เนื้อหาจาก December 13th, 2018

สารวัด ฉบับที่ 51206 วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Thursday, December 13th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

พลังแห่งความหวัง ความหวังเป็นพลังที่ขับเคลื่อนชีวิตคนให้ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ชีวิตของเราที่ดำรงอยู่และดำเนินไปจนถึงทุกวันนี้เราอยู่ด้วยความหวัง ถ้าคนเราสิ้นหวังเสียแล้วทุกอย่างจะจบลง หลายๆคนตัดช่องน้อยแต่พอตัวฆ่าตัวตาย พวกเราลองถามตนเองดูซิว่าที่เราไปกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนเพื่ออะไร พ่อเชื่อว่าทุกคนที่ทำเช่นนี้ต้องมีความหวังคิดว่าจะทำให้กิจการของตนดีขึ้น  เวลามีคนมาขอความช่วยเหลือจากที่วัด มาขอทำงานเพื่อจะได้เงินไปซื้ออะไรทาน บ้านของคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน พวกเขานอนอยู่ตามที่สาธารณะ ตามตลาด พอคุ้มแดดคุ้มฝน บางทีก็โดนเขาไล่ บางครั้งก็โดนไล่ตีทำร้ายหน้าตายับเยินมาก็มี แต่ทำไมคนพวกนี้ยังไม่ยอมตาย เวลาป่วยพวกเขาพยายามหายาหาทางรักษาตนเองให้หาย พ่อถามตนเองบ่อยๆว่าทำไมพวกเขาจึงยังคงดิ้นรนต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างทรหดอดทน นั่นคงเป็นเพราะว่าพลังแห่งความหวังยังมีเปี่ยมล้นในใจของพวกเขาอยู่เสมอ  หวังว่าวันพรุ่งนี้จะหาที่นอนดีๆได้และจะสามารถหาอะไรทานได้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป และคงหวังด้วยว่าวันหนึ่งข้างหน้าชีวิตจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

พี่น้องหลายๆครั้งที่เราท้อแท้ใจหมดอะไรตายอยากกับชีวีต เพราะ ว่าเราคาดหวังสูงเกินไปหรือเปล่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อเสนอว่าลองสังเกตความเป็นไปของชีวิตผู้คนรอบตัวเราอย่างที่พ่อสังเกตดูบ้าง นักคิดหลายๆท่านบอกว่า  “ถ้าเรามองล่างเราจะเหลือ ถ้าเรามองเหนือเราจะขาด” สิ่งนี้น่าจะเป็นความหวังกำลังใจ ให้เราสามารถก้าวหน้าต่อไปด้วยความเพียรอดทน พ่อคิดว่าพลังแห่งความหวังนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราต้องพยายามจุดให้มันลุกโชนอยู่เสมอ โดยตั้งความหวังอะไรสักอย่างหนึ่งไว้ตรงหน้าอยู่เสมอในลักษณะ ที่ว่า ฝันให้ไกลไปให้ถึง อาทิ เราปรารถนาให้ครอบครัวของเรามีความสงบสุข และลองพิจารณาดูว่าเราพอทำอะไรได้บ้าง แล้วเราลงมือทำในสิ่งที่เราคิดว่าทำได้ พยายามหาความร่วมมือมาช่วยกันถักทอความหวังนั้นให้เป็นจริง ถ้าเราสามารถทำเช่นนี้ชีวิตของเราน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ที่สำคัญอย่าท้อใจอย่าสิ้นหวัง เพราะกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเป็นเทศกาลแห่งความหวัง หลังจากมนุษย์ทำบาปอย่างใหญ่หลวง ที่พระคัมภีร์หนังสือปฐมกาลกล่าวถึง ความมืดมนความสิ้นหวังแผ่เงาปกคลุมชีวิตมนุษย์จนมืดมิด แต่ความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ไม่เคยหยุดรักและทอดทิ้งมนุษย์ ได้จุดไฟแห่งความหวังขึ้น โดยทำพันธสัญญากับมนุษยชาติว่า “วันหนึ่งพงศ์พันธุ์ของหญิงจะมาเหยียบหัวงูร้ายให้แหลกราญ” พระเจ้าจะมาช่วยมนุษย ชาติให้รอดพ้น ดูเหมือนว่าแสงแห่งความหวังนี้ยังริบหรี่ห่างไกลความเป็นจริง ด้วยความรักของพระเจ้าพระองค์ทรงทำให้แสงสว่างแห่งความหวังลุกโชน โดยทางคำทำนายของบรรดาประกาศก  “หญิงพรหมจารีย์คนหนึ่งจะตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรชาย และจะตั้งชื่อบุตรนั้นว่า “อิมมานูแอล” พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา” ในที่สุดแม่พระได้ทรงครรภ์ด้วยเดชะพระจิตเจ้า ให้กำเนินบุตรชายและตั้งชื่อบุตรว่า “เยซู” ความหวังของเราจึงเป็นจริง พระเจ้าจึงเป็นความหวังที่แท้จริงของเรา เมื่อปัญหาความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิตอย่าท้อแท้สิ้นหวัง จงสำนึกอยู่เสมอว่าพระเจ้าอยู่กับเรา พระองค์เป็นความหวังเป็นพลังของผู้วางใจในพระองค์

จาก    คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทุกคนต้องเตรียมต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา

เมื่อท่านยอห์นบัปติสตาปรากฏกายมา ในภาพลักษณ์ของการใช้โทษบาป พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางของพระองค์ให้ตรงเถิด” (ลก.3:4) ท่านไม่ได้ระบุโดยเฉพาะเจาะจงว่าใครต้องเป็นผู้เตรียมทางของพระเจ้า เสียงของท่านจึงเป็นเสียงที่น่าสนใจสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นต้น กลุ่มคนที่ถูกกดขี่สบประมาทจนสิ้นหวังที่จะได้รับความรอดพ้น จึงมีคนมาถามท่านว่า “เราจะต้องทำอะไร” (ลก.3:10) การที่เขามาถามเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงของท่านยอห์นบัปติสตาให้ความหวังแก่พวกเขา ในท้องเรื่องบุคคลที่มาหาท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความหวังนั้น มีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ แต่นักบุญลูกาจงใจระบุว่า มีประชาชนทั่วไป คนเก็บภาษี และพวกทหาร สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านต้องการเน้นว่า “มนุษย์ทุกคนกลับใจได้ ไม่มีอาชีพใด คนกลุ่มใดถูกกีดกันมิให้มารับความรอดพ้น”

เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารของยอห์นบัปติสตา เป็นข่าวดีแห่งความหวังสำหรับคนทุกคน เสียงนี้จึงเป็นเสียงที่หนุนใจผู้ฟังหลายๆคนให้พยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาถูกกดขี่กีดกันจนไร้ความหวัง พระอาณาจักรสวรรค์ปิดตายสำหรับพวกเขามานานแล้ว เมื่อมีคนหนึ่งที่แต่งกายใช้โทษบาปน่าเชื่อถือมาบอกพวกเขาว่า “ทุกคนมีสิทธิ์ไปสวรรค์ ขอเพียงต้องกลับใจเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิมๆที่ผิดหลง” ผู้คนที่สังคมสมัยนั้นเห็นว่าไม่น่าจะรับฟังพระวาจาของพระเจ้า จึงสนใจรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความยินดี เพราะพวกเขาเริ่มมีความหวังเข้าใจในพระเมตตาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยื่นพระหัตถ์พยุงคนบาป พระเจ้าผู้เที่ยวเดินตามหาผู้หลงทาง จากการที่คนบาป คนเก็บภาษี และพวกทหารที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีทางได้รับความรอดพ้น มาหาและรับฟังคำตักเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา ทำให้เราทราบว่าหลายๆครั้งเราเข้าใจผิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราเข้าใจว่าจะต้องเป็นคนดีพร้อมเสียก่อนจึงมาหาพระเจ้าได้ เราจะพบพระองค์ได้ในดินแดนแห่งความครบครัน แต่ตรงกันข้ามพระองค์ยื่นพระหัตถ์มาหาเราก่อนตลอดเวลา รอคอยให้เรายื่นมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยบาปไปหาพระองค์ จับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ให้แน่นเพื่อพระองค์จะได้ดึงเราให้พ้นจากบาปความมืดมนแห่งชีวิต พระเจ้าเป็นองค์ความรักจากความรักนี้พระองค์เสด็จมาหาเรา ยื่นพระหัตถ์มาช่วยเหลือเราคนบาป

ในวันนี้ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระเจ้าก็อย่าทำใจแข็งเลย จากเรื่องที่นักบุญลูกาเล่ามีหลายคนรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา แต่อีกหลายคนกลับไม่รับฟัง อาทิ พวกมหาสมณะ ชาวฟารีสี และพวกธรรมาจารย์ เพราะพวกเขาชื่นชมในตนเองว่าเป็นคนเคร่งครัดในศาสนา พวกเขาเป็นคนดีต้องได้ไปสวรรค์แน่นอนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลับใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พระเมตตาความช่วยเหลือของพระเจ้าจึงไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา คนพวกนี้จะคิดเอาเองว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวต้อนรับพระเจ้าผู้จะเสด็จมา เพราะพวกเขาพร้อมอยู่แล้ว ความจองหองจึงเป็นมูลเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้คนที่น่าจะได้รับความรอดพ้นกลับไม่ได้ คนที่ไม่น่าจะได้รับกลับได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความสุภาพรับฟังคำเตือนจากพระเจ้า ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเราจะได้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์เมื่อพระองค์เสด็จมา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. คืนวันที่ 24 ธ.ค. 2018 นพวารเวลา 18.00 น  มิสซาเริ่มเวลา 22.00 น.วันที่ 25 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 9.30 น.

วันที่ 31 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 19.00 น.

วันที่ 1 ม.ค. 2019   มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น.         

  1. วันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. 2018 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 2 ค.พ. ยอแซฟ ชนภัทร ศุขะเนตร เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 9.00 น.
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อเพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24  ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด       
  1. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  

************************************************************ 

  วันอาทิตย์นี้เป็นวันครูคำสอนไทย  

รณรงค์ให้เราช่วยเหลืองานเกี่ยวกับครูคำสอน        

พี่น้องท่านใดสามารถช่วยเหลืองานด้านนี้     

ของพระศาสนจักรได้

ขอเชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด