ฉบับที่ 983 วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

การให้มีความสุขมากกว่าการรับ ความรู้สึกเช่นนี้ประสบการณ์ในชีวิตเป็นสิ่งที่บ่งบอกเราได้อย่างชัดเจนที่สุด จากประสบการณ์หลังน้ำท่วมปีที่แล้ว ทางวัดโดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาววัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต และหน่วยงาน Caritas ได้ช่วยเหลือครอบครัวที่ลำบากทั้งคาทอลิกและไม่ใช่คาทอลิกได้หลายครอบครัว ในโอกาสนั้นถึงแม้ว่าพ่อจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็พยายามช่วยตามกำลังความสามารถของพ่อ และพยายามเป็นคนกลางที่ดีที่จะนำความช่วยเหลือไปถึงผู้อื่น ตอนนั้นพ่อรู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นผู้ที่ลำบากได้รับความช่วยเหลือ ทั้งๆที่พ่อก็ไม่ได้ให้อะไรมากมายแต่ก็มีความสุขใจที่เราได้ทำสุดความสามารถของตน ในช่วงนี้ศาลาอเนกประสงค์กำลังสร้าง เราเข้าใกล้วันคริสต์มาส วันครอบครัว และวันฉลองวัด ทางวัดจึงต้องรบกวนพี่น้องอีกเช่นเคย ถึงแม้ว่าพ่อไม่ใช่ผู้รับโดยตรง เป็นเพียงคนกลางเท่านั้นก็รู้สึกเกรงใจพี่น้องจนบอกไม่ถูก จึงได้แต่สวดภาวนาขอพรพระเจ้าอวยพรพี่น้องผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่าน

ในช่วงวันคริสต์มาสและวันฉลองวัดปีนี้ กิจกรรมหลายๆอย่างก็คงมีเหมือนเดิม แต่มีกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง อาทิ โครงการให้ด้วยใจ ในวันคริสต์มาส การสอยดาวทางวัดจะเปิดโอกาสให้เด็กๆด้อยโอกาส ได้มีโอกาสสอยดาวบ้างด้วย เพราะเราต้องการทำตามแบบอย่างของพระเยซูคริสตเจ้าพระอาจารย์ของเรา ที่ทรงยอมแบ่งปันพระเทวภาพและชีวิตให้กับเรา เราจึงปรารถนาให้เด็กๆด้อยโอกาสได้รับความสุขบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้รับของขวัญวันคริสต์มาส ส่วนโครงการให้ด้วยใจ ในวันคริสต์มาส เป็นโครงการที่ให้ผู้ที่มีความปรารถนาที่จะมอบของขวัญให้พระกุมารเจ้าผ่านทางผู้ด้อยโอกาส โดยระบุด้วยว่าของขวัญนั้นต้องการให้กับใคร เพศ อายุ เด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ ผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วนำของขวัญนั้นมาถวายที่ถ้ำพระกุมาร หลังจากนั้นคณะกรรมการสภาภิบาลจะนำของขวัญเหล่านั้น ไปมอบให้ผู้ด้อยโอกาสตามความประสงค์ของผู้ให้ พ่อคิดว่าโครงการเหล่านี้น่าจะทำให้การฉลองคริสต์มาสของเรามีความหมายมากขึ้น เพราะเราได้ฉลองตามจิตตารมณ์ของวันคริสต์มาสอย่างแท้จริงสิ่งที่พ่อเล่ามาทั้งหมดนี้มองในแง่หนึ่งก็ล้วนเป็นการรบกวนพี่น้องทั้งสิ้น แต่ถ้าเรามองในแง่ของความเป็นคริสตชน เราต้องพยายามเลียนแบบชีวิตของพระเยซูคริสตเจ้า นั่นก็คือต้องดำเนินชีวิตไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อแสดงความรักและรับใช้เพื่อนพี่น้องของเรา หรืออาจกล่าวว่าคริสตชนต้องดำเนินชีวิตเพื่อผู้อื่น พ่อเพียงหวังว่ากิจกรรมต่างๆที่ทางวัดและสภาภิบาลจัดขึ้น จะสามารถช่วยพวกเราให้พัฒนาและเข้าใจความเป็นคริสตชนของเรามากขึ้น โดยอาศัยกิจกรรมเล็กๆน้อยๆที่เราทำจากความจริงใจ เราจะค่อยๆปลูกฝังจิตตารมณ์การเป็นคริสตชนที่ดีให้กับลูกหลานของเรา เพราะการเป็นคริสตชนที่ดีไม่ใช่แค่ปฏิบัติศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นบุคคลที่พยายามดำเนินบนพื้นฐานของบทบัญญัติแห่งความรักด้วย การปลูกฝังคุณค่าที่ดีงามให้กับลูกหลานเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะพวกเขาจะดำเนินชีวิตเป็นคนดี เป็นคนสมศักดิ์ศรีของความเป็นคน เป็นคริสตชนสมชื่อ นั่นก็คือผู้ติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้า คนเช่นนี้จะนำชีวิตของตนให้เจริญในศีลในพรของพระเจ้า และนำพาชุมชนแห่งความเชื่อให้เจริญรุ่งเรือง เพราะการดำเนินชีวิตของเขาจะนำมาซึ่งพระพรตลอดเวลา

จากคุณพ่อเจ้าวัด

สรณะที่แท้จริงของเรา

ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงความทุกข์เวทนาอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น มีศิษย์บางคนตั้งข้อสังเกตถึงความสง่างามของสิ่งปลูกสร้างในกรุงเยรูซาเล็ม “ดูซิพระอาจารย์ ก้อนหินและอาคารเหล่านี้ช่างใหญ่โตจริงๆ”(มก.13:1) หลังจากพระองค์ได้ยินความภูมิใจเหล่านี้พระองค์ก็เริ่มกล่าวถึง การล่มสลายความพังพินาศของมัน “ท่านเห็นอาคารใหญ่เหล่านี้เหล่านี้ไหม จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย ทุกสิ่งจะถูกทำลาย”(มก.13:2) ที่พระองค์กล่าวเช่นนี้มีนัยสำคัญหลายอย่าง แต่สิ่งที่พระองค์ต้องการเตือนใจเราโดยภาพรวมก็คือ พระองค์ต้องการทำให้เราเข้าใจสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่งในโลก “ใดในโลกล้วนอนิจจัง” มีเวลาเกิดมีเวลาตาย มีเวลารุ่งเรืองมีเวลาเสื่อมถอย มีเวลาสร้างมีเวลาทำลาย มีเวลาใหม่มีเวลาเก่า นี่เป็นสัจธรรมความจริงของสรรพสิ่งในโลก ใครที่สามารถเข้าถึงก็เป็นผู้เจริญแล้วซึ่งปัญญา เขาจะไม่ยึดติดกับสิ่งภายนอกฉาบฉวย เป็นผู้ที่ฉลาดทางธรรม

ในเมื่อสัจธรรมความจริงเป็นเช่นนี้ “ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง” คนฉลาดทางธรรมจะทราบว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ยึดเป็นสรณะที่แท้จริงไม่ได้ แต่อนิจจาความเจริญทางวัตถุ มนุษย์สามารถสร้างตึกสูงละฟ้า ความเจริญทางเทคโนโลยีที่ดูเหมือนว่ามนุษย์จะสามารถทำได้ และสามารถเอาชนะทุกสิ่ง ทำให้มนุษย์หลงตัวเองอยู่ในวังวนของอวิชา พยายามอุปโหลกตัวเองว่าเป็นพระเจ้า เป็นผู้สร้างสรรค์โลก ครอบครองจักรวาล แต่ไม่ช้าก็เร็วสัจธรรมจะปรากฏตามที่เป็นจริง อะไรๆที่เราคิดว่ามั่นคงถาวรเป็นสรณะได้ กลับกลายเป็นสิ่งที่เสื่อมสลายและไร้คุณค่าความหมายโดยสิ้นเชิง เมื่อเผชิญหน้ากับสังขาร ความหนุ่มสาว ความหล่อเหลางดงามบนใบหน้าอยู่ที่ไหน ความแข็งแรงสามารถทำงานหนักเป็นนักกีฬาอยู่ที่ไหน รอยตีนกาความเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่พยายามลบแล้วลบอีก แต่ไม่เคยทำสำเร็จสักครั้งเดียวได้เก็บบังซ่อนมันไว้ชั่วครั้งชั่วคราว สิ่งต่างๆรวมทั้งบุคคลที่อยู่รอบข้าง เริ่มเสื่อมสลายล้มหายตายจาก เมื่อถึงวันนั้นเราจะรู้ว่าเราไม่มีอำนาจอะไรเลย เราเป็นเพียงจุดเล็กๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ไม่สามารถแม้กระทั่งบังคับสังขารของตนให้หยุดไม่เลื่อนไหลไปตามกาลเวลา ทุกสิ่งจะเริ่มร้องขานด้วยเสียงแห่งสัจธรรมว่า มนุษย์เอ๋ยเจ้าไม่สามารถครอบครองเรา มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถครอบครองเราอย่างแท้จริง

“ดวงอาทิตย์จะมืดไป..ดวงดาวจะตกจากฟ้า…ท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน….. บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา..ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่”(มก13.:24-26) เบื้องหลังความทุกข์เวทนาความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง พระเจ้าทรงซ่อนความหวังไว้ ทรงบอกกับเราทุกๆวันผ่านทางธรรมชาติแห่งการเกิดสิ่งใหม่ที่จะต้องมีความลำบาก ความตายเสมอ อาทิ เมล็ดข้าวต้องเน่าเปื่อยจึงจะงอกเป็นต้นใหม่ ฯลฯ ความหวังนี้คือการสร้างใหม่ พระเจ้าจะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์นำความชื่นชมยินดีมาให้กับผู้ที่เข้าใจสัจธรรม และยึดพระองค์ไว้เป็นสรณะแห่งตน พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้จึงไม่ใช่การขู่ให้เรากลัว แต่เตือนใจเราให้ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ มองเครื่องหมายแห่งกาลเวลาด้วยสายตาแห่งธรรม เพื่อเราจะได้เห็น เข้าใจ ในสรณะที่แท้จริงคือองค์พระเจ้า และยึดมั่นพระองค์ไว้ด้วยความเชื่อ เพราะพระองค์นี่แหละสามารถนำความชื่นชมยินดีมาให้กับเรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  3. ขออาสาสมัครเด็กเล่นละครคริสต์มาสต้องการผู้แสดงจำนวนมาก ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เริ่มซ้อมแล้ว
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. ขอให้ทุกๆครอบครัวลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว ทางวัดจะมอบของที่ระลึกให้ครอบครัวละ 1 ชิ้น ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ ในคืนวันที่ 24 และวันที่ 25 ธ.ค. 2012
  6. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 18-11-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.