ฉบับที่ 985 วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 อาทิตย์ที่ 1 เทศการเตรียมรับเสด็จฯ

บอกเล่าให้ฟัง

วันหนึ่งพ่อไปร่วมพิธีปลงศพ คุณพ่อผู้เป็นประธานในพิธี ท่านเทศน์ว่าเมื่อมีคนหนึ่งเสียชีวิตสิ่งหนึ่งที่เรามักจะลืม แต่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของมนุษย์ คือเรามักจะลืมสรรเสริญ ขอบพระคุณ และขอโทษพระเจ้า เพราะความเศร้าโศกจากการสูญเสียคนที่เรารัก มักจะทำให้เราลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ทำไมการสรรเสริญ ขอบพระคุณ และขอโทษพระเจ้าจึงสำคัญในเวลานั้น เราคิดดูง่ายๆพระเจ้าเป็นผู้ให้ชีวิตมนุษย์ และคอยดูแลเอาใจใส่ค้ำจุนชีวิตของคนๆหนึ่งตั้งหลายปี จนกระทั่งถึงเวลาอันสมควรพระเจ้าจึงเรียกเขาให้กลับไปหาพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนี้เราไม่ควรสรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้าหรอกหรือ นอกนั้นเนื่องจากเราเป็นมนุษย์ผู้อ่อนแอความผิดพลาดพลั้งในชีวิตย่อมเกิดขึ้นได้ ในโอกาสนี้จึงเป็นโอกาสที่เราสมควรขอโทษพระเจ้าวอนขอพระเมตตาแทนผู้ล่วงลับ

พ่อคิดว่าความตาย การสิ้นปีพิธีกรรม และการสิ้นปีสากล เป็นสิ่งที่คล้ายๆกันเพราะมันเป็นการสิ้นสุดของเวลา เพื่อจะเริ่มต้นใหม่ต่างกันเล็กน้อยตรงที่ความตายเป็นการสิ้นสุดเวลาในโลก และเป็นการเริ่มต้นแห่งนิรันดรภาพซึ่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่ไม่ได้แล้ว ส่วนการสิ้นปีพิธีกรรม และการสิ้นปีสากลเป็นการสิ้นสุดของเวลา เพื่อเริ่มต้นใหม่เหมือนกัน แต่สำหรับเราที่ยังมีชีวิตอยู่เรายังมีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องไป เพราะฉะนั้นในช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่เราจะสรรเสริญ ขอบพระคุณ และขอโทษพระเจ้า สำหรับวันเวลาที่ผ่านไปแล้วอีกปีหนึ่ง ถ้าเราพิจารณาวันเวลาที่พระเจ้าประทานให้กับเรา เราต้องถือว่าเป็นพระพรที่ล้ำค่า เป็นโอกาสที่พระเจ้าประทานให้กับเรา เราได้ใช้เวลาและโอกาสที่พระเจ้าประทานอย่างดีเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน เราจึงต้องสำนึกพิจารณา ขอบพระคุณ และขอโทษพระเจ้าในโอกาสเช่นนี้อย่าปล่อยเวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะถ้าเราทำอย่างนี้ก็เท่ากับเราไม่ได้ใช้พระพรของพระเจ้า ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่สำหรับชีวิตของเรา พระองค์จะทรงทวงถามคืนเหมือนเรื่องอุปมาเงินตะลันต์ คนที่ได้รับมากก็จะถูกทวงถามคืนมาก คนที่ได้รับน้อยก็จะถูกทวงถามคืนน้อย ในคำอุปมาไม่ได้เน้นที่ผลงานทำกำไรได้เท่าไร แต่เน้นว่าต้องทำให้บังเกิดผล พี่น้องเชื่อพ่อเถอะการปล่อยเวลาให้ผ่านไปวันๆอยู่ว่างๆเป็นอันตราย เพราะเป็นโอกาสที่เราจะพลาดพลั้งได้ง่าย หรือบางครั้งก็เป็นโอกาสเพาะเลี้ยงนิสัยที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นบางช่วงบางตอนลูกหลานเราหรือตัวเราเอง อาจจะว่างจากการทำงานเวลานั้นแหละเป็นเวลาที่เราต้องระวังไว้มากๆ อย่าปล่อยตัวตามสบาย คนทำงานหามรุ่งหามค่ำก็อย่าคิดว่าดี เพราะบางครั้งเราไม่ได้ทำให้เกิดความสมดุลในชีวิต มุ่งแต่ทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาให้ลูกๆและครอบครัว ไม่มีเวลาสำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตในมิติอื่นๆด้วยคุณค่าต่างๆ อาทิ ศาสนา วัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ ฯลฯ ก็เท่ากับเราใช้เวลาไม่ถูกต้องทำให้เกิดประโยชน์ไม่เต็มที่เหมือนกัน ชีวิตที่บังเกิดผลในความหมายที่พระเยซูคริสตเจ้าสอน คือชีวิตที่มีความสมดุลในทุกๆมิติ ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และจิตวิญญาณ ฟังดูแล้วก็ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับคนๆหนึ่ง แต่พระเจ้าก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรที่เกินไปสำหรับเรา จึงขอให้เราพยายามสุดความสามารถที่จะทำอย่างดีที่สุด

จากคุณพ่อเจ้าวัด

จงเตรียมพร้อมอยู่เสมอเพราะท่านไม่รู้วันเวลา

วันอาทิตย์นี้เราเริ่มต้นปีใหม่ทางพิธีกรรมของพระศาสนจักร ซึ่งเริ่มจากเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้าได้กล่าวถึง เครื่องหมายแห่งกาลเวลาหลายๆอย่างที่น่าสนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงกาลอวสานและบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระอานุภาพ และพระสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่ “จะมีเครื่องหมายในดวงอาทิตย์…บนแผ่นดินจะทนทุกข์ทรมาน…..เสียงทะเลที่ปั่นป่วน….บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่”(ลก.21:25-27) พระเจ้าทรงรักมนุษยชาติสุดพรรณนา จนกระทั่งพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมนุษยชาติจะได้รับความรอดพ้น ทุกๆเวลาในชีวิตพระองค์ประทานเครื่องหมายแห่งกาลเวลาแก่เรา วันเวลาผ่านไปอย่างไม่หวนคืน ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ภัยธรรมชาติยิ่งทียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วมันไม่ต่างจากที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเท่าไรนัก ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้กับเรา

พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้เราพยายามอ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลาเหล่านี้ “จงมองดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งหลายเถิด เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว”(ลก.21:29-30) อุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงต้องการปลุกจิตสำนึกของพวกเราทุกคนว่า “ทำไมมนุษย์สามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แม้กระทั่งหยั่งทราบฟ้าดินแต่ไม่ใช้ความสามารถเหล่านี้อ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา” ความพยายามในการสังเกตเครื่องหมายแห่งกาลเวลาอ่านให้ออกทำความเข้าใจ จะทำให้เราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงของชีวิตและสรรพสิ่งในโลก ความเข้าใจนี้จะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่หลงเพลินไปกับความสนุกสนาน ความงดงามฉาบฉวยภายนอก เพราะการหลงเพลินกับสิ่งเหล่านี้จุดจบของมันคือความหายนะ “จงระวังไว้ให้ดี อย่าปล่อยใจของท่านให้หมกมุ่นอยู่ในความสนุกสนานรื่นเริง ความเมามายและความกังวลถึงชีวิตนี้ มิฉะนั้นวันนั้นจะมาถึงท่านอย่างฉับพลันเหมือนบ่วงแร้ว(ที่ดักเราไว้)”(ลก.21:34-35)

“ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าอธิฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด”(ลก.21:36) การตื่นเฝ้าอธิฐานภาวนาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน คงไม่ใช่การถือสายประคำสวด การท่องบทสวดทั้งวัน หรือการเฝ้าศีลทั้งวันทั้งคืน แต่เป็นการตั้งตนเองอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าอยู่เสมอ และทำกิจการทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ แน่นอนที่สุดกิจการที่สามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าต้องเป็นกิจการที่ดีและเป็นที่พอพระทัยพระองค์ การกระทำเช่นนี้เป็นการดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอที่จะต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้า เมื่อพระองค์จะเสด็จมาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด ฉะนั้นเราต้องระวังเรื่องการเข้าใจผิด หลายๆคนเข้าใจความหมายของการสวดภาวนาแคบเกินไป คิดว่าคือการท่องบทสวด เฝ้าศีล ฯลฯ จนกระทั่งละเลยกิจการที่มีคุณค่าอื่นๆ อาทิ การแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของการพิพากษา อีกหลายคนก็เตรียมโน้นเตรียมนี่มากมายตามคำล่ำลือ แต่สิ่งที่สำคัญกลับไม่ได้เตรียม นั่นก็คือการหมั่นทำคุณงามความดีอยู่เสมอ คนที่เข้าใจผิดอย่างนี้จะไม่ได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจและเตรียมตัวอย่างดีอย่างถูกต้อง และเมื่อวันนั้นมาถึง เราจึงจะสามารถไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์บุตรแห่งมนุษย์ได้ด้วยความชื่นชมยินดี

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  3. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมแล้ว
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. ขอให้ทุกๆครอบครัวลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว ทางวัดจะมอบของที่ระลึกให้ครอบครัวละ 1 ชิ้น ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ ในคืนวันที่ 24 และวันที่ 25 ธ.ค. 2012
  6. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 02-12-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.