เนื้อหาจาก November, 2011

ฉบับที่ 932 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2554 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ

Wednesday, November 23rd, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มมีสัตบุรุษกลับมาดูบ้านมาเยี่ยมวัด และมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณบ้างแล้ว พ่อสังเกตดูแต่ละคนแต่ละครอบครัวดูเหมือนว่าสบายดี แต่ในสภาวการณ์เช่นนี้ก็คงจะรู้กันอยู่ว่าแต่คนแต่ละครอบครัวเป็นอย่างไร ขอเอาใจช่วยเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน ในมิสซาบูชาขอบพระคุณซึ่งเป็นคารวะกิจสูงสุดของพระศาสนจักร พ่อและทุกคนที่อยู่ที่วัดสวดภาวนาวิงวอนพระเจ้าสำหรับพี่น้องทุกวัน ให้พี่น้องทุกๆท่านมีความเชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้า มีกำลังใจที่จะฟันฝ่าอุปสรรคก้าวหน้าต่อไป อย่าท้อแท้อย่าสินหวังตั้งสติให้มั่นและลองคิดดูซิว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อกอบกู้และบรรเทาความเสียหายแล้วค่อยๆทำกันไป ที่วัดเวลานี้น้ำลดลงเรื่อยๆแล้วพ่อและทุกคนที่อยู่ที่วัด พยายามงมเก็บข้าวของต่างๆที่ยังพอใช้ได้ขึ้นมาทำความสะอาดซ่อมแซมตามความสามารถ เมื่อทำไปได้สักพักหนึ่งจึงพบว่าเราได้ข้าวของกลับคืนมาเยอะใช้ได้ทีเดียว นี่ก็เท่ากับว่าการสูญเสียของเราน้อยลง

(more…)

ฉบับที่ 931 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

Thursday, November 17th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

ท่ามกลางความทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วหน้ากันนี้ พ่อคิดว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกัน การปลอบใจเตือนความเชื่อของกันและกันนั้น คงมิได้หมายถึงการสวดภาวนาให้แก่กันและกันเท่านั้น แต่รวมความถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุข ความเข้าใจ การให้กำลังใจ การปลอบใจ การชี้แนะกันและกันให้มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงบวกด้วยสายตาแห่งความเชื่อด้วย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้มีมุมมองหลายๆมุมมองเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกมองหรือจมอยู่ในแง่ไหนมุมไหน ถ้าเราเลือกมองในสิ่งดีเชิงสร้างสรรค์ เราจะสามารถสร้างขวัญกำลังใจ พบพื้นที่สงบพักใจ ความหวังใหม่ทำให้เราลุกขึ้นและก้าวหน้าต่อไป อย่างที่บรรดานักปราชญ์เคยกล่าวว่า “เราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในสิ่งเลวร้ายเราสามารถเห็นสิ่งที่ดีงาม แทนที่จะบ่นว่าความมืดเราจุดเทียนขึ้นสักแท่งหนึ่งจะดีกว่า” การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจะต้องคิดกระทำด้วยความระมัดระวัง และด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าในวิกฤติที่เกิดขึ้นเราสามารถหาช่องทางที่จะพัฒนา ทำชีวิตของเราให้ดีขึ้นในหนทางที่ถูกที่ควร อาทิ เราได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆในการพัฒนาปรับเปลี่ยนระบบต่างๆและวิถีชีวิตของเราให้ดีขึ้น หรือเราพบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆที่สุจริต ฯลฯ เพราะฉะนั้นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสจึงไม่ใช่การฉวยโอกาสหรือการเอาเปรียบคนอื่น อาทิ ในช่วงเวลาที่คนเดือดร้อนอพยพทิ้งบ้านช่องหนีน้ำบางคนสบโอกาสเหมาะเข้าขโมยงัดแงะบ้านคนอื่น คิดค่าเรือแพงๆ ขายของแพงๆ ฯลฯ การกระทำอย่างหลังนี้เขาเรียกว่า “การฉวยโอกาส การซ้ำเติมผู้ประสบภัยซึ่งเป็นการกระทำที่เลวทรามต่ำช้า”

(more…)

ฉบับที่ 930 วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2554 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

Friday, November 11th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“ความเชื่อแท้พิสูจน์กันเมื่อยามยาก” ประโยคนี้เข้ามาในความคิดคำนึงของพ่อเมื่อนั่งรำพึงถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ เป็นเรื่องที่ง่ายที่เราจะบอกว่าเรามีความเชื่อในพระเจ้า ในยามที่เราขอแล้วเราก็ได้รับสมความปรารถนา ธุรกิจหน้าที่การงานของเรากำลังเจริญรุ่งเรือง เมื่อเรามีความสุขสุขภาพดีครอบครัวของเรามีความสงบสุข แต่ในยามนี้ที่ข้าวของที่เราหามาด้วยความเหนื่อยยากกำลังจมหายไปกับสายน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้าน ท่วมโรงงาน ท่วมที่ทำมาหากินของเรา เรายังมีความเชื่อในพระองค์อยู่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อแท้ของเรา ในความทุกข์ยากลำบากของชีวิตเรื่องราวของมหาบุรุษโยบหลั่งไหลเข้ามาในการรำพึงภาวนาเพื่อหาคำตอบ พระเจ้าตรัสถามซาตานว่า “เจ้าไปๆมาๆบนแผ่นดินโลก เจ้าพบผู้รับใช้ของเรา ซึ่งเป็นคนดีเที่ยงธรรม และซื่อสัตย์หรือไม่ ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า โยบเคารพยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ พระองค์ไม่ได้ทรงปกป้องเขา ครอบครัวของเขา พระองค์ไม่ได้ทรงอวยพรหน้าที่การงานของเขาหรือ พระองค์ลองเอาสิ่งเหล่านี้ไปจากเขา แล้วดูซิว่าเขาจะยังมีความเชื่อ และเคารพยำเกรงพระองค์อยู่หรือไม่ ซาตานมันยืนยันว่าโยบจะด่าว่าพระเจ้า”(โยบ 1:8-11) แต่เรื่องของโยบให้คำตอบแก่เราว่า มหาบุรุษโยบนั้นมีความเชื่อในพระเจ้าทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ แน่นอนที่สุดความท้อแท้ ความสงสัย การผจญเกิดขึ้นในเรื่องราวของโยบ แต่ท่านผ่านพ้นมาได้ด้วยการรำพึงภาวนาถึงความยิ่งใหญ่ ความดี และความรักของพระเจ้า

(more…)

ฉบับที่ 929 วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2554 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

Thursday, November 3rd, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่พระศาสนจักรคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ วันที่ 1 พฤศจิกายน พระศาสนจักรสมโภชนักบุญทั้งหลาย เพราะพระศาสนจักรแน่ใจว่ามีผู้ล่วงลับมากมายที่ได้รับความรอดพ้น เป็นนักบุญมีความสุขกับพระเป็นเจ้าแล้ว วันที่ 2 พฤศจิกายน พระศาสนจักรให้เราคริสตชนทั้งหลายคิดถึงผู้ล่วงลับสวดภาวนา ทำพลีกรรมฯลฯอุทิศให้พวกท่าน แน่นอนที่สุดแม้เราจะเชื่อมั่นในพระเมตตาของพระเป็นเจ้า แต่เราก็เชื่อในพระยุติธรรมของพระองค์ พระยุติธรรมของพระองค์นี่เองทำให้เราแน่ใจว่ามีวิญญาณอีกจำนวนหนึ่ง ที่ต้องชำระให้บริสุทธิ์ก่อนที่จะได้ไปสวรรค์ วิญญาณเหล่านี้ต้องการคำภาวนาจากพวกเรา ถึงแม้ว่าพวกท่านจะสวดภาวนาวิงวอนพระเป็นเจ้าเพื่อตนเองไม่ได้ แต่พวกท่านสามารถสวดภาวนาวิงวอนพระเป็นเจ้าเพื่อพวกเราได้ เราเสนอวิงวอนพระเป็นเจ้าโดยผ่านทางนักบุญทั้งหลาย เราสวดภาวนาสำหรับวิญญาณที่กำลังชำระให้บริสุทธิ์ และขอความช่วยเหลือจากพวกท่านในการสวดภาวนา ความสัมพันธ์ในคำภาวนาเช่นนี้ทำให้เราทราบชัดเจนถึงเอกภาพของพระศาสนจักร เอกภาพดังกล่าวนี้ในภาษาเดิมเราเรียกว่า “สหพันธ์นักบุญ” ในภาษาแปลใหม่เราเรียกว่า “ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์”

(more…)