุณพ่อคุณแม่บ้างนะครับ ว่าปัจจุบันนี้ความเสื่อมถอยในจริยธรรมเรื่องเพศไปถึงไหนแล้ว เราควรจะดูแลลูกของเราอย่างไร พ่อคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมของเราน่าจะเป็นโอกาสที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูกๆในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง อย่าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงมันเป็นสิ่งใกล้ตัวแค่เส้นผมบังภูเขา

ในขณะที่การโฆษณากำลังโหมเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อความปลอดภัยและป้องกัน ก็เกิดเรื่องพบศพทารกสองพันกว่าศพ ตกลงนี่เป็นการช่วยหรือเป็นการซ้ำเติมกันแน่ก็น่าคิดอยู่ แต่ที่แน่ๆก็คือทุกๆครั้งที่เราแจกถุงยางอนามัยให้เยาวชน และๆเด็กก็คือการอนุญาตว่า “มีอุปกรณ์ป้องกันแล้วปลอดภัยแล้วต่อจากนี้จะทำอะไรกับใครก็ได้” แล้วจริยธรรมทางเพศอยู่ที่ไหน พ่อแม่จะยอมให้ลูกมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ถ้าใช้ถุงยางอนามัยหรือครับ คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วลองคิดดูก็แล้วกัน พระเป็นเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเป็นชายและหญิง และมอบหมายให้ชายและหญิงร่วมมือกับพระองค์ในการสร้างมนุษย์ใหม่ ความต้องการทางเพศและการมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ต้องอยู่ในกรอบของจริยธรรมและใช้ให้ตรงเป้าหมายของการสร้าง ซึ่งแน่นอนที่สุดไม่ใช่เพื่อตอบสนองกิเลสราคะตัญหาของตน

ความพินาศที่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมหลายครั้ง เกิดจากบาปการทำผิดจริยธรรมเรื่องเพศ อาทิ เรื่องของโนอาห์ น้ำมหาวินาศ เรื่องความพินาศของเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ถูกทำลาย เมื่อพิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับสถานการณ์ในอดีตคงไม่มีใครบอกได้ว่าเรื่องไหนมันรุนแรงกว่ากัน แต่พ่อเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันผดุงไว้ซึ่งความถูกต้องและจริยธรรมอันดีงาม ในเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่มีบทบาทที่สำคัญในการอบรมสั่งสอนลูกให้รู้จักศักดิ์ศรีของเพศ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น นี่จึงเป็นทางออกของปัญหาที่ถูกต้อง ไม่ใช่การสอนให้เด็กๆและเยาวชนใช้เครื่องมือป้องกันโรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ขอให้เหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นในสังคมของเราเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาเตือนใจเรา ให้เราดำเนินชีวิตยึดมั่นในศีลธรรมอันดีงาม ช่วยกันรื้อฟื้นคุณค่าทางจริยธรรมให้คงอยู่เป็นแนวในการดำเนินชีวิตของลูกหลานของเราสืบไป

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร

ในบรรยากาศแห่งความทุกข์ระทมของประชากรของพระเจ้า พวกเขารอคอยผู้นำแห่งความหวังที่จะมาฟื้นฟูสถาปนาพระอาณาจักรของพระจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี ยอห์นผู้ทำพิธีล้างซึ่งเป็นผู้เตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ ท่านได้ประกาศเชิญชวนประชาชนจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงกลับใจเถิดอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว”(มธ.3:2) เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารนั้นเชิญชวนให้เรา “กลับใจ” การกลับใจเป็นการเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ทั้งหมดอย่างถอนรากถอนโคน ต้องคิด พูด และกระทำตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางชีวิตในทางตรงกันข้ามกับอดีตที่ดำเนินผ่านมา สาเหตุที่ต้องกลับใจท่านยอห์นได้ให้เหตุผลว่า “เพราะพระเจ้ากำลังเสด็จมา” การเสด็จมาของพระเจ้านำความหวังและความชื่นชมยินดีสำหรับผู้ชอบธรรม แต่จะเป็นวันที่น่ากลัวสำหรับคนอธรรม และผู้ที่ไม่พร้อมในการรับเสด็จพระคริสตเจ้า เป็นการประกาศข้อความเชื่อเกี่ยวกับวันพิพากษา พระคริสตเจ้าจะเสด็จมาในฐานะกษัตริย์พระตุลาการในวันสิ้นพิภพ ผู้ชอบธรรมจะไดรับรางวัล ส่วนคนอธรรมจะได้รับผลตามการกระทำของเขา “เขากำลังถือพลั่วอยู่แล้ว จะชำระลานนวดข้าวให้สะอาด จะรวบรวมข้าวใส่ยุ้ง ส่วนฟางนั้นจะเผาทิ้งในไฟที่ไม่รู้ดับ”(มธ.3:12) เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลที่เรียกร้องการกลับใจ และเป็นการกลับใจอย่างเร่งด่วน “บัดนี้ ขวานกำลังจ่ออยู่ที่รากของต้นไม้แล้ว ต้นไม้ต้นใดที่ไม่เกิดผลจะถูกโค่นและโยนใส่ไฟ”(มธ.:3:10)

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้ายังเป็นเทศกาลแห่งการรอคอยความหวังที่กำลังปรากฏเป็นจริง นั่นก็คือพระอาณาจักรของพระเจ้า อาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เป็นอาณาจักรที่มีพระเจ้าเป็นผู้ปกครอง พระองค์เป็นองค์เอ็มมานูแอลพระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางมวลมนุษย์ พระคัมภีร์ให้ภาพพจน์ไว้ว่า “สุนัขป่าจะอาศัยอยู่กับลูกแกะ สิงโตและวัวจะกินหญ้าพร้อมกัน เด็กเล็กจะเล่นสนุกในรังงูเห่า มันจะไม่ทำร้ายเด็ก ทุกคนจะรู้จักพระเจ้า” (อสย.11:1-10) นี่คือข่าวดีสำหรับประชากรของพระเจ้า ยอห์นประกาศว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว เหมือนเป็นการหยั่งเชิงดูว่า ประชากรของพระเจ้ากระหายโหยหาพระอาณาจักรของพระเจ้าแค่ไหน ข่าวดีนี้ยังเป็นความหวังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของมนุษย์หรือไม่ เรายังพยายามที่จะแสวงหาคุณค่าแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่หรือเปล่า ท่านยอห์นยังเตือนใจเราให้ระวัง อย่าพอใจอยู่กับการรอคอยหรือความปรารถนาเท่านั้น แต่เรายังต้องร่วมมือกับพระเป็นเจ้าในการสถาปนาพระอาณาจักรให้เป็นจริง จงร่วมมือในการสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ ด้วยการดำเนินชีวิตตามคุณค่าแห่งพระอาณาจักรนั้น เราจะต้องเป็นผู้ที่ทำให้สังคมน่าอยู่ สร้างความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดีให้เกิดขึ้นจริงท่ามกลางมวลมนุษย์ ขอให้เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารเตือนใจเราให้กลับใจใช้โทษบาป และร่วมมือกับพระเป็นเจ้าในการสถาปนาพระอาณาจักรของพระองค์ให้เป็นจริง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอความร่วมมือจากเด็กๆ และเยาวชนช่วยแสดงละครศักดิ์สิทธิ์คืนวันคริสตมาส ลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  2. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆ ที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
  3. ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมารและนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้านลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์ที่ 12 ธ.ค. 2010 เป็นวันเทศน์ตรีวารอาทิตย์แรกโดย คุณพ่ออันตน ประจักษ์ บุญเผ่า มิสซา 8.30 น.
  5. วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาจะมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก และในช่วงบ่ายทางวัดจะไปเยี่ยมบ้านทองพูน บ้านผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ใดต้องการไปร่วมด้วยขอเชิญไปด้วยกันได้
  6. เนื่องจากพ่อต้องนำพระกุมารไปอวยพรตามบ้าน มิสซาวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ขอเลื่อนให้เร็วขึ้น เป็นเวลา 17.30 น. ยกเว้นวันพุธที่ 8 และ วันพุธที่ 15

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.