ฉบับที่ 982 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

พร้อมกับความคิดในการประกาศปีแห่งความเชื่อ เพื่อให้คริสตชนทั่วโลกได้มีโอกาสพิจารณาทบทวน รื้อฟื้นความเชื่อของตน พระสันตะปาปาก็เรียกให้ทำสมัชชาของตัวแทนพระสังฆราชทั่วโลก ในหัวข้อ “The New Evangelization” นักวิชาการ นักเทววิทยาไทยหลายท่านได้พยายามแปลวลีๆนี้ “การประกาศข่าวดีใหม่” “การประกาศข่าวดีแนวทางใหม่” “การประกาศข่าวดีด้วยวิธีการใหม่” ฯลฯ แต่เท่าที่สังเกตก็ยังไม่พบว่ามีใครกล้ายืนยันในคำแปลของตนเองว่า ถูกต้องตรงกับเจตนารมณ์ของพระศาสนจักร เพราะ “ข่าวดี” เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ข่าวดีเป็นข่าวเกี่ยวกับพระอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความรัก ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดี เป็นข่าวดีแห่งความรอดพ้นของมนุษยชาติ พระเยซูคริสตเจ้าได้รับมอบหมายพันธกิจจากพระบิดาเจ้าสวรรค์ ให้มาสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ และที่สำคัญองค์พระเยซูคริสตเจ้าเองนั่นแหละเป็นข่าวดี เพราะพระองค์เป็นองค์แห่งความรอดพ้นของมนุษยชาติ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ายังไม่สามารถหาคำแปลได้อย่างลงตัว แต่ทุกคนก็เข้าใจเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรโดยผ่านทางวลีนี้อย่างชัดเจน

เจตนารมณ์ของพระศาสนจักรในการประกาศข่าวดีก็คือ พระศาสนจักรมีหน้าที่ต้องประกาศข่าวดี ต้องประกาศข่าวดีด้วยความซื่อสัตย์ และต้องพยายามทำให้ข่าวดีนี้เผยแผ่ไปทั่วโลก ถึงมนุษย์ทุกคนจนสุดปลายแผ่นดิน “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง”(มก.16:15)ที่พระศาสนจักรมีความมุ่งมั่นเช่นนี้เพราะนี่เป็นพันธกิจที่พระเยซูคริสตเจ้า มอบหมายให้พระศาสนจักรสืบสานต่อก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ อีกทั้งยังเป็นหน้าที่ที่ถูกเรียกร้องตามบทบัญญัติแห่งความรัก ต้องรักผู้อื่นเหมือนพระเจ้าทรงรักเราทั้งหลาย พระเจ้าทรงรักเราถึงขนาดยอมมอบพระบุตรสุดที่รัก เพียงพระองค์เดียวแก่เรา พระบุตรได้เสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อช่วยมนุษย์ให้ได้รับความรอดพ้น นี่เป็นข่าวดีเป็นข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้า ในเมื่อพระเจ้าทรงรักเราถึงเพียงนี้เราจึงต้องรักผู้อื่นเช่นเดียวกัน โดยนำเอาของที่ประเสริฐที่สุดที่เราได้รับจากพระเจ้าไปมอบให้แก่มนุษย์ทุกๆคนด้วยเหตุนี้พระศาสนจักรจึงถือว่าการประกาศข่าวดี เป็นหน้าที่สำคัญของพระศาสนจักรที่ละเลยไม่ได้ เพราะนี่เป็นหน้าที่โดยธรรมชาติของพระศาสนจักรเลยทีเดียว เราทุกๆคนจึงมีหน้าที่ที่จะต้องประกาศข่าวดีเช่นเดียวกัน เพราะเราทุกคนก็คือพระศาสนจักรนั่นเอง เนื่องจากการประกาศข่าวดีเป็นหน้าที่สำคัญของพระศาสนจักร พระศาสนจักรจึงใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะประกาศข่าวดี อาทิ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การเปิดการเสวนากับทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรม และทุกครรลองชีวิต ฯลฯ พระสังคายนาวาติกันที่ 2 ได้ให้ข้อแนะนำไว้อย่างชัดเจนว่า “ฆราวาสทุกคนมีหน้าที่ประกาศข่าวดี” แม้เราจะมีเครื่องมือที่ทันสมัย มีวิธีการที่ดีเลิศมากมาย แต่การประกาศข่าวดีที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากที่สุดก็คือการเป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิตของคริสตชนทั้งหลาย นั่นหมายความว่าเราทุกคนจะต้องดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆที่ที่เราอยู่ จึงขอให้เราทุกได้ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญประการนี้อยู่เสมอ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

มนุษย์มองดูภายนอกแต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรภายในจิตใจ

พระเยซูคริสตเจ้าทรงบริภาษบรรดาธรรมาจารย์อย่างรุนแรง “จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง”(มก.12:38-39) อย่างนี้ คงไม่ใช่เพราะธรรมาจารย์ทุกคนต้องเป็นคนแบบนี้กันหมด แต่พระองค์ต้องการเตือนพวกเราให้ระวัง “อย่ามองคนแต่ภายนอก” เพราะคนบางคนชอบใช้วิธีการเหล่านี้ อาทิ ทำท่าศรัทธา ทำบุญอวดชาวบ้าน แต่งตัวหรูหรา ฯลฯ ในการดึงดูดความสนใจของผู้คน เพื่อเป็นบันไดทางสังคมและศาสนาก้าวสู่การมีหน้ามีตา ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมีเกียรติ และตำแหน่งสูง โดยมีเบื้องหลังซับซ้อนแอบแฝงเพราะแท้ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนดีอะไรเลย เมื่อพิจารณาการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในสังคมวันนี้ เราจะเห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขาทำกันเพื่ออะไร และทำไมพระเยซูคริสตเจ้าต้องบริภาษรุนแรงขนาดนี้

และนี่ก็คือคำตอบ “คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย”(มก.12:40) ที่พระเยซูคริสตเจ้าใช้ “หญิงม่าย” เพราะหญิงม่ายในสมัยของพระองค์ เป็นคนที่ลำบากไม่มีเกียรติศักดิ์ศรีในสังคม พระองค์จึงใช้หญิงม่ายเป็นตัวแทนของคนจน คนด้อยโอกาสทั้งหลาย เมื่อเราพิจารณาคำตอบที่พระเยซูคริสตเจ้าให้ไว้ เราจะทราบทันที่ว่าคนพวกนี้ต้องการหน้าตา เกียรติยศ และตำแหน่งสูงๆไปเพื่ออะไร ถ้าได้มาเพื่อจะได้ทำตามจิตตารมณ์แห่งความยิ่งใหญ่ตามที่พระองค์สอน “ผู้ใดปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็ต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน”(มก.10:43-44) ก็ดีนะซิ และไม่ต้องลงทุนสร้างภาพขนาดนี้หรอก เพียงแค่เราลงมือปฏิบัติตามอย่างที่พระองค์สอนก็พอแล้ว แต่ที่สำคัญที่ต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียง และตำแหน่งใหญ่โต เพื่อหาทางสบายโดยการเอารัดเอาเปรียบคดโกงชาติและผู้อื่น เป็นต้นผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่อย่าลืมว่าเสียงร้องของคนจนคนอ่อนแอขึ้นไปถึงพระกรรณของพระเจ้าแล้ว และพระองค์ก็ไม่ได้ทอดพระเนตรอย่างมนุษย์ แต่ทอดพระเนตรถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจของเรา “คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าคนอื่น”(มก.12:40)

ด้วยเหตุนี้กิจการที่จะมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ต้องเป็นกิจการที่มาจากน้ำใสใจจริง กิจการหน้าไหว้หลังหลอกตบตาพระองค์ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่มีน้ำใจดีทั้งหลายที่คอยช่วยเหลือพระศาสนจักร ก็อย่าคิดว่าพระเยซูคริสตเจ้าบริภาษพวกท่าน ถ้าพวกท่านทำกิจการต่างๆด้วยน้ำใจดีจริงใจปรารถนาที่จะช่วยพระศาสนจักร ช่วยผู้ด้อยโอกาส จงทำต่อไปเพราะพระเจ้าจะอวยพรพวกท่าน ครอบครัว และกิจการพวกท่านด้วย เพราะทานของพวกท่านเป็นการให้ด้วยใจกว้าง จึงจัดได้ว่าเป็นทานที่มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์เหมือนกัน

ทานของหญิงม่ายที่พระวรสารกล่าวถึง เป็นทานที่มาจากน้ำใสใจจริง และตามกำลังความสามารถ นางได้ให้ด้วยใจและสุดความสามารถของนาง ทานที่นางทำจึงมีคุณค่าที่สุดในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์ไม่ใช่นักคำนวณจึงไม่ได้ทอดพระเนตรเชิงปริมาน แต่ทอดพระเนตรสิ่งที่มีอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตใจของเรา พระเจ้าเป็นองค์แห่งความรัก ทรงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเราแม้แต่ชีวิตของพระองค์เองด้วยความรัก ความรักคำนวณเป็นเชิงปริมานตวงวัดไม่ได้ เรามนุษย์จึงต้องตอบสนองความรักของพระองค์ดุจเดียวกัน โดยทำทุกอย่างถวายแด่พระองค์ด้วยความรัก และความจริงใจ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  3. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมแล้ว
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. วันเสาร์ที่ 17 พ.ย. เขต 2 จัดคลินิกครอบครัวสุขสันต์ ที่วัดมารีย์สวรรค์ ลงทะเบียนเวลา 9.00 น. จบเวลา 15.00 น. ผู้ที่ปรารถนาจะไปลงชื่อที่หน้าวัด
  6. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. 2012 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 11-11-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.