เนื้อหาจาก December 2nd, 2018

สารวัด ฉบับที่ 151204 วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 2nd, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            ในที่สุด ปีพิธีกรรมของพระศาสนจักรก็จบลง เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน จำได้ว่าสมัยพ่อเป็นเด็กๆ พ่อก็คิดแบบเด็กๆ ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่พ่อมีความสุขมากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้วันฉลองรื่นเริงอยู่หลายวัน วันฉลองคริสต์มาส วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และวันฉลองปีใหม่ สมัยพ่อเป็นเด็กๆ พ่อไม่เคยคิดถึงเวลาผ่านพ้นไปเลย แต่พออายุมากขึ้นเริ่มขึ้นเลข 3 เลข 4 และเลข 5 ปลายๆ พ่อรู้สึกว่าเรากำลังนับถอยหลังกับเวลาที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ การนับถอยหลังนี้เราจะสังเกตเห็นว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงความรู้สึก มันก็จริงอยู่ครับ เวลามันก็ผ่านไปตามปกติเหมือนเดิมที่เคยเป็น แต่ทำไมความรู้สึกของเราจึงเป็นเช่นนี้ พ่อคิดว่าเรากำลังคิดถึงเวลาในโลกนี้ที่เหลืออยู่น้อยลงไปทุกวินาที ทุกนาที ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี  เหมือนเวลาที่เราเข้าสอบตอนใกล้จะหมดเวลาแล้วเรายังตอบคำถามไม่เสร็จ แม้เราจะปรารถนาจะหยุดเวลาให้รอเราให้ทำทุกสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้เสร็จสมดังตั้งใจ แต่เราก็หยุดมันไม่ได้มันก็ยังคงเคลื่อนผ่านเราไปจนถึงวินาทีสุดท้ายปลายชีวิต

            เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราไม่สามารถย้อนมันกลับมาได้อีก กิจการที่เราทำก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราทำไปแล้วเราก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเพิ่มเติมอะไรได้อีก เพราะฉะนั้นจึงมีความคิดเช่นนี้เกิดขึ้นในความคิดคำนึงของเราอยู่บ่อยๆ “ถ้ารู้อย่างนี้นะฉันจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ในเวลานั้น” แต่ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่สายไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีต เพื่อทำในสิ่งที่เราอยากทำแก้ไขในสิ่งที่เราอยากแก้ไข เพิ่มเติมในสิ่งที่เราอยากเพิ่มเติมได้ แต่เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอตราบเท่าที่เรายังมีเวลาบนโลกใบนี้ พวกชาวโรมันที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตเขาสอนลูกหลานว่า “การเริ่มต้นที่ดีก็เท่ากับว่าเราทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว” พ่อคิดว่าสุภาษิตของชาวโรมันบทนี้ให้ข้อคิดและความจริงแก่เราไม่น้อย แต่นั่นต้องหมายความว่าเราต้องเอาจริงเอาจังในความคิดและการกระทำ ไม่ใช่คนท่าดีทีเหลว พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเราให้เราให้คิดอย่างรอบคอบก่อนที่เราจะทำอะไร ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อลงมือทำเราอาจทำไม่สำเร็จ พระองค์สอนเช่นนี้คงไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่ความสำเร็จเท่านั้น แต่พระองค์คงปรารถนาให้เราคิดด้วยว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ และจะส่งผลกระทบอย่างไรถึงใครหรือไม่

            พี่น้อง เราขึ้นศกใหม่แห่งปีพิธีกรรมของพระศาสนจักรแล้ว เรามีความตั้งใจอะไรดีๆที่จะเริ่มต้นใหม่บ้าง มีอะไรที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขหรือเปล่า หรือเราปรารถนาจะพัฒนาเรื่องอะไรในชีวิตของเราให้ดีขึ้นบ้างไหม สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญในการเริ่มต้น เพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้ดีขึ้น เวลาทุกวินาทีเป็นของประทานจากพระเจ้า เราจึงไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ จงเร่งทำงานในขณะที่เป็นกลางวันแห่งชีวิต เพราะเมื่อเวลากลางคืนแห่งชีวิตมาถึงเราจะทำอะไรไม่ได้อีก พระศาสนจักรจัดให้มีเทศกาลต่างๆในรอบปีให้มีการหมุนเวียนมาบรรจบครบรอบ เพื่อให้เราได้มีโอกาสไตร่ตรอง เรื่องที่สำคัญๆอันเป็นสาระของชีวิตนั่นเอง.

            จาก คุณพ่อเจ้าวัด

                                 ****************************************************************************

จงเตรียมพร้อมอยู่เสมอเพราะท่านไม่รู้วันเวลา

       วันอาทิตย์นี้ เราเริ่มต้นปีใหม่ทางพิธีกรรมของพระศาสนจักร ซึ่งเริ่มจากเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้าได้กล่าวถึงเครื่อง หมายแห่งกาลเวลาหลายๆอย่างที่น่าสนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงกาลอวสานและบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระอานุภาพ และพระสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่ “จะมีเครื่องหมายในดวงอาทิตย์…บนแผ่นดินจะทนทุกข์ทรมาน…..เสียงทะเลที่ปั่นป่วน….บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่” (ลก.21:25-27) พระเจ้าทรงรักมนุษยชาติสุดพรรณนา จนกระทั่งพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมนุษยชาติจะได้รับความรอดพ้น ทุกๆเวลาในชีวิตพระองค์ประทานเครื่องหมายแห่งกาลเวลาแก่เรา วันเวลาผ่านไปอย่างไม่หวนคืน ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ภัยธรรมชาติยิ่งทียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วมันไม่ต่างจากที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเท่าไรนักฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้กับเรา

        พระวาจาของพระเจ้า เตือนใจเราให้เราพยายามอ่านเครื่องหมายแห่งกาล เวลาเหล่านี้ “จงมองดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งหลายเถิด เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว” (ลก.21:29-30) อุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงต้องการปลุกจิตสำนึกของพวกเราทุกคนว่า “ทำไมมนุษย์สามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แม้กระทั่งหยั่งทราบฟ้าดินแต่ไม่ใช้ความสามารถเหล่านี้อ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา” ความพยายามในการสังเกตเครื่องหมายแห่งกาลเวลาอ่านให้ออกทำความเข้าใจ จะทำให้เราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงของชีวิตและสรรพสิ่งในโลก ความเข้าใจนี้จะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่หลงเพลินไปกับความสนุกสนาน ความงดงามฉาบฉวยภายนอก เพราะการหลงเพลินกับสิ่งเหล่านี้ จุดจบของมันคือความหายนะ “จงระวังไว้ให้ดี อย่าปล่อยใจของท่านให้หมกมุ่นอยู่ในความสนุกสนานรื่นเริง ความเมามายและความกังวลถึงชีวิตนี้ มิฉะนั้น วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างฉับพลันเหมือนบ่วงแร้ว (ที่ดักเราไว้)” (ลก.21:34-35)

       “ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด”(ลก.21:36) การตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน คงไม่ใช่การถือสายประคำสวด การท่องบทสวดทั้งวัน หรือการเฝ้าศีลทั้งวันทั้งคืน แต่เป็นการตั้งตนเองอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าอยู่เสมอ และทำกิจการทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ แน่นอนที่สุดกิจการที่สามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าต้องเป็นกิจการที่ดีและเป็นที่พอพระทัยพระองค์ การกระทำเช่นนี้เป็นการดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอที่จะต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้า เมื่อพระองค์จะเสด็จมาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด ฉะนั้นเราต้องระวังเรื่องการเข้าใจผิด หลายๆคนเข้าใจความหมายของการสวดภาวนาแคบเกินไป คิดว่าคือการท่องบทสวด เฝ้าศีล ฯลฯ จนกระทั่งละเลยกิจการที่มีคุณค่าอื่นๆ อาทิ การแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของพิพากษา อีกหลายคนก็เตรียมโน้นเตรียมนี่มากมายตามคำร่ำลือ แต่สิ่งที่สำคัญกับไม่ได้เตรียม นั่นก็การมั่นทำคุณงามความดีอยู่เสมอ คนที่เข้าใจผิดอย่างนี้จะไม่ได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจและเตรียมตัวอย่างดีอย่างถูกต้อง และเมื่อวันนั้นมาถึง เราจึงจะสามรถไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์บุตรแห่งมนุษย์ได้ด้วยความชื่นชมยินดี.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

*********************************************************************************

ประกาศ

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่

ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด

ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญ  ในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด

  1. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์

ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24  ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด

  1. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้อง

ไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

  1. วันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. 2018 ประชุมสภาภิบาล

หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

  1. วันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. 2018 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.  เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  1. ประกาศ แต่งงาน

ระหว่าง               ยอห์นบัปติสตา อนุวัตร เกษกรรณ์

บุตร                    นาย สมร และมารีอา วรรณา เกษกรรณ์

กับ                           นางสาว เสมอเหมือน โลหะกิจ

บุตรี                        นาย สมาน และนาง สมศรี โลหะกิจ

จะทำพิธีแต่งงานวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. 2018 ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ