“ผู้ที่พร้อมจะสละชีวิตของตนในโลกนี้ ก็ย่อมจะรักษาชีวิตนั้นไว้สำหรับชีวิต”(ยน 12:20-33 )
พี่น้องทั้งหลาย วันเวลาแห่งการรอคอยของชาวอิสราเอล ก็ได้สำเร็จลงแล้ว เช่นเดียวกับเราคริสตชนทั่วโลกในวันนี้ ที่พระเจ้าผู้ทรงรักโลกและมนุษย์อย่างหาที่สุดมิได้ ได้ยินดีสละทุกสิ่งแม้องค์พระบุตรสุดที่รักเพื่อเราบนไม้กางเขน จึงถึงเวลาช่วงสุดท้ายแห่งอาทิตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เราระลึกถึงและร่วมส่วนในหนทางแห่งกางเขนของพระเยซูเจ้า คือ น้อมรับและยินดีที่จะดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ ซื่อสัตย์ และรักในพระเจ้าหนึ่งเดียวจนตลอดชีวิต ขอช่วงสัปดาห์พิเศษนี้ ที่เราจะเริ่มด้วยอาทิตย์แห่ใบลาน และวันต่างๆ ในสัปดาห์นี้ ได้เตือนใจเรา สร้างจิตสำนึกเรา และเป็นพลังใจแก่เราในการติดตามแสงสว่างแห่งพระเยซูเจ้า และการประกาศสมโภชปัสกา (การหลุดพ้น และเป็นอิสระจากบาปทั้งหลาย) ด้วยดี
คุณพ่อยอห์นบัปติส ไพโรจน์ เกตุรัตน์
วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์
การเจิมด้วยน้ำมัน เป็นเครื่องหมายถึงการที่พระเจ้าเลือกสรรแต่งตั้งบุคคลให้มีบทบาทเป็นกษัตริย์ พระสงฆ์หรือประกาศก วัตถุและอาคารได้รับการเสกด้วยน้ำ ตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ของผู้ที่ได้รับเจิม คือ พระเมสสิยาห์หรือพระคริสต์เป็นตัวอย่าง สำหรับพระเยซูคือ กษัตริย์ สมณะชั้นสูงและประกาศก ดังในบทเพลงสดุดีกล่าวว่า “พระเจ้าคือพระเจ้าของพระองค์ท่านได้ทรงเจิมพระองค์ท่านไว้ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่าพระสหายทั้งปวงของพระองค์ท่าน (สดด. 45.7)
น้ำมันคือเครื่องหมายของความชื่นชมยินดีและความงดงาม ของการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ แต่น้ำมันศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นขี้ผึ้ง ซึ่งบรรเทาความเจ็บปวดและเพิ่มกำลังให้ จากเครื่องหมายต่าง ๆ นี้
พระศาสนจักรกล่าวถึงน้ำมัน 3 ชนิด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นน้ำมันศักดิ์สิทธิ์
ระหว่างมิสซาเพื่อประกอบพิธีเสกน้ำมันในเช้าวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆราชจะเสกน้ำมันสำหรับผู้เตรียมเป็นคริสตชนและน้ำมันสำหรับเจิมคนไข้ ก่อนเสกน้ำมันคริสมา พระสงฆ์ที่ร่วมพิธีมิสซาจะกางมือออกระหว่างการเสกน้ำมันคริสมา จะเก็บน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ในโถเงินหรือโถทอง หรือขวดสำหรับวางบนพระแท่นที่มีฝารูปกางเขนเล็ก ๆ ปิดอยู่
วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (การนมัสการกางเขน)
กางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งความรักและการลบล้างบาปที่พระเยซูเจ้าประทานแก่เรา ภาคนมัสการกางเขนเริ่มด้วยการแสดงกางเขน มีผู้ช่วยพิธีถือกางเขนที่มีผ้าคลุม กับอีกสองคนถือเทียนที่จุดแล้วมายังแท่น พระสงฆ์ยืนหน้าแท่นบูชา รับกางเขน เปิดผ้าตอนบนออกเล็กน้อย ชูกางเขนขึ้น ร้องเพลง “นี่คือไม้กางเขน” ทุกคนร้องตอบว่า “เชิญมากราบนมัสการร่วมกันเถิด” หลังจากนั้นทุกคนคุกเข่านมัสการเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง แต่พระสงฆ์ยังคงยืนถือกางเขนชูอยู่ หลังจากนั้นพระสงฆ์เปิดผ้าคลุมแขนขวาของกางเขนชูขึ้นอีกครั้งพลางร้องเพลงและสัตบุรุษตอบรับและนมัสการกางเขนเหมือนข้างต้น ที่สุดพระสงฆ์เปิดผ้าคลุมกางเขนออกหมด ชูขึ้นพลางร้องเพลงและสัตบุรุษตอบรับและนมัสการกางเขนเหมือนเดิม ต่อจากนั้น พระสงฆ์พร้อมกับผู้ถือเทียนสองคน นำกางเขนไปที่ระหว่างโต๊ะรับศีลหรือที่อื่นที่เหมาะสม วางกางเขนลง ณ ที่นั้น หรือมอบให้ผู้ร่วมพิธีถือไว้โดยมีเทียนตั้งอยู่ทางซ้ายและขวาของกางเขน และนมัสการกางเขน การนมัสการกางเขนให้สัตบุรุษนมัสการแต่ละคน เป็นเจตนาเฉพาะของพิธีในวันนี้ ให้ใช้ไม้กางเขนเพียงอันเดียวสำหรับให้สัตบุรุษนมัสการ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์ในพิธี ไม้กางเขนที่ใช้ควรมีขนาดใหญ่และสวยงามพอสมควร
วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (พิธีแสงสว่าง เสกน้ำ เสกไฟ และเทียนปัสกา)
การเสกไฟ เป็นแสงสว่างใหม่ที่จะใช้จุดเทียนปัสกาชี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตใหม่ที่เราได้รับจากพระเยซูเจ้า เราอยู่ในคืนที่ทุกอย่างได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่
เทียนปัสกา หมายถึง พระเยซูเจ้าทรงเป็นอัลฟาและโอเมกา ทรงเป็นจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของสรรพสิ่ง กำยานห้าเม็ดที่ติดบนเทียนเป็นรูปกางเขนหมายถึงบาดแผลทั้ง 5 ของพระองค์
ขบวนแห่ที่นำหน้าโดยเทียนปัสกาให้ความหมายว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่างส่องโลก ใครที่เดินตามพระองค์ จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องทางชีวิต (ยน 8:12) พระเจ้านำชาวอิสราเอลไปสู่อิสรภาพและชีวิตใหม่ด้วยเสาเพลิงฉันใด (เทียบ อพย 13:21) คริสตชนผู้ซึ่งเป็นอิสราเอลใหม่ก็ติดตามพระคริสตเจ้าไปสู่ชีวิตใหม่ในลักษณะเดียวกัน พระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา” ละทุกคนรับว่า “ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า”
เมื่อถึงประตูวัดหลังจากพระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา” เป็นครั้งที่สอง ทุกคนตอบว่า “ขอขอบพระคุณพระเจ้า” อีกครั้ง แล้วต่างคนต่างจุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา เพื่อแสดงว่าเราทุกคนได้รับความสว่างและชีวิตจากพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เมื่อเดินมาถึงแท่นบูชามีการขับร้องและตอบรับอีกครั้งหนึ่ง
พิธีแสงสว่างจบลงด้วยการประกาศสมโภชปัสกา (EXULTET) ที่อธิบายความหมายของความสว่าง ความหมายของการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า และการกอบกู้มนุษย์ให้พ้นจากบาปและความตาย การประกาศสมโภชปัสกาจบลงด้วยภาพที่ชัดเจนว่า “พระคริสตเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพทรงส่องแสงและนำสันติสุขมาให้มนุษยชาติ”
คัดจากบทความจาก คพ.เชษฐา ไชยเดช
ข่าวคราวรอบรั้วพระชนนีฯของเรา
*** กำหนดการพิธีกรรมตลอดสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2009 ***
ประกาศและปฏิทินประจำสัปดาห์
1. ขอเชิญพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ร่วมสมโภชปัสกา และ วันกตัญญูผู้ใหญ่
– ธรรมเนียมแจกไข่ปัสกาและเกมส์สนุกสนาน
– รดน้ำอวยพรผู้ใหญ่+สูงอายุ-ให้พรลูกหลาน-เลี้ยงขอบคุณ
วันอาทิตย์ปัสกาที่ 12 เมษายน 2009
เริ่มมิสซาเวลา 9.30 น. (รวมมิสซาภาษาอังกฤษและไทย)
2. ***ประกาศเรียนคำสอนภาคฤดูร้อน ***วันที่ 5 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2552 นี้ ( 8.30-14.00 น.) พิธิเปิดอย่างเป็นทางการ 10.00-11.30 น. (หลังมิสซาเช้าวันที่ 5 เม.ย.09) (ผู้ที่ประสงค์จะจัดอาหารเที่ยงเลี้ยงเด็กนักเรียนคำสอน- ลงชื่อได้ที่หน้าวัด)
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต