ฉบับที่ 13028 วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เวลาที่เราเรียนคำสอนในภาคของพระธรรมล้ำลึกหรือข้อความเชื่อ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำผิดต่อความเชื่อ จะมีเรื่องหนึ่งที่บอกว่าการสงสัยในข้อความเชื่อ “เต็มใจสงสัย” หลายๆคนอาจจะคิดว่าการที่เราไม่เข้าใจอย่างชัดเจนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วเกิดความสงสัยเป็นความผิดด้วยหรือ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว การสงสัยเพราะความเข้าใจยังไม่ชัดเจน แต่ผู้สงสัยพยายามแสวงหาความจริงเพื่อขจัดความสงสัยนั้น หรือเพื่อทำให้ความจริงนั้นชัดเจนมากขึ้นไม่เป็นความผิด แต่สำหรับผู้ที่ไม่ยอมรับว่าสติปัญญาของมนุษย์มีความจำกัด ในการเข้าใจเกี่ยวกับข้อความเชื่อซึ่งเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจได้อย่างครบถ้วนจนเกิดความสงสัย แล้วปล่อยตัวให้อยู่ในความสงสัยนั้นโดยไม่พยายามแสวงหาความจริง และไม่ยอมรับความจำกัดของตนจนเป็นเหตุทำให้เขาเสียความเชื่อ ภาษาทางคำสอนเขาเรียกว่า “เต็มใจสงสัย” สงสัยในข้อความเชื่อแบบนี้ถือว่าเป็นการทำผิดต่อความเชื่อ

ความสงสัยไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความจริง แต่กลับทำให้ความจริงหนักแน่นขึ้น ความไม่เชื่อไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อคนเราเชื่อหรือไม่เชื่อในบางสิ่ง แต่เกิดขึ้นเมื่อคนนั้นไปคาดการณ์ล่วงหน้าในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ (แฮร์เรียต มาร์ติโน) (เรากำลังคิดว่าสวรรค์นรกมีจริงไหม แล้วเราก็คาดการณ์ว่าไม่มีทั้งๆที่ยังไม่ได้พยายามศึกษาความจริงในเรื่องนี้) อาจมีบางเวลาที่ท่านเกิดไม่เชื่อขึ้นว่ามิติด้านจิตวิญญาณของชีวิตมีอยู่จริง จงมองช่วงเวลานั้นว่าเป็นเหตุการณ์ที่จะช่วยพัฒนาความเชื่อศรัทธาของท่าน ผู้มีปัญญาจะสงสัยแม้แต่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา ความจริงแท้นั้นมักควบคู่ไปกับความสงสัยเสมอ ถ้าไม่อาจลังเลสงสัย ข้าพเจ้าก็ไม่อาจเชื่อได้ (เฮนรี เดวิด ทอโร) จากแนวความคิดของนักคิดเหล่านี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เราใช้ทุกโอกาสที่จะพยายามศึกษาหาความรู้เรื่องพระธรรมคำสอนอยู่เสมอ เพราะเรื่องพระธรรมล้ำลึกเกี่ยวกับพระเจ้า เป็นเรื่องที่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจได้อย่างครบถ้วนทุกประเด็น ความสงสัยใคร่รู้จึงเกิดขึ้นบ่อยๆ เราจะต้องใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ที่จะพยายามศึกษาหาความจริง และถ้าเราทำเช่นนี้ความสงสัยแทนที่จะทำให้เราเสียความเชื่อ แต่กลับจะช่วยเราให้เพิ่มพูนความเชื่อศรัทธาให้มั่นคงผู้ที่ลังเลสงสัยไม่ใช่คนที่ห่างไกลจากพระเจ้า ผู้ที่เชื่อคำพูดของคนอื่นเกี่ยวกับการมีหรือการไม่อยู่ของพระเจ้า โดยไม่สงสัยเลยต่างหากที่เป็นคนห่างไกลจากพระเจ้า (ปฏิทินปัญญา ลีโอ ตอลสตอย) ดังนั้นจงระวังความเชื่อแบบตาบอด กิจการและธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติตามๆกันมาอย่างไม่รู้เหตุผลที่มาที่ไป เพราะสิ่งที่จำเป็นในสมัยหนึ่งเมื่อมาถึงอีกสมัยหนึ่งอาจไม่จำเป็นต้องปฏิบัติ และเพื่อเป็นอุบายทำให้คนไม่กล้าละเลยในการปฏิบัติ ก็มักจะแต่งเติมสีสันอัศจรรย์พันลึกเข้าไป จนกลายเป็นความงมงายในภายหลัง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องปฏิบัติในสิ่งที่เราเข้าใจเหตุผลว่า เราทำไมต้องปฏิบัติ ปฏิบัติเพื่ออะไร ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นเหมือนคนอื่นๆที่ไม่มีความเชื่อ พวกเขาจะตกอยู่ในความงมงายความผิดหลง โดนคนเอาเปรียบหาผลประโยชน์อยู่ร่ำไป โดยเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาขู่ และให้เหตุผลแบบข้างๆคูๆว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ถ้าเราเชื่อในพระเมตตาของพระเจ้าก็จงเชื่อเถิดว่า พระเจ้าจะไม่มีทางทำร้ายเราซึ่งเป็นผู้ที่พระองค์ทรงรักอย่างแน่นอน.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

มาตรฐานในการดำเนินชีวิตคริสตชน

ถ้าเราลองสังเกตเปรียบเทียบคำสอนจากพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม และพันธสัญญาใหม่ “คำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า” เราจะพบว่ามาตรฐานใหม่สูงกว่ามาตรฐานเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาลบล้างเปลี่ยนแปลง แต่พระองค์มาทำให้สมบูรณ์ขึ้น “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติ….แต่มาเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์” (มธ.5:17) “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่เรากล่าวกับท่านทั้งหลายว่า อย่าโต้ตอบคนชั่ว ผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย”(มธ.5:39) “จงรักศัตรู จงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน …จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่ทำร้ายท่าน” (ลก.6:27) จากพันธสัญญาเดิมถึงพันธสัญญาใหม่มาตรฐานการดำเนินชีวิตสูงขึ้น เนื่องจากว่าเราได้รับมากขึ้นและเข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าชัดเจนขึ้น เพราะพระเยซูคริสตเจ้าเป็นของประทานประเสริฐที่สุดของพระเจ้า เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ มาเผยแสดงพระประสงค์ ความรัก ความเมตตาของพระเจ้าที่ปฏิบัติต่อมนุษย์ให้เราได้ทราบ เป็นแบบอย่างให้เราเลียนแบบพระองค์ และสอนด้วยว่าผู้ที่ปรารถนาจะได้รับความรอดพ้นต้องเป็นอย่างที่พระเจ้าทรงเป็นมากที่สุด “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” (มธ.5:49)

“ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน”(ลก.10:27) อุปมาเรื่องชาวสะมาเรียใจดี (ลก.10:29-36) ที่ได้แสดงความรักต่อชาวยิวผู้ที่เป็นศัตรูกันตั้งบรรพบุรุษจนถึงลูกหลาน สะท้อนให้เห็นความรักของพระเจ้าต่อมนุษย์ที่เป็นคนบาปเป็นคนทรยศมาก่อนแล้ว คำอุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้าเล่าไม่ได้เล่าขึ้นมาอย่างยกเมฆ แต่เล่าบนพื้นฐานแห่งความรักของพระเจ้าที่ปฏิบัติต่อมนุษย์เสมอมา และพระองค์ไม่ได้เล่าเฉยๆแต่พระองค์ปฏิบัติให้เราเห็นเป็นแบบอย่าง โดยการยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษยชาติ พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนี้ทั้งๆที่เราไม่น่ารักเลย ทั้งๆที่เรายังคงเป็นคนบาปอยู่ และทรงมอบบทบัญญัติแห่งความรักให้แก่เราเพื่อให้เราปฏิบัติตามพระองค์ “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักอย่างนั้นเถิด” (ยน.13:34) บทบัญญัติของพระองค์ไม่ใช่เพียงคำสอนแต่พระองค์กระทำไว้เป็นตัวอย่าง “เราซึ่งเป็นทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าและอาจารย์ยังล้างเท้าให้ท่าน ท่านก็ต้องล้างเท้าให้กันและกันด้วย เราวางแบบอย่างไว้ให้แล้ว ท่านจะได้ทำเหมือนกับที่เราทำกับท่าน” (ยน.13:14-15)

มาตรฐานในการปฏิบัติสูงเช่นนี้เรามนุษย์จะปฏิบัติได้หรือ ที่ทรงยกระดับการปฏิบัติสูงเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ปรารถนาจะไดรับความรอดพ้น มีความสุขกับพระเจ้าในสวรรค์ จะต้องแสดงความพยายามของตนสุดความสามารถ แม้มาตรฐานในการปฏิบัติในการดำเนินชีวิตจะสูงมากถึงเพียงนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทรงเรียกร้องอะไรเกินความสามารถของเรา ตรงกันข้ามพระองค์ทรงทอดพระเนตรกิจการแห่งความรักเล็กๆน้อยๆที่เราทำกับเพื่อนมนุษย์ และทรงให้คุณค่ากับมันเกินพรรณนาเหมือนเราทำกับพระองค์เอง นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงทอดพระเนตรความพยายามของเรา มากกว่าความสำเร็จในชีวิตของเรา ความพยายามนี่แหละจะเรียกร้องพระเมตตาของพระองค์มาถึงเราทั้งหลาย.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จ และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกจะมาตรวจสุขภาพเบื้องต้นหลังมิสซาที่หน้าวัด ขอเชิญผู้ที่สนใจรับการตรวจสุขภาพได้วันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. 2013
  3. ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน ร่วมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันเสาร์ที่ 20 ก.ค. 2013 มีพิธีฉลองปีแห่งความเชื่อระดับประเทศของสภาพระสังฆราช ที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน เริ่มด้วยแห่พระธาตุบุญราศีต่างๆ 9.00 น. – 10.00 น. ต่อด้วย พิธีบวชสังฆานุกร แต่งตั้งผู้ช่วยพิธีกรรม และผู้อ่านพระคัมภีร์ ขอเชิญพี่น้องไปร่วมพิธี ผู้ที่ปรารถนาจะไปลงชื่อเบอร์โทรฯได้ที่หน้าวัด ผู้ที่ต้องการไปกับรถที่วัดจะจัดขอให้ระบุความต้องการในการใช้รถด้วย
  5. ประชุมเยาวชน วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค. 2013 มีประชุมเยาวชนที่ห้องประชุมของวัด ขอเชิญเยาวชนเข้าประชุม และผู้ที่สนใจจะมาร่วมกลุ่มเยาวชนสมัครได้หลังมิสซา

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.