เนื้อหาจาก December, 2018

สารวัด ฉบับที่ 51206 วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Thursday, December 13th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

พลังแห่งความหวัง ความหวังเป็นพลังที่ขับเคลื่อนชีวิตคนให้ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ชีวิตของเราที่ดำรงอยู่และดำเนินไปจนถึงทุกวันนี้เราอยู่ด้วยความหวัง ถ้าคนเราสิ้นหวังเสียแล้วทุกอย่างจะจบลง หลายๆคนตัดช่องน้อยแต่พอตัวฆ่าตัวตาย พวกเราลองถามตนเองดูซิว่าที่เราไปกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนเพื่ออะไร พ่อเชื่อว่าทุกคนที่ทำเช่นนี้ต้องมีความหวังคิดว่าจะทำให้กิจการของตนดีขึ้น  เวลามีคนมาขอความช่วยเหลือจากที่วัด มาขอทำงานเพื่อจะได้เงินไปซื้ออะไรทาน บ้านของคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน พวกเขานอนอยู่ตามที่สาธารณะ ตามตลาด พอคุ้มแดดคุ้มฝน บางทีก็โดนเขาไล่ บางครั้งก็โดนไล่ตีทำร้ายหน้าตายับเยินมาก็มี แต่ทำไมคนพวกนี้ยังไม่ยอมตาย เวลาป่วยพวกเขาพยายามหายาหาทางรักษาตนเองให้หาย พ่อถามตนเองบ่อยๆว่าทำไมพวกเขาจึงยังคงดิ้นรนต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างทรหดอดทน นั่นคงเป็นเพราะว่าพลังแห่งความหวังยังมีเปี่ยมล้นในใจของพวกเขาอยู่เสมอ  หวังว่าวันพรุ่งนี้จะหาที่นอนดีๆได้และจะสามารถหาอะไรทานได้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป และคงหวังด้วยว่าวันหนึ่งข้างหน้าชีวิตจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

พี่น้องหลายๆครั้งที่เราท้อแท้ใจหมดอะไรตายอยากกับชีวีต เพราะ ว่าเราคาดหวังสูงเกินไปหรือเปล่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อเสนอว่าลองสังเกตความเป็นไปของชีวิตผู้คนรอบตัวเราอย่างที่พ่อสังเกตดูบ้าง นักคิดหลายๆท่านบอกว่า  “ถ้าเรามองล่างเราจะเหลือ ถ้าเรามองเหนือเราจะขาด” สิ่งนี้น่าจะเป็นความหวังกำลังใจ ให้เราสามารถก้าวหน้าต่อไปด้วยความเพียรอดทน พ่อคิดว่าพลังแห่งความหวังนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราต้องพยายามจุดให้มันลุกโชนอยู่เสมอ โดยตั้งความหวังอะไรสักอย่างหนึ่งไว้ตรงหน้าอยู่เสมอในลักษณะ ที่ว่า ฝันให้ไกลไปให้ถึง อาทิ เราปรารถนาให้ครอบครัวของเรามีความสงบสุข และลองพิจารณาดูว่าเราพอทำอะไรได้บ้าง แล้วเราลงมือทำในสิ่งที่เราคิดว่าทำได้ พยายามหาความร่วมมือมาช่วยกันถักทอความหวังนั้นให้เป็นจริง ถ้าเราสามารถทำเช่นนี้ชีวิตของเราน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ที่สำคัญอย่าท้อใจอย่าสิ้นหวัง เพราะกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเป็นเทศกาลแห่งความหวัง หลังจากมนุษย์ทำบาปอย่างใหญ่หลวง ที่พระคัมภีร์หนังสือปฐมกาลกล่าวถึง ความมืดมนความสิ้นหวังแผ่เงาปกคลุมชีวิตมนุษย์จนมืดมิด แต่ความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ไม่เคยหยุดรักและทอดทิ้งมนุษย์ ได้จุดไฟแห่งความหวังขึ้น โดยทำพันธสัญญากับมนุษยชาติว่า “วันหนึ่งพงศ์พันธุ์ของหญิงจะมาเหยียบหัวงูร้ายให้แหลกราญ” พระเจ้าจะมาช่วยมนุษย ชาติให้รอดพ้น ดูเหมือนว่าแสงแห่งความหวังนี้ยังริบหรี่ห่างไกลความเป็นจริง ด้วยความรักของพระเจ้าพระองค์ทรงทำให้แสงสว่างแห่งความหวังลุกโชน โดยทางคำทำนายของบรรดาประกาศก  “หญิงพรหมจารีย์คนหนึ่งจะตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรชาย และจะตั้งชื่อบุตรนั้นว่า “อิมมานูแอล” พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา” ในที่สุดแม่พระได้ทรงครรภ์ด้วยเดชะพระจิตเจ้า ให้กำเนินบุตรชายและตั้งชื่อบุตรว่า “เยซู” ความหวังของเราจึงเป็นจริง พระเจ้าจึงเป็นความหวังที่แท้จริงของเรา เมื่อปัญหาความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิตอย่าท้อแท้สิ้นหวัง จงสำนึกอยู่เสมอว่าพระเจ้าอยู่กับเรา พระองค์เป็นความหวังเป็นพลังของผู้วางใจในพระองค์

จาก    คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทุกคนต้องเตรียมต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา

เมื่อท่านยอห์นบัปติสตาปรากฏกายมา ในภาพลักษณ์ของการใช้โทษบาป พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางของพระองค์ให้ตรงเถิด” (ลก.3:4) ท่านไม่ได้ระบุโดยเฉพาะเจาะจงว่าใครต้องเป็นผู้เตรียมทางของพระเจ้า เสียงของท่านจึงเป็นเสียงที่น่าสนใจสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นต้น กลุ่มคนที่ถูกกดขี่สบประมาทจนสิ้นหวังที่จะได้รับความรอดพ้น จึงมีคนมาถามท่านว่า “เราจะต้องทำอะไร” (ลก.3:10) การที่เขามาถามเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงของท่านยอห์นบัปติสตาให้ความหวังแก่พวกเขา ในท้องเรื่องบุคคลที่มาหาท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความหวังนั้น มีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ แต่นักบุญลูกาจงใจระบุว่า มีประชาชนทั่วไป คนเก็บภาษี และพวกทหาร สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านต้องการเน้นว่า “มนุษย์ทุกคนกลับใจได้ ไม่มีอาชีพใด คนกลุ่มใดถูกกีดกันมิให้มารับความรอดพ้น”

เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารของยอห์นบัปติสตา เป็นข่าวดีแห่งความหวังสำหรับคนทุกคน เสียงนี้จึงเป็นเสียงที่หนุนใจผู้ฟังหลายๆคนให้พยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาถูกกดขี่กีดกันจนไร้ความหวัง พระอาณาจักรสวรรค์ปิดตายสำหรับพวกเขามานานแล้ว เมื่อมีคนหนึ่งที่แต่งกายใช้โทษบาปน่าเชื่อถือมาบอกพวกเขาว่า “ทุกคนมีสิทธิ์ไปสวรรค์ ขอเพียงต้องกลับใจเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิมๆที่ผิดหลง” ผู้คนที่สังคมสมัยนั้นเห็นว่าไม่น่าจะรับฟังพระวาจาของพระเจ้า จึงสนใจรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความยินดี เพราะพวกเขาเริ่มมีความหวังเข้าใจในพระเมตตาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยื่นพระหัตถ์พยุงคนบาป พระเจ้าผู้เที่ยวเดินตามหาผู้หลงทาง จากการที่คนบาป คนเก็บภาษี และพวกทหารที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีทางได้รับความรอดพ้น มาหาและรับฟังคำตักเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา ทำให้เราทราบว่าหลายๆครั้งเราเข้าใจผิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราเข้าใจว่าจะต้องเป็นคนดีพร้อมเสียก่อนจึงมาหาพระเจ้าได้ เราจะพบพระองค์ได้ในดินแดนแห่งความครบครัน แต่ตรงกันข้ามพระองค์ยื่นพระหัตถ์มาหาเราก่อนตลอดเวลา รอคอยให้เรายื่นมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยบาปไปหาพระองค์ จับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ให้แน่นเพื่อพระองค์จะได้ดึงเราให้พ้นจากบาปความมืดมนแห่งชีวิต พระเจ้าเป็นองค์ความรักจากความรักนี้พระองค์เสด็จมาหาเรา ยื่นพระหัตถ์มาช่วยเหลือเราคนบาป

ในวันนี้ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระเจ้าก็อย่าทำใจแข็งเลย จากเรื่องที่นักบุญลูกาเล่ามีหลายคนรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา แต่อีกหลายคนกลับไม่รับฟัง อาทิ พวกมหาสมณะ ชาวฟารีสี และพวกธรรมาจารย์ เพราะพวกเขาชื่นชมในตนเองว่าเป็นคนเคร่งครัดในศาสนา พวกเขาเป็นคนดีต้องได้ไปสวรรค์แน่นอนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลับใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พระเมตตาความช่วยเหลือของพระเจ้าจึงไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา คนพวกนี้จะคิดเอาเองว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวต้อนรับพระเจ้าผู้จะเสด็จมา เพราะพวกเขาพร้อมอยู่แล้ว ความจองหองจึงเป็นมูลเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้คนที่น่าจะได้รับความรอดพ้นกลับไม่ได้ คนที่ไม่น่าจะได้รับกลับได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความสุภาพรับฟังคำเตือนจากพระเจ้า ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเราจะได้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์เมื่อพระองค์เสด็จมา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. คืนวันที่ 24 ธ.ค. 2018 นพวารเวลา 18.00 น  มิสซาเริ่มเวลา 22.00 น.วันที่ 25 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 9.30 น.

วันที่ 31 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 19.00 น.

วันที่ 1 ม.ค. 2019   มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น.         

  1. วันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. 2018 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 2 ค.พ. ยอแซฟ ชนภัทร ศุขะเนตร เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 9.00 น.
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อเพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24  ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด       
  1. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  

************************************************************ 

  วันอาทิตย์นี้เป็นวันครูคำสอนไทย  

รณรงค์ให้เราช่วยเหลืองานเกี่ยวกับครูคำสอน        

พี่น้องท่านใดสามารถช่วยเหลืองานด้านนี้     

ของพระศาสนจักรได้

ขอเชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด

สารวัด ฉบับที่ 51205 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 9th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            แรงบันดาลจากพระวาจาของพระเจ้าในบูชาขอบพระคุณประจำ วันธรรมดา ก่อนที่จะสิ้นปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้ พระศาสนจักรนำเอาพระวาจาของพระเจ้า จากหนังสือวิวรณ์และพระวรสารนักบุญลูกามาเล่าให้ฟังเพื่อเตือนใจเราทุกๆคน หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของลูกแกะของพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ กำหนดเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว พระยุติธรรมพระเจ้าที่จะปรากฏมา และการล่มสลายของบรรดามหาอำนาจและความยิ่งใหญ่ทางโลก พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความพินาศของนครเยรูซาเล็มซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวยิว เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นพิภพ การเบียดเบียนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนของพระเยซูคริสตเจ้า และในที่สุดความชั่วร้ายความอธรรมทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้ พระสิริรุ่งโรจน์พระยุติธรรมของพระเจ้าก็จะปรากฏมา

พี่น้องพระศาสนจักรจัดพิธีกรรมเช่นนี้ มิได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้เรากลัว แต่มีความประสงค์ให้เราย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อเราจะได้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตมากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตเวลานี้อยู่ที่ไหน อาณาจักรมหาอำนาจอันเกรียงไกรเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองที่เป็นความภูมิใจของผู้คนในสมัยนั้นไปไหนเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอนิจจัง มันจะต้องเป็นเช่นนี้ตามกาลเวลา มีเวลารุ่งเรืองก็มีเวลาดับสูญไป แต่ใยมนุษย์ไม่สำนึกหลายคนยังหลงอยู่ในอำนาจวาสนาของตนเอง บางคนยังหลงระเริงอยู่กับความสนุกสนานทางโลก ยอมให้กิเลสตัญหา ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันชักนำไปจนจะถึงปลายทางชีวิตอยู่แล้ว พระเยซูคริสตเจ้าเตือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนสมัยของโนอาห์ และสมัยของโลท คนมัวแต่กินดื่มสนุกสนานจนความพินาศมาถึงแล้วตั้งตัวไม่ทัน ที่จริงสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงก็เหมือนชีวิตของหลายๆคนที่กำลังดำเนินอยู่เวลานี้ บางคนพบกับคำว่าสายไปเสียเกินไป สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำ สิ่งต้องเตรียมยังไม่ได้เตรียม หรือบางคนก็ทำอะไรดูขำๆ เพราะสิ่งที่ต้องทำมาตั้งนานแล้วไม่ทำ แต่ทำเวลานี้ที่ทำไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกหลายๆคนอาจจะกำลังนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ทำงานกันจนแทบจะล้มประดาตาย แต่ในที่สุดเงินทองที่หามาได้ก็ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อนิจจาคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นก็จะเป็นเช่นนี้

            เราอย่าปล่อยให้ชีวิตของเราโลดแล่นอยู่ในวังวนของอวิชา ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบสำนึกรู้อยู่เสมอ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่เครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ อ่านให้ออก และเข้าใจความหมายแห่งความเป็นจริงของโลกที่อยู่ตรงหน้าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของเทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรม ก็จะช่วยเราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทุกๆวัน มีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับวันเวลาซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นจะเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเรา เพราะเราจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดกำลังความสามารถแล้ว และทำตามที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยบอกกับเราล่วงหน้าว่า “ท่านทั้งหลายจงยืนตรงเงยหน้าขึ้นเพราะความชื่นชมยินดีมาถึงท่านทั้งหลายแล้ว”

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป้นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม    เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…..ให้ตรง….หุบเขา…. ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บซ้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้าง โดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ (ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลง การเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยียวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อมรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้.

 พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ 

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสตมาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงานอาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภา อภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

สารวัด ฉบับที่ 151204 วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 2nd, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            ในที่สุด ปีพิธีกรรมของพระศาสนจักรก็จบลง เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน จำได้ว่าสมัยพ่อเป็นเด็กๆ พ่อก็คิดแบบเด็กๆ ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่พ่อมีความสุขมากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้วันฉลองรื่นเริงอยู่หลายวัน วันฉลองคริสต์มาส วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และวันฉลองปีใหม่ สมัยพ่อเป็นเด็กๆ พ่อไม่เคยคิดถึงเวลาผ่านพ้นไปเลย แต่พออายุมากขึ้นเริ่มขึ้นเลข 3 เลข 4 และเลข 5 ปลายๆ พ่อรู้สึกว่าเรากำลังนับถอยหลังกับเวลาที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ การนับถอยหลังนี้เราจะสังเกตเห็นว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงความรู้สึก มันก็จริงอยู่ครับ เวลามันก็ผ่านไปตามปกติเหมือนเดิมที่เคยเป็น แต่ทำไมความรู้สึกของเราจึงเป็นเช่นนี้ พ่อคิดว่าเรากำลังคิดถึงเวลาในโลกนี้ที่เหลืออยู่น้อยลงไปทุกวินาที ทุกนาที ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี  เหมือนเวลาที่เราเข้าสอบตอนใกล้จะหมดเวลาแล้วเรายังตอบคำถามไม่เสร็จ แม้เราจะปรารถนาจะหยุดเวลาให้รอเราให้ทำทุกสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้เสร็จสมดังตั้งใจ แต่เราก็หยุดมันไม่ได้มันก็ยังคงเคลื่อนผ่านเราไปจนถึงวินาทีสุดท้ายปลายชีวิต

            เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราไม่สามารถย้อนมันกลับมาได้อีก กิจการที่เราทำก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราทำไปแล้วเราก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเพิ่มเติมอะไรได้อีก เพราะฉะนั้นจึงมีความคิดเช่นนี้เกิดขึ้นในความคิดคำนึงของเราอยู่บ่อยๆ “ถ้ารู้อย่างนี้นะฉันจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ในเวลานั้น” แต่ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่สายไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีต เพื่อทำในสิ่งที่เราอยากทำแก้ไขในสิ่งที่เราอยากแก้ไข เพิ่มเติมในสิ่งที่เราอยากเพิ่มเติมได้ แต่เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอตราบเท่าที่เรายังมีเวลาบนโลกใบนี้ พวกชาวโรมันที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตเขาสอนลูกหลานว่า “การเริ่มต้นที่ดีก็เท่ากับว่าเราทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว” พ่อคิดว่าสุภาษิตของชาวโรมันบทนี้ให้ข้อคิดและความจริงแก่เราไม่น้อย แต่นั่นต้องหมายความว่าเราต้องเอาจริงเอาจังในความคิดและการกระทำ ไม่ใช่คนท่าดีทีเหลว พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเราให้เราให้คิดอย่างรอบคอบก่อนที่เราจะทำอะไร ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อลงมือทำเราอาจทำไม่สำเร็จ พระองค์สอนเช่นนี้คงไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่ความสำเร็จเท่านั้น แต่พระองค์คงปรารถนาให้เราคิดด้วยว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ และจะส่งผลกระทบอย่างไรถึงใครหรือไม่

            พี่น้อง เราขึ้นศกใหม่แห่งปีพิธีกรรมของพระศาสนจักรแล้ว เรามีความตั้งใจอะไรดีๆที่จะเริ่มต้นใหม่บ้าง มีอะไรที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขหรือเปล่า หรือเราปรารถนาจะพัฒนาเรื่องอะไรในชีวิตของเราให้ดีขึ้นบ้างไหม สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญในการเริ่มต้น เพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้ดีขึ้น เวลาทุกวินาทีเป็นของประทานจากพระเจ้า เราจึงไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ จงเร่งทำงานในขณะที่เป็นกลางวันแห่งชีวิต เพราะเมื่อเวลากลางคืนแห่งชีวิตมาถึงเราจะทำอะไรไม่ได้อีก พระศาสนจักรจัดให้มีเทศกาลต่างๆในรอบปีให้มีการหมุนเวียนมาบรรจบครบรอบ เพื่อให้เราได้มีโอกาสไตร่ตรอง เรื่องที่สำคัญๆอันเป็นสาระของชีวิตนั่นเอง.

            จาก คุณพ่อเจ้าวัด

                                 ****************************************************************************

จงเตรียมพร้อมอยู่เสมอเพราะท่านไม่รู้วันเวลา

       วันอาทิตย์นี้ เราเริ่มต้นปีใหม่ทางพิธีกรรมของพระศาสนจักร ซึ่งเริ่มจากเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้าได้กล่าวถึงเครื่อง หมายแห่งกาลเวลาหลายๆอย่างที่น่าสนใจ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงกาลอวสานและบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระอานุภาพ และพระสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่ “จะมีเครื่องหมายในดวงอาทิตย์…บนแผ่นดินจะทนทุกข์ทรมาน…..เสียงทะเลที่ปั่นป่วน….บุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่” (ลก.21:25-27) พระเจ้าทรงรักมนุษยชาติสุดพรรณนา จนกระทั่งพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมนุษยชาติจะได้รับความรอดพ้น ทุกๆเวลาในชีวิตพระองค์ประทานเครื่องหมายแห่งกาลเวลาแก่เรา วันเวลาผ่านไปอย่างไม่หวนคืน ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ภัยธรรมชาติยิ่งทียิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วมันไม่ต่างจากที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเท่าไรนักฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้กับเรา

        พระวาจาของพระเจ้า เตือนใจเราให้เราพยายามอ่านเครื่องหมายแห่งกาล เวลาเหล่านี้ “จงมองดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งหลายเถิด เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว” (ลก.21:29-30) อุปมาที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงต้องการปลุกจิตสำนึกของพวกเราทุกคนว่า “ทำไมมนุษย์สามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แม้กระทั่งหยั่งทราบฟ้าดินแต่ไม่ใช้ความสามารถเหล่านี้อ่านเครื่องหมายแห่งกาลเวลา” ความพยายามในการสังเกตเครื่องหมายแห่งกาลเวลาอ่านให้ออกทำความเข้าใจ จะทำให้เราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงของชีวิตและสรรพสิ่งในโลก ความเข้าใจนี้จะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่หลงเพลินไปกับความสนุกสนาน ความงดงามฉาบฉวยภายนอก เพราะการหลงเพลินกับสิ่งเหล่านี้ จุดจบของมันคือความหายนะ “จงระวังไว้ให้ดี อย่าปล่อยใจของท่านให้หมกมุ่นอยู่ในความสนุกสนานรื่นเริง ความเมามายและความกังวลถึงชีวิตนี้ มิฉะนั้น วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างฉับพลันเหมือนบ่วงแร้ว (ที่ดักเราไว้)” (ลก.21:34-35)

       “ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาอยู่ตลอดเวลาเถิด”(ลก.21:36) การตื่นเฝ้าอธิษฐานภาวนาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน คงไม่ใช่การถือสายประคำสวด การท่องบทสวดทั้งวัน หรือการเฝ้าศีลทั้งวันทั้งคืน แต่เป็นการตั้งตนเองอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าอยู่เสมอ และทำกิจการทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ แน่นอนที่สุดกิจการที่สามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าต้องเป็นกิจการที่ดีและเป็นที่พอพระทัยพระองค์ การกระทำเช่นนี้เป็นการดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอที่จะต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้า เมื่อพระองค์จะเสด็จมาในวันเวลาที่เราไม่คาดคิด ฉะนั้นเราต้องระวังเรื่องการเข้าใจผิด หลายๆคนเข้าใจความหมายของการสวดภาวนาแคบเกินไป คิดว่าคือการท่องบทสวด เฝ้าศีล ฯลฯ จนกระทั่งละเลยกิจการที่มีคุณค่าอื่นๆ อาทิ การแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของพิพากษา อีกหลายคนก็เตรียมโน้นเตรียมนี่มากมายตามคำร่ำลือ แต่สิ่งที่สำคัญกับไม่ได้เตรียม นั่นก็การมั่นทำคุณงามความดีอยู่เสมอ คนที่เข้าใจผิดอย่างนี้จะไม่ได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจและเตรียมตัวอย่างดีอย่างถูกต้อง และเมื่อวันนั้นมาถึง เราจึงจะสามรถไปยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์บุตรแห่งมนุษย์ได้ด้วยความชื่นชมยินดี.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

*********************************************************************************

ประกาศ

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสต์มาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่

ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด

ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญ  ในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด

  1. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์

ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24  ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด

  1. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้อง

ไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

  1. วันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. 2018 ประชุมสภาภิบาล

หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

  1. วันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. 2018 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.  เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  1. ประกาศ แต่งงาน

ระหว่าง               ยอห์นบัปติสตา อนุวัตร เกษกรรณ์

บุตร                    นาย สมร และมารีอา วรรณา เกษกรรณ์

กับ                           นางสาว เสมอเหมือน โลหะกิจ

บุตรี                        นาย สมาน และนาง สมศรี โลหะกิจ

จะทำพิธีแต่งงานวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. 2018 ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ