สารวัด ฉบับที่ 794 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2552 อาทิตย์มหาทรมาน (แห่ใบลาน)

“ผู้ที่พร้อมจะสละชีวิตของตนในโลกนี้ ก็ย่อมจะรักษาชีวิตนั้นไว้สำหรับชีวิต”(ยน 12:20-33 )

พี่น้องทั้งหลาย วันเวลาแห่งการรอคอยของชาวอิสราเอล ก็ได้สำเร็จลงแล้ว เช่นเดียวกับเราคริสตชนทั่วโลกในวันนี้ ที่พระเจ้าผู้ทรงรักโลกและมนุษย์อย่างหาที่สุดมิได้ ได้ยินดีสละทุกสิ่งแม้องค์พระบุตรสุดที่รักเพื่อเราบนไม้กางเขน จึงถึงเวลาช่วงสุดท้ายแห่งอาทิตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เราระลึกถึงและร่วมส่วนในหนทางแห่งกางเขนของพระเยซูเจ้า คือ น้อมรับและยินดีที่จะดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ ซื่อสัตย์ และรักในพระเจ้าหนึ่งเดียวจนตลอดชีวิต ขอช่วงสัปดาห์พิเศษนี้ ที่เราจะเริ่มด้วยอาทิตย์แห่ใบลาน และวันต่างๆ ในสัปดาห์นี้ ได้เตือนใจเรา สร้างจิตสำนึกเรา และเป็นพลังใจแก่เราในการติดตามแสงสว่างแห่งพระเยซูเจ้า และการประกาศสมโภชปัสกา (การหลุดพ้น และเป็นอิสระจากบาปทั้งหลาย) ด้วยดี

ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องและปกป้องคุ้มครองพี่น้องและลูกหลานคริสตชนทุกคน ให้ประสบแต่ความดี สันติสุขในพระพรของพระเจ้าเสมอไป

คุณพ่อยอห์นบัปติส ไพโรจน์ เกตุรัตน์

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์

การเจิมด้วยน้ำมัน เป็นเครื่องหมายถึงการที่พระเจ้าเลือกสรรแต่งตั้งบุคคลให้มีบทบาทเป็นกษัตริย์ พระสงฆ์หรือประกาศก วัตถุและอาคารได้รับการเสกด้วยน้ำ ตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ของผู้ที่ได้รับเจิม คือ พระเมสสิยาห์หรือพระคริสต์เป็นตัวอย่าง สำหรับพระเยซูคือ กษัตริย์ สมณะชั้นสูงและประกาศก ดังในบทเพลงสดุดีกล่าวว่า “พระเจ้าคือพระเจ้าของพระองค์ท่านได้ทรงเจิมพระองค์ท่านไว้ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่าพระสหายทั้งปวงของพระองค์ท่าน (สดด. 45.7)

น้ำมันคือเครื่องหมายของความชื่นชมยินดีและความงดงาม ของการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ แต่น้ำมันศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นขี้ผึ้ง ซึ่งบรรเทาความเจ็บปวดและเพิ่มกำลังให้ จากเครื่องหมายต่าง ๆ นี้

พระศาสนจักรกล่าวถึงน้ำมัน 3 ชนิด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นน้ำมันศักดิ์สิทธิ์

  • น้ำมันสำหรับผู้เตรียมเป็นคริสตชน ให้พลังแห่งพระจิตแก่ผู้ที่จะรับศีลล้างบาปและกลายเป็นนักสู้ของพระคริสตเจ้าในการต่อต้านความชั่ว
  • น้ำมันสำหรับเจิมคนไข้ คือเครื่องหมายแสดงภายนอก (สาร) ที่ใช้สำหรับศีลเจิมคนป่วย โดยเจิมคนป่วยเหมือนเป็นขี้ผึ้ง ที่หน้าผากและที่ฝ่ามือ เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วยด้วยการประทับอยู่ของพระจิต
  • น้ำมันคริสมา คือ น้ำมันหอมที่ใช้สำหรับเจิมเพื่อทำให้ศักดิ์สิทธิ์ การเจิมด้วยน้ำมันคริสมา หมายถึง กิจการของพระจิตเพื่อครอบครองสิ่งของตามพันธกิจหรือหน้าที่ของสิ่งนั้น ๆ
    • หลังจากรับศีลล้างบาป มีการเจิมน้ำมันที่ศีรษะของบุตรคนใหม่ของพระเจ้า
    • ระหว่างพิธีศีลกำลัง มีการทำเครื่องหมายกางเขนที่หน้าผาก
    • ระหว่างการบวชพระสังฆราช มีการเจิมน้ำมันที่ศีรษะของพระสังฆราชใหม่ เช่นเดียวกัน
    • มีการเจิมน้ำมันที่มือของพระสงฆ์บวชใหม่
    • ระหว่างการอภิเษกวัดและพระแท่น มีการเจิมน้ำมันที่กางเขนและโต๊ะที่จะใช้เป็นพระแท่น

ระหว่างมิสซาเพื่อประกอบพิธีเสกน้ำมันในเช้าวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆราชจะเสกน้ำมันสำหรับผู้เตรียมเป็นคริสตชนและน้ำมันสำหรับเจิมคนไข้ ก่อนเสกน้ำมันคริสมา พระสงฆ์ที่ร่วมพิธีมิสซาจะกางมือออกระหว่างการเสกน้ำมันคริสมา จะเก็บน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ในโถเงินหรือโถทอง หรือขวดสำหรับวางบนพระแท่นที่มีฝารูปกางเขนเล็ก ๆ ปิดอยู่

วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (การนมัสการกางเขน)

กางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งความรักและการลบล้างบาปที่พระเยซูเจ้าประทานแก่เรา ภาคนมัสการกางเขนเริ่มด้วยการแสดงกางเขน มีผู้ช่วยพิธีถือกางเขนที่มีผ้าคลุม กับอีกสองคนถือเทียนที่จุดแล้วมายังแท่น พระสงฆ์ยืนหน้าแท่นบูชา รับกางเขน เปิดผ้าตอนบนออกเล็กน้อย ชูกางเขนขึ้น ร้องเพลง “นี่คือไม้กางเขน” ทุกคนร้องตอบว่า “เชิญมากราบนมัสการร่วมกันเถิด” หลังจากนั้นทุกคนคุกเข่านมัสการเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง แต่พระสงฆ์ยังคงยืนถือกางเขนชูอยู่ หลังจากนั้นพระสงฆ์เปิดผ้าคลุมแขนขวาของกางเขนชูขึ้นอีกครั้งพลางร้องเพลงและสัตบุรุษตอบรับและนมัสการกางเขนเหมือนข้างต้น ที่สุดพระสงฆ์เปิดผ้าคลุมกางเขนออกหมด ชูขึ้นพลางร้องเพลงและสัตบุรุษตอบรับและนมัสการกางเขนเหมือนเดิม ต่อจากนั้น พระสงฆ์พร้อมกับผู้ถือเทียนสองคน นำกางเขนไปที่ระหว่างโต๊ะรับศีลหรือที่อื่นที่เหมาะสม วางกางเขนลง ณ ที่นั้น หรือมอบให้ผู้ร่วมพิธีถือไว้โดยมีเทียนตั้งอยู่ทางซ้ายและขวาของกางเขน และนมัสการกางเขน การนมัสการกางเขนให้สัตบุรุษนมัสการแต่ละคน เป็นเจตนาเฉพาะของพิธีในวันนี้ ให้ใช้ไม้กางเขนเพียงอันเดียวสำหรับให้สัตบุรุษนมัสการ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์ในพิธี ไม้กางเขนที่ใช้ควรมีขนาดใหญ่และสวยงามพอสมควร

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (พิธีแสงสว่าง เสกน้ำ เสกไฟ และเทียนปัสกา)

การเสกไฟ เป็นแสงสว่างใหม่ที่จะใช้จุดเทียนปัสกาชี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตใหม่ที่เราได้รับจากพระเยซูเจ้า เราอยู่ในคืนที่ทุกอย่างได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่

เทียนปัสกา หมายถึง พระเยซูเจ้าทรงเป็นอัลฟาและโอเมกา ทรงเป็นจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของสรรพสิ่ง กำยานห้าเม็ดที่ติดบนเทียนเป็นรูปกางเขนหมายถึงบาดแผลทั้ง 5 ของพระองค์

ขบวนแห่ที่นำหน้าโดยเทียนปัสกาให้ความหมายว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่างส่องโลก ใครที่เดินตามพระองค์ จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องทางชีวิต (ยน 8:12) พระเจ้านำชาวอิสราเอลไปสู่อิสรภาพและชีวิตใหม่ด้วยเสาเพลิงฉันใด (เทียบ อพย 13:21) คริสตชนผู้ซึ่งเป็นอิสราเอลใหม่ก็ติดตามพระคริสตเจ้าไปสู่ชีวิตใหม่ในลักษณะเดียวกัน พระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา” ละทุกคนรับว่า “ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า”

เมื่อถึงประตูวัดหลังจากพระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา” เป็นครั้งที่สอง ทุกคนตอบว่า “ขอขอบพระคุณพระเจ้า” อีกครั้ง แล้วต่างคนต่างจุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา เพื่อแสดงว่าเราทุกคนได้รับความสว่างและชีวิตจากพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เมื่อเดินมาถึงแท่นบูชามีการขับร้องและตอบรับอีกครั้งหนึ่ง

พิธีแสงสว่างจบลงด้วยการประกาศสมโภชปัสกา (EXULTET) ที่อธิบายความหมายของความสว่าง ความหมายของการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า และการกอบกู้มนุษย์ให้พ้นจากบาปและความตาย การประกาศสมโภชปัสกาจบลงด้วยภาพที่ชัดเจนว่า “พระคริสตเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพทรงส่องแสงและนำสันติสุขมาให้มนุษยชาติ”

คัดจากบทความจาก คพ.เชษฐา ไชยเดช

ข่าวคราวรอบรั้วพระชนนีฯของเรา

*** กำหนดการพิธีกรรมตลอดสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2009 ***

  • อาทิตย์มหาทรมาน (5 เม.ย.52)
    – แห่ใบลาน (8.30 น.)
  • วจนพิธีกรรมรับศีลอภัยบาป
    -วันอังคารที่ 7 เม.ย.52 (19.00 น)
  • พฤหัสศักดิ์สิทธิ์-(9 เม.ย.52)
    – พิธิเสกน้ำมัน (เช้าที่อัสสัมชัญ 9.30 น.)
    – พิธีมิสซา-คืนตื่นเฝ้า (ค่ำ) (19.00 น.)
  • ศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (10 เม.ย.52)
    – เดินรูป 14 ภาค+แบกกางเขนรอบวัด (15.00 น.)
    – (ถือศีล-อดเนื้อ และ อดอาหาร)
    – พิธีนมัสการกางเขน+รับศีลมหาสนิท
  • เสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (11 เม.ย.52)
    – คืนตื่นเฝ้าปัสกา –เสกน้ำ-เสกไฟ(19.00 น.)
  • สมโภชปัสกา (12 เม.ย.52)
    – พระเยซูกลับคืนพระชนม์ชีพ-ไข่ปัสกา (9.00 น.)
    -(หลังพิธีฯ มีพิธีรดน้ำอวยพรผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)

ประกาศและปฏิทินประจำสัปดาห์

1. ขอเชิญพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ร่วมสมโภชปัสกา และ วันกตัญญูผู้ใหญ่
– ธรรมเนียมแจกไข่ปัสกาและเกมส์สนุกสนาน
– รดน้ำอวยพรผู้ใหญ่+สูงอายุ-ให้พรลูกหลาน-เลี้ยงขอบคุณ
วันอาทิตย์ปัสกาที่ 12 เมษายน 2009
เริ่มมิสซาเวลา 9.30 น. (รวมมิสซาภาษาอังกฤษและไทย)

2. ***ประกาศเรียนคำสอนภาคฤดูร้อน ***วันที่ 5 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2552 นี้ ( 8.30-14.00 น.) พิธิเปิดอย่างเป็นทางการ 10.00-11.30 น. (หลังมิสซาเช้าวันที่ 5 เม.ย.09) (ผู้ที่ประสงค์จะจัดอาหารเที่ยงเลี้ยงเด็กนักเรียนคำสอน- ลงชื่อได้ที่หน้าวัด)

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.