ฉบับที่ 960 วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 สมโภชพระวรกาย และพระโลหิต พระคริสตเจ้า

บอกเล่าให้ฟัง

เข้าเงียบประจำเดือนของพระสงฆ์ครั้งหนึ่งคุณพ่อผู้เทศน์แบ่งปันว่า พระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ท่านหนึ่งไปเสวนากับดาไลลามะพระชาวธิเบต และถามท่านว่า “ศาสนาอะไรเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก” ดาไลลามะตอบว่าศาสนาที่ดีที่สุดในโลกคือ ศาสนาที่ทำให้มนุษย์มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นมากขึ้น (more compassionate) ศาสนาที่ทำให้คนไวต่อความต้องการของผู้อื่นและของสังคมส่วนรวมมากขึ้น (more sensible) ศาสนาที่ทำให้คนสามารถปลดปล่อยตนเองจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มากขึ้น (more detached) ศาสนาที่ทำให้คนแสดงความรักต่อผู้อื่นมากขึ้น (more loving) ศาสนาที่ทำให้คนมีมนุษยธรรมสูงขึ้น (more humanity) ศาสนาที่ทำให้คนมีชีวิตจิตสูงขึ้นเห็นคุณค่าด้านจิตวิญญาณมากกว่าคุณค่าด้านวัตถุ (more spirituality) ศาสนาที่ทำให้คนมีจิตใจสูงยึดมั่นในหลักจริยธรรม (more ethic)

พ่อคิดว่าคำตอบของดาไลลามะเป็นคำตอบที่ชาญฉลาดที่สุด เป็นคำตอบที่เป็นกลางไม่ยกย่องศาสนาใดและไม่ดูแคลนศาสนาใด แต่คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนการนับถือศาสนา และการปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้น แน่นอนที่สุดเราแน่ใจได้ว่าคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นต้นบทบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์มอบให้ “จงรักกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักท่าน”มันครอบคลุมคำตอบของดาไลลามะทั้งหมด เราต้องรักศัตรูและสวดภาวนาสำหรับผู้ที่เกลียดชังเรา คนที่เป็นใหญ่จะต้องถ่อมตนลงรับใช้คนอื่น ฯลฯ แต่ในชีวิตจริงเราคริสตชนเป็นอย่างคำตอบของดาไลลามะให้ไว้หรือไม่ ถ้าสำรวจดูแล้วไม่เป็นมากกว่าเป็น ก็แสดงว่าเราคริสตชนไม่ได้ปฏิบัติ….จุด…จุด…ของพระเยซูคริสตเจ้านั่นเอง ไม่ใช่เพราะศาสนาหรือคำสอนไม่ดีหรือไม่เที่ยงแท้แต่อย่างใดในเดือนตุลาคมพระศาสนจักรจะประกาศปีแห่งความเชื่อ พ่อคิดตามแบบชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งซึ่งเป็นความคิดแบบพื้นๆ พ่อคิดว่าพระศาสนจักรคงต้องการให้เราหันกลับมาสนใจ ทบทวนความเชื่อซึ่งเราได้รับสืบทอดมาจากอัครสาวกกันใหม่ ทบทวนดูซิว่ายังเหมือนเดิมหรือมีอะไรผิดเพี้ยนไปจากเดิมบ้างหรือเปล่า พ่อเคยกล่าวมาหลายครั้งแล้วว่าความเชื่อกับการปฏิบัติเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ เราเชื่ออย่างไรเราก็ปฏิบัติอย่างนั้นแหละ เราบอกว่าเราเชื่อในพระเจ้า เราเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า แต่ถามว่าเราปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์บ้างหรือไม่ อย่างไร พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า “ไม่ใช่ผู้ที่เรียกพระเจ้าข้า พระเจ้าข้า จะเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ได้ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ต่างหากจึงเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ได้” เพราะฉะนั้นการไตร่ตรองทบทวนความเชื่อก็คือ การไตร่ตรองทบทวนการปฏิบัติการดำเนินชีวิตของเรานั่นเองว่า เราได้ดำเนินชีวิตหรือปฏิบัติตามความเชื่อของเราหรือไม่

ศาสนาเป็นหนทางการดำเนินชีวิต (the way of life) การนับถือศาสนาจึงหมายถึงการดำเนินชีวิตตามคำสอนของศาสนานั้นๆ หรือเชื่อและปฏิบัติตามความเชื่อที่ศาสนานั้นๆประกาศยืนยัน ด้วยเหตุนี้ปีแห่งความเชื่อที่พระศาสนจักรจะประกาศ จึงเป็นเวลาพิเศษที่เราจะต้องมาทบทวนการดำเนินชีวิตของเรา เพื่อทำให้เรามีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้ามากขึ้น โดยดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์

จากคุณพ่อเจ้าวัด

อาหารจากสวรรค์

ศีลมหาสนิทเป็นอาหารทรงชีวิตที่มาจากสวรรค์ “พระบิดาของเราที่ประทานขนมปังแท้จากสวรรค์ให้ท่าน…..เราเป็นปังแห่งชีวิตผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย”(ยน.6:32,35) ภาพพจน์ของศีลมหาสนิทเป็นอาหาร ทำให้เราคิดถึงอาหารที่เรารับประทานและน้ำที่เราดื่มทุกๆวัน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นชีวิตของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าที่ล้นที่พ้นของเรายอมกลายเป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นชีวิตของเรา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าองค์ใดของศาสนาใดบ้างที่เรารู้จัก รักมนุษย์ถึงขนาดยอมเป็นอาหารให้มนุษย์รับประทาน ถ้าเราลองคิดในแง่ที่ว่า “You are what you eat” คุณเป็นอย่างที่คุณกินนั่แหละ มองในด้านของมนุษย์ พระเจ้าทรงรักเราจนกระทั่งยอมเป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นชีวิตเดียวกับเรา มองในด้านของพระเจ้า พระองค์ทรงรักเรามนุษย์ถึงขนาดยกระดับเรามนุษย์ผู้ต่ำต้อยให้เป็นเหมือนกับพระองค์ ไม่ว่าจะมองในแง่ไหนศีลมหาสนิทก็แสดงถึงความรักของพระเจ้าต่อเรามนุษย์สุดพรรณนา

คำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้าในการตั้งศีลมหาสนิท พระวรสาร 3 ฉบับ นักบุญมัทธิว มาระโก ลูกา เล่าเรื่องการตั้งศีลมหาสนิทไว้ใกล้เคียงกันมาก มีกล่าวถึงเรื่องขนมปังและเหล้าองุ่น แต่มีเฉพาะของนักบุญลูกาที่กล่าวถึงคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า “จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”(ลก.22:19) นักบุญลูกากล่าวถึงเรื่องนี้เพราะเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องกระทำให้เกิดขึ้นในพระศาสนจักรตลอดไป แน่นอนที่สุดคำสั่งนี้เป็นคำสั่งให้ถวายบูชาขอบพระคุณ เพราะบูชาขอบพระคุณกับบูชาบนไม้กางเขน ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าถวายพระองค์เองเป็นบูชาแด่พระบิดาเจ้าเพื่อไถ่โทษมนุษยชาติ เป็นบูชาเดียวกันและไม่ใช่การระลึกถึงเท่านั้นแต่การทำให้เหตุการณ์นั้นเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ถ้าเราพิจารณาเฉพาะส่วนของบูชาขอบพระคุณก็เป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้าเราพิจารณาในด้านจิตตารมณ์ของศีลมหาสนิทการรักและรับใช้ เราจะพบว่าคำสั่งนี้รวมความถึงทุกคนที่เชื่อในพระองค์ จะต้องรับเอาจิตตารมรณ์ของศีลมหาสนิทการรักและรับใช้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการถวายบูชาชดเชยบาปของมนุษยชาติ ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงถวายพระองค์เองเป็นบูชาแด่พระบิดาเจ้าบนไม้กางเขน โดยการรักและรับใช้ผู้อื่นถวายชีวิตของตนเป็นบูชาในชีวิตจริง ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่คริสตชนปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรัก จึงเป็นการถวายบูชาในชีวิตจริงโดยการอุทิศตนรักและรับใช้ผู้อื่น

ขนมปังและเหล้าองุ่นอาหารที่แสนธรรมดา ถูกนำมาเป็นเครื่องหมายของการประทับอยู่ขององค์พระเยซูคริสเจ้าท่ามกลางเรา แสดงให้เห็นว่าพระองค์มีความปรารถนาให้เรามีความมั่นใจ และได้สัมผัสความรักและการประทับอยู่ของพระองค์อยู่เสมอในชีวิตประจำวัน เป็นการเน้นย้ำว่าพระองค์รักเราจริง ทรงปรารถนาแบ่งปันชีวิตกับเรา และพระองค์ทรงรักษาสัญญาที่ทรงให้ไว้กับเราเสมอ “จงรู้เถิดว่าเราจะอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”(มธ.28:20) ขอให้การสมโภชศีลมหาสนิทนี้ เตือนใจให้เราคิดถึงความรักของพระเจ้า รู้คุณพระองค์ ขอบพระคุณพระองค์ และตอบสนองความรักของพระองค์ การตอบสนองความรักของพระองค์ก็คือการปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์นั่นเอง “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”(ยน14:15)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เขต 2 จัดอบรมส่งเสริมชีวิตครอบครัวสำหรับคู่แต่งงานที่แต่งงาน 1-5 ปี ที่บ้านคริสตีนา ปากเกร็ด วันเสาร์ที่ 16-วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2012 เริ่มช่วงเช้าวันเสาร์ คู่แต่งงานที่สนใจลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  2. วันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. 2012 เขต 2 จัดอบรมผู้นำวิถีชุมชนวัด ที่โรงแรม Grand Lord ขอเชิญผู้ที่เคยอบรมแล้วอบรมต่อเนื่อง และผู้ที่สนใจเข้าอบรมหาความรู้
  3. วันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น.
  4. เดือนมิถุนายนเป็นเดือนพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ขอรณรงค์ให้พี่น้องแสดงความศรัทธาต่อพระหฤทัยฯ โดยสวดภาวนาร่วมกันในครอบครัว และร่วมกิจกรรมเขียนลงรูปหัวใจและนำมาใส่กล่องของสภาภิบาล
  5. วันอาทิตย์นี้ หลังจากบทภาวนาหลังรับศีลแล้วมีแห่ศีลรอบวัด หลังจากตั้งศีลมหาสนิทและพระสงฆ์เชิญศีลขึ้นพร้อมที่จะเดินแห่ ให้สัตบุรุษเดินนำหน้า ยืนสองข้างทางโปรยดอกไม้ถวายเกียรติแด่ศีลมหาสนิท

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 10-06-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.